แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึึกบนโต๊ะทำงานไม่ได้มีค่าอะไรมากไปกว่า ‘หลักฐานการตาย’ ในสายตาของคนทั่วไป แต่มันคือลมหายใจและบัตรผ่านเข้าสู่นรกสำหรับรินรดาในวินาทีนี้
"เธอแน่ใจนะริน ว่าจะเล่นกับไฟกองนี้"
เสียงของกานต์ลอดผ่านลำโพงบลูทูธดังลอดออกมาด้วยความร้อนรน ปลายสายกำลังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอในห้องสี่เหลี่ยมทึบแสง แสงไฟนีออนสีฟ้าสะท้อนบนกรอบแว่นหนาเตอะของโปรแกรมเมอร์สาวที่พยายามเตือนสติเพื่อนสนิทเป็นครั้งที่ร้อยของวัน
รินรดายกมือขึ้นทัดผมปรกหน้าเรียวสวย ดวงตาคู่คมกวาดมองเอกสารในมือด้วยแววตานิ่งสนิท ไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่ในนั้น มีเพียงประกายความดื้อรั้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างตรงหน้า
"ถ้าฉันไม่เล่น กานต์คิดว่าเมืองนี้จะเหลือซากให้ใครหายใจต่อหรือไงคะ" รินรดาตอบเสียงเรียบ แต่เฉียบคมบาดลึก "หลักฐานการยักยอกเงินทุนมูลค่าหลายพันล้าน และรายชื่อบริษัทบังหน้าของอลิสา... มันไม่ได้มีไว้ซุกใต้พรมเพื่อรอให้เธอลอยนวลไปถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีหรอกนะคะ"
"แต่อลิสาก็คืออลิสา! ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ทำธุรกิจสีเทาอย่างเดียว เธอกุมอำนาจครึ่งหนึ่งของเมืองนี้ไว้ในกำมือ ยัยนั่นฉลาดเป็นกรดและเลือดเย็นยิ่งกว่าหุ่นยนต์ รินกำลังเอาไข่ไปกระทบหินชัดๆ!"
"หินก็แตกได้เหมือนกันค่ะ ถ้าแรงกระแทกมันมากพอ" รินรดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสนุกเจือปนเลยแม้แต่น้อย "ฉันนัดแหล่งข่าววงในคืนนี้ที่ 'เดอะ เวลเวท' อีกสิบนาทีเอกสารชุดนี้จะถูกอัปโหลดขึ้นคลาวด์สำรอง ถ้าฉันหายไป... กานต์รู้ใช่ไหมคะว่าต้องทำอะไรต่อ"
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังลอดมาแทนคำตอบ
"ให้ตายเถอะ... ยัยหัวรั้นเอ้ย ระวังตัวด้วย ถ้ายัยซีอีโอนั่นรู้ว่าเธอเป็นคนขุดเรื่องนี้ รินไม่รอดแน่"
"ฉันไม่เคยคิดจะรอดตั้งแต่แรกอยู่แล้วค่ะ"
รินรดากดตัดสายทันทีโดยไม่รอฟังเสียงบ่นกระปอดกระแปดยาวเหยียดของเพื่อนรัก เธอกวาดแฟ้มเอกสารลงกระเป๋าเป้หนังสีดำคู่ใจ สวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังทับเสื้อยืดสีพื้น กระชับหมวกแก๊ปให้ต่ำลงเพื่อบังใบหน้า ก่อนจะก้าวออกจากอพาร์ตเมนต์ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนที่ฝนทำท่าจะตั้งเค้าตกลงมา
‘เดอะ เวลเวท’ คือคลับหรูระดับไฮ엔ดที่ซ่อนตัวอยู่หลังตึกพาณิชย์เก่าแก่ใจกลางย่านธุรกิจ แสงไฟนีออนสีส้มสลัวละมุนตาเคล้าคลอด้วยเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ขัดแย้งกับบรรยากาศตึงเครียดที่รินรดาสัมผัสได้ทันทีที่ก้าวขาเข้ามา กลิ่นอายของความมั่งคั่ง อำนาจ และอันตรายลอยวนอยู่ในอากาศราวกับมีชีวิต
เธอกวาดสายตาสำรวจรอบร้าน โต๊ะมุมสุดติดกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองย่านเศรษฐกิจกำลังว่างเปล่า... แต่ไม่ใช่สำหรับเวลานี้
ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทกำลังนั่งไขว่ห้างจิบไวน์แดงในแก้วทรงสูงอย่างใจเย็น แสงไฟสลัวตกกระทบโครงหน้าคมคาย จมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำราวกับผลเชอร์รี่สุกงอมที่พร้อมจะล่อลวงให้คนก้าวเข้าสู่หุบเหวแห่งความหายนะ
อลิสา... ซีอีโอสาวผู้กุมความลับและอำนาจมืดของเมืองนี้ เธอนั่งอยู่ที่นั่น ราวกับรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเหยื่อตัวน้อยจะเดินเข้ามาติดกับดักด้วยความสมัครใจ
