เสียงก้องกังวานของโลหะที่กระทบกันในท่อระบายอากาศชั้นสาม ห่างจากห้องควบคุมหลักไม่ถึงร้อยเมตร ไม่ได้เกิดจากแรงดันอากาศที่แปรปรวน มันคือเสียงรองเท้าคอมแบทของมนุษย์ และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดในเวลานี้
"ผู้กองครับ สัญญาณชีพของทีมสำรวจภาคพื้นเซกเตอร์เจ็ดขาดหายไปอีกแล้วครับ"
เสียงรายงานผ่านวิทยุสื่อสารระยะสั้นของหมวดสารวัตรทหารหนุ่มนามว่า 'ธน ์' ดังแทรกเสียงฮัมต่ำของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันบนสถานีอวกาศเนบิวลา-9 ใบหน้าของเขาชุ่มด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ ถึงแม้ภายในศูนย์บัญชาการยุทธวิธีจะถูกควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ยี่สิบองศาเซลเซียสพพอดีก็ตาม
ผู้บัญชาการคณินยังคงยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าจอแสดงแผนผังโฮโลแกรมสามมิติ ดวงตาสีเข้มคมกริบกวาดมองจุดสีแดงที่กระพริบเตือนบนแผนที่โครงสร้างสถานี ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศแผ่รังสีความกดดันออกมาอย่างเงียบเชเชียบ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะควบคุมเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนถึงความคิดที่กำลังคำนวณความเสี่ยงทุกความเป็นไปได้ในหัว
"ขาดหายไป หรือถูกตัดสัญญาณ?" คณินเอ่ยถาม น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เย็นชาจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"เอ่อ... ทางเทคนิคแล้ว ระบบบันทึกบอกว่าเป็นการตัดสัญญาณจากภายในครับผู้กอง และคนที่ทำได้มีเพียงผู้ที่มีรหัสผ่านระดับสี่ขึ้นไปเท่านั้น..." ธนเว้นวรรคกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ซึ่งในสถานีนี้ มีคนที่มีสิทธิ์นั้นแค่สี่คนครับ"
บรรยากาศภายในห้องยุทธวิธีตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ ความหวาดระแวงไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมบนสถานีอวกาศแห่งนี้ แต่มันไม่ควรเกิดขึ้นภายในกองกำลังรักษาความปลอดภัยที่ถูกฝึกฝนมาให้มีวินัยสูงสุด
ในมุมมืดของห้องเดียวกัน ดร.ศิลา ยืนกอดอกพิงแผงควบคุมระบบชีวโมเลกุล แว่นกรอบบางสะท้อนแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าจากการอดนอนติดต่อกันสามวัน แต่แววตากลับฉายแววเฉียบคมและเยือกเย็น เธอมองดูความอลหม่านตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความสมเพชและความระมัดระวัง
"ดูเหมือนว่าสุนัขที่คุณเลี้ยงไว้เริ่มจะแว้งกัดเจ้าของแล้วสินะครับ ผู้บัญชาการคณิน" ศิลาเอ่ยขึ้นเรียบๆ น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันเล็กน้อยที่เธอไม่ได้พยายามปิดบัง
คณินหันขวับมามองเธอ สายตาของทั้งคู่ประสานกันในอากาศราวกับมีประกายไฟจากการเชื่อมโลหะ มันคือความดึงดูดอันตรายระหว่างสองขั้วอำนาจที่มีอุดมการณ์ตรงกันข้าม ฝ่ายหนึ่งสู้เพื่อกฎระเบียบและความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติโดยไม่สนวิธีการ อีกฝ่ายสู้เพื่อความจริงและความยุติธรรมแม้จะต้องทำลายระบบทิ้งทั้งหมด
"ระวังคำพูดของคุณหน่อย ดร.ศิลา" คณินก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวอย่างคุกคาม กลิ่นอายความเป็นผู้นำและพละกำลังที่เหนือกว่าแผ่ออกมาข่มขวัญ "ความขัดแย้งในกองกำลังของผม ไม่ได้แปลว่าคุณจะปลอดภัยจากข้อหาผู้ต้องสงสัยสมรู้ร่วมคิด"
"ถ้าฉันเป็นคนตัดสัญญาณ หน่วยรักษาความปลอดภัยของคุณคงนอนกองอยู่หน้าห้องนานแล้ว ไม่ใช่มายืนปอดแหกอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ—เอ๊ย... หรอกครับ" ศิลาสวนกลับทันควัน ดวงตาเป็นประกายท้าทาย เธอเกือบหลุดคำพูดคุ้นชินออกมา แต่ด้วยความฉลาดเธอรีบปรับสรรพนามทันทีโดยไม่แสดงพิรุธ "คุณน่าจะรู้ดีกว่าใครว่าหลักฐานทางดิจิทัลโกหกไม่ได้ แต่คนใกล้ตัวคุณต่างหากที่กำลังโกหกคุณ"
คำพูดของศิลากรีดแทงเข้าไปในจุดเปราะบางที่สุดของสถานการณ์ปัจจุบัน คณินขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาชะงักไปชั่วขณะ ยอมรับกับตัวเองลึกๆ ว่าเธอมองเห็นสิ่งที่เขาพยายามมองข้ามมาตลอด—หนอนบ่อนไส้ไม่ได้มาจากไหนไกล แต่มันฝังตัวอยู่ในหมู่ทหารมือดีที่เขาไว้ใจที่สุด
