“ใครส่งมันมา?”
กวินเค้นเสียงถาม ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดสีเข้มยืนตระหง่านอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงกราฟหุ้นนับสิบตัว ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้จับจ้องที่ดัชนีตลาดที่กำลังพุ่งทะยาน แต่เขากลับจ้องมองข้อความปริศนาที่ยังคงค้างอยู่บนหน้าจอราวกับงูพิษที่เตรียมฉกกัด
รินรดาที่นั่งอยู่ข้างๆ สั่นสะท้านไปถึงปลายนิ้ว เธอรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดด้วยความเร็วสูง แต่สีหน้าของเธอกลับซีดเผือด “ไม่พบร่องรอยการเชื่อมต่อค่ะ... เอ้ย! ครับกวิน ระบบถูกวางทับด้วย Proxy ห้าชั้น และที่เลวร้ายกว่านั้นคือ... IP แอดเดรสที่ใช้ส่งข้อความนี้ มันย้อนกลับไปหาเซิร์ฟเวอร์หลักของ ‘ธันวา กรุ๊ป’ ในช่วงเวลานี้ของเมื่อสามปีก่อน”
กวินแค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก “สามปีก่อนงั้นหรือ? ถ้าไม่ใช่ธันวา ก็คือไอ้สารเลวนั่นกำลังเล่นสงครามประสาทกับเรา มันรู้ว่าเราจะทำอะไร แต่มันก็ประเมินเราต่ำไปที่คิดว่าเราจะหยุดเพียงเพราะข้อความขู่สั้นๆ”
เขาโน้มตัวลงไปใกล้หน้าจอ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นอายของความทะเยอทะยานอบอวลไปทั่วห้องทำงาน “รินรดา ปล่อยข่าวลวงเรื่องการควบรวมกิจการระหว่าง ‘ออลไลฟ์ เทค’ กับ ‘โกลบอล ดิจิทัล’ ออกไปผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียในเครือข่ายของพวกมัน ใช้บัญชีปลอมที่เราเตรียมไว้ ใช้อัลกอริทึมปั่นกระแสให้มันดูเป็นข่าววงในที่น่าเชื่อถือที่สุด”
“แต่ถ้าทำแบบนั้น กราฟหุ้นของโกลบอลจะพุ่งขึ้นจนทะลุเพดานนะคะ... ครับกวิน” รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง “นักลงทุนรายย่อยจะแห่กันเข้ามาเทรดตามข่าวนี้ และถ้ามันไม่ได้มีการควบรวมจริง... กวินจะตกเป็นเป้าของหน่วยงานกำกับดูแลทันทีนะครับ”
กวินหยิบซิการ์ขึ้นมาจุดสูบ ควันสีเทาจางๆ ลอยฟุ้งไปในอากาศ เขาพ่นควันออกช้าๆ อย่างใจเย็น “นั่นแหละคือเป้าหมาย รินรดา ความโลภคือหลุมพรางที่ลึกที่สุด เมื่อพวกมันคิดว่าเราเป็นหนูติดจั่นที่กำลังตื่นตระหนกกับข้อความนั่น พวกมันจะกระโจนเข้ามาเพื่อหวังซ้ำเติมเราด้วยการทุ่มซื้อหุ้นตามข่าวลวงนี้... แล้วเมื่อนั้นแหละ เราจะลากคอพวกมันทั้งหมดลงเหวไปพร้อมๆ กัน”
ตลาดหุ้นเปิดทำการในอีกไม่กี่นาทีต่อมา ความวุ่นวายเริ่มก่อตัวขึ้นดั่งพายุที่กำลังก่อตัวกลางมหาสมุทร ข่าวลวงเรื่องการควบรวมกิจการที่ถูกบรรจงสร้างขึ้นอย่างประณีตเริ่มแพร่กระจายไปดั่งไฟลามทุ่ง กราฟหุ้นของ ‘โกลบอล ดิจิทัล’ พุ่งทะยานขึ้นเป็นแท่งสีเขียวยาวเหยียด นักลงทุนรายย่อยต่างแย่งชิงกันซื้อราวกับเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของโลก
กวินนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟดำที่เริ่มเย็นชืด เขามองดูตัวเลขที่วิ่งผ่านหน้าจออย่างเงียบเชียบ มือถือของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นครืดขึ้นมาเป็นระยะ ข้อความจากธันวาส่งเข้ามาไม่หยุดหย่อน
*“คิดจะใช้กลยุทธ์ปั่นหุ้นแบบเด็กๆ หรือกวิน? นายลืมไปแล้วหรือไงว่าใครเป็นคนสอนนายเรื่องความเสี่ยง?”*
กวินพิมพ์ตอบกลับไปสั้นๆ โดยไม่ลังเล *“ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่ความผันผวนของตลาด แต่คือการที่นายคิดว่านายรู้จักฉันดีเกินไปต่างหาก”*
ในจังหวะที่แรงซื้อเริ่มหนาแน่นถึงขีดสุด กวินก็ส่งสัญญาณมือให้รินรดา “เริ่มเลย เทขายหุ้นทั้งหมดที่เราถืออยู่ตอนนี้... พร้อมกับปล่อยข้อมูลจริงว่าการควบรวมกิจการนี้เป็นเพียงข่าวลือที่ถูกสร้างขึ้น”
“แต่ถ้าทำแบบนั้น กวินจะขาดทุน...”
