แสงสีน้ำเงินอมม่วงจากหน้าจอโฮโลแกรมบนโต๊ะทำงานของเรย์สะท้อนเข้ากับดวงตาที่เบิกกว้างของมินตรา ความเงียบงันในห้องแล็บหุ่นยนต์ดูจะบีบคั้นจนแทบไม่ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะผิดปกติ ร่างสูงของคนที่เธอเคยฝังกลบไว้ในความทรงจำเมื่อสองปีก่อนยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น แผ่นหลังกว้างใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทขยับเขยื้อนอย่างเชื่องช้า ก่อนที่เขาจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอด้วยรอยยิ้มที่ทำให้มินตราต้องกลั้นหายใจ
“ถ้าจะขโมยข้อมูล... อย่างน้อยควรเช็กระบบระบายความร้อนก่อนนะครับ มินตรา”
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของคนตาย แต่มันคือเสียงของเรย์... คนละคนกับคนที่เธอเห็นในตอนแรก ความมืดมิดในห้องแล็บที่เกิดจากไฟดับชั่วคราวทำให้เธอสับสนไปชั่วขณะ มินตราถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังกระแทกกับชั้นวางอุปกรณ์โลหะ เสียงดัง *เคร้ง* ของคีมตัดเหล็กที่ตกลงพื้นดังก้องไปทั่วห้อง
“นาย... นายใส่คอนแทคเลนส์สี? หรือว่าฉันตาฝาดไปเอง?” เธอถาม เสียงสั่นพร่าขณะพยายามตั้งสติ ความอัจฉริยะของเรย์ไม่ใช่เรื่องที่เธอคาดไม่ถึง แต่การที่เขาใช้ ‘ภาพลวงตา’ ในฐานะเครื่องมือป้องกันตัวแบบนี้ มันเกินขอบเขตของนักศึกษาวิศวกรรมทั่วไป
เรย์ก้าวเข้ามาใกล้ แสงจากหน้าจอที่เขากำลังใช้งานตัดกับเงาบนใบหน้าครึ่งซีก ทำให้เขาดูเหมือนปีศาจที่หลุดออกมาจากตรรกะที่บิดเบี้ยว “คนเรามักเห็นในสิ่งที่อยากเห็น หรือสิ่งที่กลัวที่สุดเสมอ คุณกำลังกลัวอะไรอยู่กันแน่? กลัวว่าคนตายจะกลับมาทวงหนี้... หรือกลัวว่าความลับที่หอบหิ้วมาด้วยจะพังลงต่อหน้าผม”
มินตราเม้มปากแน่น ความรู้สึกตื่นตระหนกถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นเป็นเกราะกำบัง เธอเชิดหน้าขึ้น สบตากับคนตรงหน้าที่ดูไร้อารมณ์พอๆ กับหุ่นยนต์ที่เขาประกอบ “ฉันไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น เรย์ ฉันแค่ทำในสิ่งที่นักนิเทศศาสตร์ควรทำ... สืบหาความจริงในสถานที่ที่ความจริงถูกปิดตาย”
“ความจริงเหรอ?” เรย์แค่นหัวเราะ น้ำเสียงของเขาแห้งแล้งและคมกริบ “ในอัลกอริทึมของชีวิต ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความจริงสัมบูรณ์ มีแค่ตัวแปรที่ถูกคำนวณมาแล้วว่าควรให้ผลลัพธ์แบบไหน และคุณ... มินตรา คุณคือตัวแปรที่ผิดพลาดที่สุดในสมการนี้”
เขาขยับตัวเข้ามาประชิดจนเธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเขา เรย์เอื้อมมือไปคว้าแท็บเล็ตที่มินตราทำตกไว้บนโต๊ะขึ้นมา นิ้วเรียวยาวของเขาเลื่อนผ่านข้อมูลที่เธอกำลังพยายามเจาะระบบด้วยความชำนาญ ก่อนจะหยุดกึกที่โฟลเดอร์หนึ่ง
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ความกดดันพุ่งสูงขึ้นราวกับอากาศถูกสูบออกไปจากห้อง
“คุณพยายามเจาะเข้าถึงไฟล์ ‘Project Phoenix’... ช่างกล้าหาญ หรือว่าโง่เขลากันแน่?” เขาโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงไม่กี่นิ้ว ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินทำให้มินตราขนลุกซู่ “คุณรู้ไหมว่าทำไมคีย์ถึงต้องหนีหายไป? และทำไมทุกคนที่พยายามจะเปิดโปงเรื่องนี้ถึงได้จบไม่สวย... เหมือนกับที่คุณกำลังจะเป็น”
