เสียงกระดาษไขแผ่นใหญ่ถูกสะบัดจนเกิดเสียงกรอบแกรบดังก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของบริษัท รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองตัวเลขพิกัดน้ำหนักที่ถูกร่างด้วยดินสอเอชบีบนแปลนโครงสร้าง ก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วที่สวมแหวนเงินเรียบง่ายแตะลงบนเส้นกริดของเสาหลักในโซนเอ
"คุณกำลังใช้สมการคำนวณยุคหินมาใช้กับงานดีไซน์สมัยใหม่นะคะ, คุณคีรินทร์"
น้ำเสียงของสถาปนิกสาวนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่อาบยาพิษ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม รินรดาจงใจเน้นย้ำทุกพยางค์เพื่อแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยอย่างถึงที่สุด ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดด้วยแรงดันมหาศาลจากทัศนคติที่สวนทางกันสุดขั้ว
คีรินทร์ไม่แม้แต่จะกระพริบตา เขายังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางผ่อนคลายอย่างน่าหมั่นไส้ แว่นตากรอบทองสะท้อนแสงไฟนีออนบนเพดานวาววับ วิศวกรหนุ่มยิ้มมุมปากน้อยๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมสีสนิมเหล็กคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย
"ถ้าสมการยุคหินที่ว่า... มันสามารถรับน้ำหนักกระจกเทมเปอร์แปดชั้นและโครงสร้าง cantilever ยื่นยาวเจ็ดเมตรของคุณโดยที่ตึกไม่พังลงมาทับหัวคนเดินถนน ผมคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะใช้มากกว่าอีโก้ของคุณนะ, รินรดา" คีรินทร์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม แต่เฉียบขาดไม่แพ้กัน เขาก้มลงมองแบบแปลนตรงหน้าก่อนจะใช้ด้ามดินสอเคาะเบาๆ ลงบนจุดที่เธอออกแบบ "คุณอยากได้ความงามแบบไร้รอยต่อ จนลืมไปว่าแรงโน้มถ่วงของโลกไม่ได้มีความปรานีต่อความสุนทรีย์"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโน้มตัวลงไปบนโต๊ะประชุมเพื่อให้ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาจางๆ ผสมผสานกับความดุดันในแววตาของเธอทำให้ห้องทั้งห้องแคบลงถนัดตา
"สถาปัตยกรรมไม่ใช่แค่ก้อนคอนกรีตเสริมเหล็กที่แข็งทื่อเหมือนวิธีคิดของคุณนะคะ, คุณคีรินทร์! หน้าที่ของคุณคือการหาทางทำให้จินตนาการของฉันมันเป็นจริงได้ ไม่ใช่มายืนกางตำราฟิสิกส์แล้วบอกว่าทำไม่ได้เพราะคุณไร้จินตนาการพอ"
"ความไร้จินตนาการของคุณกำลังจะฆ่าคนครึ่งเมือง ถ้าโครงสร้างตรงนี้ทรุดตัวลงมาเพราะความอยากเด่นอยากดังในพอร์ตโฟลิโอของคุณ" คีรินทร์สวนกลับทันควันโดยไม่ยอมหลบสายตา เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ จนความสูงของเขาลิดรอนพื้นที่อากาศหายใจของเธอไปเกือบหมด ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะฝั่งตรงข้าม ระยะห่างเหลือเพียงแค่แผ่นกระดาษแปลนสถาปัตยกรรมกั้นกลาง "จำไว้ว่า ดีไซน์ที่สวยที่สุดในโลก ไม่มีค่าอะไรเลย ถ้ามันตั้งอยู่บนซากปรักหักพัง"
บทสนทนาหยุดชะงักลงเมื่อแรงปะทะทางความคิดแปรเปลี่ยนเป็นสนามอารมณ์ที่คุกรุ่น สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร รินรดากัดริมฝีปากล่างเล็กน้อยด้วยความคับ
แค้นใจ ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งสองคนแทบจะหลอมรวมเป็น
เดียวกันในระยะประชิดนี้ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของวิศวกรหนุ่ม พยายามค้นหาความลังเล ทว่าเธอกลับพบเพียงความมุ่งมั่นและประกายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างน่ารำคาญ
คีรินทร์ก้มมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้นของหญิงสาว แววตาของเขาไหววับชั่วขณะ ความเยือกเย็นที่เคยมีสั่นคลอนลงอย่างง่ายดายภายใต้แรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เขายื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนกระดาษแปลนใกล้กับมือของเธอ นิ้วของเขาเฉียดผ่านหลังมือเธอไปนิดเดียว ทว่าสัมผัสไอร้อนจากผิวของเขากลับทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"เราเถียงกันเรื่องโครงสร้างมาสามชั่วโมงแล้ว, รินรดา..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วเบา ทว่าทรงพลังจนทำให้สถาปนิกสาวถึงกับชะงัก "แต่ดูเหมือนว่า... ปัญหาใหญ่ที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลนตึกหรอก"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ "หมายความว่ายังไงคะ?"
"หมายความว่า... คุณกำลังพยายามเอาชนะผมด้วยทฤษฎีสีหน้ามากกว่าเหตุผลทางวิศวกรรม" คีรินทร์ยิ้มมุมปากอีกครั้ง รอยยิ้มที่อันตรายและเย้ายวนในคราวเดียวกัน "และผมก็เริ่มจะรำคาญตัวเองที่เผลอคิดว่า... แบบแปลนเพี้ยนๆ ของคุณมันก็น่าสนใจดีเหมือนกัน"
ก่อนที่รินรดาจะทันได้ตอบโต้อะไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต ร่างท้วมของอัครพลก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ในมือของเขามีซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะ
"ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะเวลาสวีท เอ๊ย... เวลาทำงานอันเคร่งเครียดของคู่หูยอด
นักสืบ เอ๊ย นักออกแบบ" อัครพลหัวเราะในลำคออย่างน่ารังเกียจ กวาดสายตามองทั้งคู่ด้วยแววตารู้ทัน "พอดีผมได้ข้อมูลวงในมา... ว่าแบบแปลนชิ้นเอกที่คุณกำลังเถียงกันหัวชนฝานี่น่ะ กำลังจะกลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่า... เพราะที่ดินแปลงนั้นกำลังถูกฟ้องร้องเรื่องสิทธิ์การถือครอง"
รินรดาหน้าซีดเผือดลงทันที เธอดึงสายตากลับจากคีรินทร์แล้วหันขวับไปมองอัครพลทันที
คีรินทร์หรี่ตาลง รังสีความเยือกเย็นแผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขายืนนิ่ง ขยับตัวบังร่างบางของรินรดาไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะยื่นมือไปรับซองเอกสารจากมืออัครพลมาเปิดดูด้วยความนิ่งสงบ
ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวหนังสือในกระดาษแผ่นแรกเพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่มุมปากของวิศวกรหนุ่มจะกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน
"คุณอัครพลครับ..." คีรินทร์เงยหน้าขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทจนน่ากลัว "ก่อนที่คุณจะเอาขยะพวกนี้มาขู่เรา... คุณช่วยเช็คให้ดีก่อนไหมว่า... ชื่อผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงในโฉนดฉบับใหม่ล่าสุด... คือบริษัทอะไรกันแน่?"
อัครพลหน้าถอดสีทันที รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าแข็งค้างไปในพริบตา
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสเกมแห่งอำนาจและหัวใจนี้ด้วยกันนะคะ
ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น•ตอนที่ 2
สมการความเห็นต่าง
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!