“ทำตามที่บอก” กวินเสียงเข้มขึ้น สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอที่แสดงกระแสเงินสดของธันวาที่กำลังไหลทะลักเข้ามา “เรากำลังล่อปลาตัวใหญ่ ปลาที่ตัวใหญ่ที่สุดในตระกูล... ถ้าเราอยากได้เหยื่อตัวนี้ เราต้องยอมสละเหยื่อตัวเล็กไปบ้าง”
กราฟที่เคยพุ่งสูงดั่งยอดเขาในชั่วพริบตา กลับร่วงหล่นลงมาดั่งก้อนหินที่ถูกปล่อยจากที่สูง ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนที่เพิ่งกระโจนเข้าซื้อต่างกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนไม่มีใครตั้งตัวติด นี่คือความพินาศที่กวินจงใจสร้างขึ้นเพื่อกวาดล้างบัญชีของศัตรูที่เข้ามารับซื้อหุ้นในช่วงที่ราคากำลังสูงลิ่ว
“ได้ผลครับ!” รินรดาร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น “ธันวา กรุ๊ป ทุ่มงบมหาศาลเข้ามารับซื้อหุ้นในช่วงที่ราคาสูงที่สุดตามแผนที่กวินวางไว้ ตอนนี้สถานะการเงินของพวกมันติดลบหนักกว่าที่เราประเมินไว้สามเท่า!”
กวินยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน เป็นยิ้มที่ไม่ได้มาจากความสุข แต่เป็นยิ้มของนักล่าที่เพิ่งจะเห็นเหยื่อติดกับดักจนดิ้นไม่หลุด ทว่าในจังหวะที่เขาคิดว่าชัยชนะอยู่แค่เอื้อม เสียงโทรศัพท์สายลับของเขาก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ไม่ระบุตัวตน
เขากดรับด้วยความระมัดระวัง แต่สิ่งที่ปลายสายพูดกลับทำให้เขานิ่งค้างไป
“เกมสนุกดีนี่ครับ... กวิน แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่งหรือเปล่า? ในโลกของการเงินที่ไม่มีวันปิดตลาด นายไม่ได้มีศัตรูแค่คนเดียว... และตอนนี้ นายกำลังยืนอยู่ในสถานที่ที่นายไม่ควรจะอยู่มากที่สุด”
กวินหันขวับไปมองทางประตูห้องทำงานที่ควรจะล็อคสนิท เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินตรงมาที่ห้อง เขารีบกวาดสายตาไปที่กล้องวงจรปิดในห้อง แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น ภาพบนจอที่ควรจะเป็นโถงทางเดิน กลับกลายเป็นภาพซ้อนที่วนลูปเดิมๆ ของเมื่อสิบนาทีก่อน
ลูกบิดประตูค่อยๆ หมุนช้าๆ พร้อมกับร่างของชายผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาภายใต้แสงเงาที่ทาบทับใบหน้า ชายคนนั้นมีรอยยิ้มที่กวินจำได้แม่นยำที่สุด... รอยยิ้มของคนที่ควรจะตายไปแล้วในอุบัติเหตุเมื่อชาติก่อน
“ตกใจอะไรขนาดนั้นล่ะเพื่อนเก่า” ชายคนนั้นเอ่ยเสียงเรียบพลางถอดหมวกออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้เลือดในกายของกวินเย็นเฉียบจนแข็งทื่อ “นายคงไม่ได้คิดหรอกนะว่า... คนที่ ‘รู้อนาคต’ จะมีแค่เราสองคน?”
กวินขยับตัวถอยหลังจนชนเข้ากับมุมโต๊ะ ความเยือกเย็นที่เคยมีมาตลอดมลายหายไปสิ้น เมื่อชายตรงหน้าก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับยื่นโทรศัพท์เครื่องหนึ่งให้ ในนั้นคือหน้าจอแอปพลิเคชันเทรดหุ้นที่มีพอร์ตการลงทุนที่กวินจำได้ดี... พอร์ตการลงทุนที่เป็นของกวินในอีกเส้นขนานหนึ่งของเวลา
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายธุรกิจที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมนี้ไปกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ทวงแค้นย้อนเวลา: พลิกกระดานเศรษฐีพันล้าน•ตอนที่ 36
กับดักความโลภ
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงแค้นย้อนเวลา: พลิกกระดานเศรษฐีพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!