มินตราสูดลมหายใจลึก พยายามคุมจังหวะหัวใจให้คงที่ เธอใช้ความไวไหวพริบสวนกลับทันควัน “ถ้าฉันเป็นสมการที่ผิดพลาด นายก็คงเป็นระบบที่รวนจนกู้คืนไม่ได้เหมือนกัน เรย์ นายกำลังพยายามซ่อนความรู้สึกผิดภายใต้ตรรกะเย็นชาพวกนี้สินะ? นายกลัวว่าถ้าคนอื่นรู้ว่า ‘โปรเจกต์ฟีนิกซ์’ ไม่ได้ล้มเหลวเพราะอุบัติเหตุ แต่เพราะฝีมือของคนใน... นายจะไม่มีที่ยืนในมหาลัยนี้อีกต่อไป”
เรย์ชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม ทว่ามินตราเห็นมัน... ความร้าวฉานที่ถูกซ่อนไว้ใต้เปลือกนอกที่เข้มแข็ง
“คุณฉลาดเกินไป มินตรา” เรย์กระซิบ เสียงนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอแปลไม่ออก “และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงปล่อยคุณไปไม่ได้”
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นในหัวของมินตรา เมื่อสายตาของเธอกวาดไปเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักของเรย์ ที่กำลังแสดงสถานะการโอนถ่ายข้อมูลย้อนกลับเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์นิรนาม เธอไม่ได้ถูกดักจับเพื่อถูกสั่งสอน... แต่เธอกำลังถูกดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนี้อย่างเต็มตัว
“นายจะทำอะไร?” เธอถาม เสียงเริ่มสั่นด้วยความระแวง
เรย์ถอยออกมาหนึ่งก้าว แสงจากหน้าจอเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เขาหยิบรีโมทคอนโทรลขนาดเล็กขึ้นมาแล้วกดปุ่มเบาๆ เสียงล็อคประตูอัตโนมัติที่ดัง *คลิก* สองครั้งกระแทกเข้าไปในโสตประสาทของเธอ
“ผมไม่ได้จะทำอะไรคุณ” เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ชวนให้รู้สึกสยองขวัญ “แต่ตอนนี้... เราทั้งคู่กลายเป็น ‘ผู้ต้องสงสัย’ ในคดีโจรกรรมข้อมูลความมั่นคงของสถาบันเรียบร้อยแล้ว ถ้าผมไม่ออกไปเปิดประตูให้คุณ ในอีกสิบนาทีข้างหน้า ตำรวจจะมาถึงที่นี่ และหลักฐานชิ้นเดียวที่จะพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นคนขโมยข้อมูล... อยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทของคุณ”
มินตราเบิกตากว้าง ควานมือไปที่กระเป๋าเสื้อตัวเองและพบกับแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ได้อยู่ในนั้นมาก่อนหน้านี้ แต่มันถูกใส่ไว้ตอนที่เขาโน้มตัวลงมาใกล้เธอเมื่อครู่!
เธอกำลังถูกโยนลงในเกมที่เดิมพันด้วยอิสรภาพ และคนตรงหน้ากำลังยิ้มให้เธอ... ราวกับเป็นผู้คุมเกมที่โหดเหี้ยมที่สุด
“ยินดีต้อนรับสู่โลกของความเป็นจริงนะครับ มินตรา... เริ่มต้นการ ‘ปรับจูน’ หัวใจให้ตรงกับผมได้ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป”
ชาพีชหวานน้อยหวังว่าตอนที่สองนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยนะคะ
อัลกอริทึมรัก ปรับจูนหัวใจให้ตรงกัน•ตอนที่ 2
สมการที่ไม่สมดุล
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรัก ปรับจูนหัวใจให้ตรงกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
