# หิมะสีเลือด
ปลายกระบี่ของเจ้าสำนักเทียนอี้ไม่ได้จ่อที่ลำคอของข้า แต่มันปักลึกอยู่ในอกซ้าย—ตำแหน่งที่หัวใจควรจะเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว ทว่า ‘เซวี่ยหลัน’ ผู้นี้กลับทำเพียงเลิกคิ้วมองใบหน้าเปี่ยมเมตตาจอมปลอมของบุรุษตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า
“ศิษย์พี่หญิง... ท่านยังจะดื้อรั้นไปเพื่อสิ่งใด?” เสียงทุ้มต่ำของเทียนอี้แฝงไปด้วยความเวทนาที่น่าสะอิดสะเอียน เขากดด้ามกระบี่เข้าเนื้อข้าอีกนิด เลือดสีสดไหลซึมผ่านอาภรณ์สีขาวสะอาดตาจนกลายเป็นสีชาดน่าเกลียด
ข้าเค้นยิ้มมุมปาก ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไม่เท่ากับความโง่เขลาของตนเองที่เผลอใจไปเชื่อคำลวง “เทียนอี้... คำว่า ‘ธรรมะ’ ในปากเจ้า ช่างฟังดูเหมือนเสียงกรีดร้องของวิญญาณในขุมนรกไม่มีผิด”
“ข้าให้โอกาสเจ้าแล้ว” เทียนอี้ถอนหายใจราวกับกำลังทำภารกิจที่ขัดต่อมโนธรรม “ในเมื่อวิถีมารฟ้าที่เจ้าครอบครองเป็นภัยต่อใต้หล้า... การกำจัดเจ้าทิ้ง ณ หุบเหวอเวจีแห่งนี้ จึงเป็นสิ่งที่สวรรค์ประสงค์”
เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ร่างของข้าก็ลอยละลิ่วตกลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง ลมพายุที่โหมกระหน่ำในเหวลึกกรีดผิวหนังจนแสบไปถึงกระดูก หิมะที่โปรยปรายรอบกายเปลี่ยนจากสีขาวโพลนกลายเป็นสีแดงฉานจากหยาดเลือดที่พุ่งออกจากอกข้า
หุบเหวอเวจี... สถานที่ที่ไม่มีใครเคยรอดชีวิตกลับออกมาได้
ความมืดมิดไร้ก้นบึ้งค่อยๆ กลืนกินสติสัมปชัญญะของข้า ภาพสุดท้ายที่เห็นคือใบหน้าของศิษย์น้องที่ข้าปกป้องด้วยชีวิต ภาพที่นางสิ้นใจในอ้อมแขนข้าเมื่อสามวันก่อนย้อนกลับมา ราวกับโลกกำลังตอกย้ำว่าความภักดีที่ข้ามีต่อสำนักคือความผิดพลาดที่ไม่อาจอภัยได้ ข้าไม่ได้เสียใจที่ต้องตาย แต่ข้าเสียใจที่ตนเองอ่อนแอจนปล่อยให้คนชั่วลอยนวล
ข้าหลับตาลง ปล่อยให้ความตายหยิบยื่นความหนาวเหน็บที่แท้จริงให้แก่ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรง
...ทว่า ท่ามกลางความเวิ้งว้างของความตาย กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ที่เบ่งบานท่ามกลางหิมะกลับลอยมาเตะจมูกข้า
‘อย่าเพิ่งหลับใหล... เซวี่ยหลัน’
เสียงกระซิบที่คุ้นเคยปลุกจิตวิญญาณที่เกือบดับสูญให้สั่นไหว ข้าลืมตาขึ้นอีกครั้งในความมืดที่มิดสนิท แสงสีม่วงดำเริ่มก่อตัวขึ้นรอบกาย ข้าสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แตกต่าง... มันไม่ใช่ไอเย็นจากน้ำแข็ง แต่เป็นไอเย็นจาก ‘วิถีมาร’ ที่ข้าเคยพยายามกักขังและทำลายมันมาตลอดชีวิต
ข้าคว้าจับกระแสพลังนั้นไว้ราวกับคนจมน้ำคว้าฟางเส้นสุดท้าย
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของข้าไม่ได้เป็นสีดำสนิทเหมือนยามปกติ แต่ทอประกายสีเงินวาวโรจน์ราวกับดาบที่อาบด้วยอาคมโบราณ ข้าไม่ได้ตกกระทบพื้นเหวที่เต็มไปด้วยโขดหินแหลมคมอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับลอยค้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางหมอกมารที่หนาทึบ
เบื้องหน้าของข้า ปรากฏเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ข้าเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต... มู่หรงเฟย เขายืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตามีประกายแห่งความสมเพชที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน
“เจ้าสำนักมารผู้อาภัพ... ในที่สุดเจ้าก็ยอมก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความตายกับอำนาจเสียที” มู่หรงเฟยเอ่ยพลางยื่นมือมาตรงหน้าข้า “เซวี่ยหลัน เจ้าจะยอมเป็นเพียงหิมะที่ละลายไปกับพื้นดิน หรือจะยอมเป็นพายุหิมะสีเลือดที่จะฝังกลบสำนักเทียนอี้ให้หายไปจากใต้หล้า?”
ข้าเหยียดมือออกไป สัมผัสถึงความร้อนแรงของพลังมารที่กำลังเดือดพล่านแทนที่หัวใจที่ถูกแทงทะลุ
หิมะสีเลือดที่โปรยปรายรอบกายข้าเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น ข้าไม่ได้ตอบคำถามของเขา แต่เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังก้องไปทั่วหุบเหวอเวจี... เสียงหัวเราะที่ไร้ความเมตตาปรานีอีกต่อไป
เทียนอี้... เตรียมตัวรับมือกับเหมันต์ที่ข้าจะมอบให้ได้เลย เพราะหิมะในครั้งนี้ จะไม่ใช่หิมะสีขาวที่เจ้าเคยรู้จักอีกต่อไป
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปสู่เส้นทางแห่งการล้างแค้นไปพร้อมกับข้านะคะ
หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร•ตอนที่ 1
หิมะสีเลือด
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!