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นคงให้กับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวอย่างไร้เหตุผล เธอไม่ได้กลัว แต่ความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวตนของอลิສามันหนักอึ้งเสียจนน่าหงุดหงิด
สองขาเรียวก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะเป้าหมายอย่างมั่นคง ส้นรองเท้าบูทกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงดังเป็นจังหวะชัดเจน
"มาช้าไปสามนาทีนะคะ, คุณนักข่าว"
เสียงหวานทุ้มเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองจากแก้วไวน์ในมือ รอยยิ้มมุมปากของอลิสาช่างร้ายกาจและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน
รินรดาดึงเก้าอี้ตรงข้ามออกแล้วหย่อนตัวลงนั่งอย่างไม่เกรงกลัว เธอจ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เงยขึ้นสบตาเธอตรงๆ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ราวกับกำลังมองดูแมวตัวน้อยที่วิ่งเข้าหาอุ้งมือเสือ
"คนเรามักจะใช้เวลาเตรียมตัวนานหน่อยค่ะ เวลาที่จะต้องมานั่งคุยกับ... อาชญากรในคราบนักบุญ" รินรดาย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบไม่แพ้กัน
อลิสาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวรินรดาร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างประหลาด หญิงสาววางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจกช้าๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ ดวงตาคมกราบกรานสำรวจใบหน้าของรินรดาทุกตารางนิ้วด้วยสายตาที่ล่วงล้ำและคุกคาม
"อาชญากรเหรอคะ?" อลิសาทวนคำ น้ำเสียงกระซิบพร่าแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากซาตาน "ปากเก่งเสียจริงนะคะ รินรดา... แต่รู้ไหมคะว่าความอยากรู้อยากเห็นนี่แหละ ที่มักจะทำให้คนเราอายุสั้น"
รินรดาไม่หลบสายตา เธอเม้มริมฝีปากแน่น ตั้งใจจะสวนกลับด้วยหลักฐานชิ้นสำคัญในกระเป๋า แต่ก่อนที่เธอจะได้อ้าปากพูดอะไร ปลายนิ้วเรียวยาวและเย็นเฉียบของอลิสาก็เอื้อมมาแตะลงบนคางอิ่มของเธอแผ่วเบา แรงกดเพียงน้อยนิดแต่กลับทำให้รินรดาร่างกายแข็งค้างไปชั่วขณะ ขยับตัวหนีไม่ได้ดั่งใจนึก
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับกลิ่นไวน์แดงจางๆ ลอยมาแตะจมูก ยิ่งใกล้ยิ่งอันตราย ยิ่งใกล้ยิ่งชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
"แต่ก็นั่นแหละค่ะ..." อลิสาแย้มยิ้มหวานหยด ดวงตาคู่สวยทอประกายลึกล้ำจนน่ากลัว "ฉันดันชอบคนดื้อรั้นเสียด้วยสิคะ... โดยเฉพาะคนที่กำลังถือเอกสารสำคัญชุดนั้นอยู่"
รินรดาสะดุ้งเฮือก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อตระหนักได้ถึงความจริงข้อหนึ่ง...
*เธอยังไม่ได้เริ่มเปิดโปงอะไรเลย... แต่อลิสารู้เรื่องทั้งหมดตั้งแต่อยู่ในมุ้งแล้วต่างหาก!*
"มองหน้าฉันทำไมคะ? แปลกใจเหรอที่เกมนี้... เธอเป็นฝ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มเดินหมากแล้วล่ะค่ะ" อลิสากระซิบชิดริมหูของรินรดา ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ ในจังหวะที่รินรดากำลังจะผุดลุกขึ้นหนีจากรัศมีอันตรายนั้นเอง
เสียงคลิกเบาๆ ของกุญแจมือเหล็กกล้าที่ถูกล็อกเข้ากับข้อมือของเธอโดยฝีมือของใครอีกคนที่โผล่มาจากด้านหลัง ก็ดังขึ้นตัดขาดทุกทางหนีในเสี้ยววินาที
กลิ่นลิลลี่สีขาวขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ จุดเริ่มต้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวแม่กับยัยนักข่าวสายขุด•ตอนที่ 1
ข่าวชิ้นสุดท้าย
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวแม่กับยัยนักข่าวสายขุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!