"ธน ์" คณินเอ่ยโดยไม่ละสายตาจากศิลา "เรียกหมวดวิภาและสารวัตรภาคภูมิมาพบฉันที่ห้องประชุมยุทธศาสตร์ย่อยทันที บอกว่ามีคำสั่งด่วนเรื่องการเคลื่อนย้ายตู้เก็บตัวอย่างลึกลับจากเซกเตอร์ศูนย์"
ธนชะงักไปนิด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "แต่... แต่ผู้กองครับ สารวัตรภาคภูมิคือคนที่นำกำลังชุดสุดท้ายเข้าพื้นที่เซกเตอร์เจ็ดนะ"
"นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันเรียกเขา" คณินพูดเสียงต่ำแต่เด็ดขาด "ถ้าเขาบริสุทธิ์ เขากจะมาถึงภายในสามนาที แต่ถ้าเขาไม่มา... หรือพยายามหลบเลี่ยง..." คณินชักปืนพกเลเซอร์ออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงเสียดสีของหนัง "จัดการปิดล็อกประตูทุกบานในเขตกั้นทันที"
ศิลามองการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวแต่เลือดเย็นนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หัวใจของเธอกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความคล้ายคลึงกันบางอย่างระหว่างเธอกับเขา ทั้งคู่ต่างเป็นมืออาชีพที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อเป้าหมายของตัวเอง แม้จะต้องเหยียบย่ำความรู้สึกของคนรอบข้างก็ตาม
"คุณนี่มัน... ไว้ใจไม่ได้เอาเสียเลยจริงๆ คณิน" ศิลาพึมพำเบาๆ ขณะขยับถอยหลังไปตั้งหลักใกล้แผงควบคุมระบบสำรอง
"โลกแบบนี้ไม่มีที่ยืนให้ความอ่อนแอหรอก ศิลา" คณินหันมามองเธอด้วยแววตาที่อ่อนลงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม "คุณเองก็ควรระวังตัวไว้ให้ดี คนที่อยากให้โครงการนี้ล่มสลายไม่ได้มีแค่หนอนบ่อนไส้ในกองกำลังของผมเท่านั้น แต่อาจจะกำลังยืนอยู่ใกล้คุณในระยะไม่ถึงเมตรก็ได้"
สิ้นเสียงของคณิน สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งผนังห้องโลหะ เสียงไซเรนแหลมสูงกรีดร้องทำลายประสาทสัมผัส หน้าจอโฮโลแกรมหลักดับวูบลงพร้อมกันทุุกจอ เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบเป็นจังหวะกระชั้นชิด
"ผู้กองครับ! ระบบควบคุมประตูหลักถูกแฮกจากภายนอก! ทีมของสารวัตรภาคภูมิไม่ได้มุ่งหน้ามาที่นี่... แต่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังห้องเก็บกู้เซบาสเตียน!" ธนตะโกนแข่งกับเสียงไซเรนด้วยความตื่นตระหนก
คณินหันขวับเตรียมวิ่งออกไปที่ประตู แต่ทว่า... ประตูบานเลื่อนโลหะหนาเตอะกลับเลื่อนปิดลงกระแทกกันเสียงดังสนั่น *ปัง!* ระบบล็อกอัตโนมัติทำงานโดยสมบูรณ์ ไฟฉุกเฉินดับลงเหลือเพียงความมืดมิดที่ถูกย้อมด้วยสีแดงสลัว
ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมห้องควบคุม มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสามคนในความมืด และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ที่กำลังหยุดลงตรงหน้าประตูล็อกสนิท
แผ่นโลหะหนาหน้าประตูเริ่มมีประกายไฟจากการเชื่อมตัดโลหะพุ่งทะลักเข้ามา ความร้อนระอุแผ่ซ่านเข้ามาในห้องควบคุมแคบๆ นี้
ในความมืดสลัว ศิลาสัมผัสได้ถึงเงาร่างสูงใหญ่ของคณินที่ขยับเข้ามาประชิดตัวเธอเพื่อบังกระสุนและสะเก็ดไฟที่อาจทะลุเข้ามา มือหนาของเขาคว้าข้อศอกเธอไว้แน่นอย่างลืมตัว ไม่ใช่เพื่อคุกคาม แต่เพื่อดึงให้หลบพ้นแนววิถีการเจาะประตู
"อยู่ใกล้ผมไว้" เสียงกระซิบต่ำของคณินดังอยู่ข้างใบหูของเธอในระยะประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอท่ามกลางบรรยากาศที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย
และในวินาทีที่แสงไฟจากการเชื่อมโลหะสาดส่องเข้ามาสว่างวาบ ร่างของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นผ่านรอยตัดบนประตูเหล็ก... พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นเจ้าของเสียงนั้น!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดไปด้วยกันนะครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก•ตอนที่ 14
รอยร้าวในทีมความมั่นคง
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!