เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์•ตอนที่ 24

รอยร้าวของยุทธภพ

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
หอคอยบรรพจน์เมฆาคล้อยในยามราตรีมิได้เงียบสงบดั่งเช่นที่ควรจะเป็น ไอปราณสีครามเข้มข้นแผ่พุ่งทะยานจากห้องโถงแปดทิศ ราวกับมังกรเพลิงที่กำลังดิ้นรนอยู่ในพันธนาการแห่งเหมันต์ "ข่าวลือสะพัดไปทั่วแปดเขตแคว้นแล้ว... อาจารย์" เสียงทุ้มต่ำของหลี่เฟยหลงดังขึ้น ท่ามกลางความมืดสลัวที่ถูกย้อมด้วยแสงสีทองจางๆ จากเตาหลอมโอสถ ร่างของเด็กหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิทเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ปราณพิษหยินหยางในกายพุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ทว่าแววตาของเขากลับคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก มู่หรงเซียนยืนหันหลังให้อยู่เบื้องหน้าภาพวาดโบราณ นางมิได้หันกลับมามองศิษย์รักทันที ทว่าแผ่นหลังที่ตั้งตรงดั่งสนผ่าซีกนั้นกลับสั่นไหวเล็กน้อยด้วยคลื่นอารมณ์ที่ถูกสะกดกลั้นไว้ "สำนักธรรมะมิใช่สถานที่ที่เจ้าจะใช้ความคะนองไปท้าทายได้, เฟยหลง" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และเปี่ยมด้วยอำนาจกดดัน ทว่าแฝงไว้ด้วยความระทึกขוקที่แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่อาจซ่อนเร้นได้มิด "การที่ชาติกำเนิดของเจ้า... ในฐานะทายาทแห่ง ‘มารโลหิตโลกันตร์’ รั่วไหลออกไป ย่อมหมายความว่ามีหนอนบ่อนไส้อยู่ภายในสำนักของเรา" "ท่านกลัวว่าสำนักพันธมิตรยุทธภพจะยกทัพมาเหยียบภูเขาของเรา หรือว่าท่านกลัวว่าข้า... จะนำความอัปยศมาสู่ชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ของท่านกันแน่?" หลี่เฟยหลงก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ฝ่าเท้ากระทบพื้นหินศิลาส่งเสียงก้องกังวานทุ้มต่ำ กลิ่นอายความตายและกลิ่นอายเซียนปะทะกันจนเกิดประกายไฟสีม่วงจางๆ รอบกายของเขาทั้งสอง มิติรอบข้างบิดเบี้ยวจากแรงกดดันของพลังปราณระดับก่อเกิดวิญญาณ มู่หรงเซียนหมุนตัวกลับมาอย่างฉับพลัน ดวงตาสีรัตติกาลของนางคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็ง นางก้าวเข้าประชิดศิษย์หนุ่มด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาจะมองทัน ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวจี้เข้าที่จุดชีพจรกลางหน้าอกของหลี่เฟยหลงอย่างแม่นยำ ปราณเซียนบริสุทธิ์สายหนึ่งไหลทะลักเข้าไปกดขี่ความบ้าคลั่งของปราณพิษในร่างเขาทันที "เจ้าเด็กโง่!" มู่หรงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมขึ้น "เจ้าคิดว่าข้าแค้นเคืองชื่อเสียงของตนเองกระนั้นหรือ? หลายปีที่ผ่านมา สวรรค์ลงทัณฑ์ข้ามามากเพียงใด เจ้าไม่รู้หรืออย่างไร หากความจริงที่ว่าเจ้าคือผู้ถือครอง ‘โลหิตบรรพกาล’ แพรพรายออกไป สำนักธรรมะเก้าคุณธรรมย่อมไม่เพียงแค่ส่งคนมาล่าสังหารเจ้า แต่พวกมันจะใช้ข้ออ้างนี้ในการกวาดล้างเขาเมฆาคล้อยให้ราบเป็นหน้ากลอง!" หลี่เฟยหลงนิ่งงันไปชั่วขณะ ปราณพิษในกายสงบลงด้วยฤทธิ์ปราณเซียนของนาง ทว่าความเจ็บปวดในใจกลับทวีความรุนแรงยิ่งกว่า เขามองลึกเข้าไปในดวงตาที่เยือกเย็นคู่นั้น พลางแค่น1เสียงหัวเราะเย้ยหยันโชคชะตา "เช่นนั้น... ข้าก็ควรจะออกไปจากที่นี่เสีย" หลี่เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย "ข้าไม่อยากเป็นภาระที่ทำให้ท่านต้องเอาชื่อเสียงนับพันปีมาเดิมพันเพื่อปกป้องปีศาจเช่นข้า" "เจ้ากล้าพูดคำว่าออกไปจากสำนักต่อหน้าข้าอีกครั้งสิ!" มู่หรงเซียนตวาดกร้าว แววตาของนางไหววูบด้วยความโกรธเกรี้ยวและ... ความหวั่นวิตกที่นางไม่เคยแสดงให้ผู้ใดเห็นตลอดหลายร้อยปีแห่งการบำเพ็ญเพียร นางยื่นมือออกไปคว้าปกเสื้อของเขาเข้าหาตัวอย่างแรงจนใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงลมหายใจกั้น "เจ้าคิดว่าเส้นทางที่เจ้าก้าวเดินอยู่นี้ เจ้าเลือกได้เองตามใจชอบอย่างนั้นหรือ? ในเมื่อเจ้ารับวิชาจากข้า ดื่มกินโอสถของข้า และแบกรับรากฐานพลังของข้าไว้ แม้แต่ความตายของเจ้า ก็ยังเป็นของข้า!" บรรยากาศภายในห้องโถงพลันเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของลมหายใจที่กระชั้นชิด เคมีระหว่างอาจารย์ผู้สูงศักดิ์และศิษย์ผู้ดื้อรั้นแผ่ซ่านความตึงเครียดอันน่าหลงใหล ความผูกพันที่ก้าวข้ามผ่านเส้นกั้นระหว่างคุณธรรมและอธรรมถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยหยาดเหงื่อและไอปราณที่ยังคงหลงเหลือจากการโคจรพลัง ทว่า ความเงียบอันเปราะบางนั้นมิได้ดำรงอยู่นาน... *ตูมมมมมม!* เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อนดังขึ้นจากเบื้องล่างของภูเขา แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนเตาหลอมโอสถสั่นระริก ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนากามืดมิด มู่หรงเซียนและหลี่เฟยหลงชักสีหน้าเปลี่ยนไปพร้อมกัน สัญชาตญาณการต่อสู้เตือนภัยพุ่งพล่านถึงขีดสุด "อาจารย์! มีผู้บุกรุก!" หลี่เฟยหลงสะบัดแขนเสื้อ กระบี่เหล็กนิลกาฬพุ่งออกจากฝักมาอยู่บนมือในพริบตา มู่หรงเซียนกวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างหอคอย แสงกระบี่นับร้อยสายกำลังพุ่งทะยานขึ้นมาจากตีนเขาดั่งดาวตกย้อนศร กลิ่นอายพลังปราณอันศักดิ์สิทธิ์แต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นแผ่ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ พร้อมกับเสียงประกาศก้องที่สะท้อนก้องผ่านกระแสปราณจนแก้วหูแทบแตก "มู่หรงเซียน! ส่งตัวมารน้อยศิษย์ทรยศของเจ้าออกมา มิฉะนั้น... วันนี้ค่ายกลเขาเมฆาคล้อยจะถูกแผดเผาให้กลายเป็นเถ้าธุลี!" น้ำเสียงนั้นทรงพลังและคุ้นเคยยิ่งนัก... มันคือเสียงของ "เจ้าสำนักกระบี่เทวะ" ผู้เป็นผู้นำแห่งฝ่ายธรรมะที่ประกาศกร้าวลั่นยุทธภพ! หลี่เฟยหลงหันกลับมามองอาจารย์ของตน แววตาของเด็กหนุ่มฉายแววดุดันและเด็ดเดี่ยวขึ้นมาทันที เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน "ดูท่า... พวกมันคงไม่ให้เวลาเราได้เตรียมตัวแล้วสินะครับ" มู่หรงเซียนมิได้เอวาจาใด นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจิตใจให้กลับมาเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งอีกครั้ง ทว่าประกายในดวงตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่ไม่ได้ปรากฏขึ้นมานานนับศตวรรษ นางสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์พลันสะท้อนแสงจันทร์ดุจเกราะแก้ว กระบี่วิญญาณ "เหมันต์ผ่าสวรรค์" ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาเทพที่ทำให้มิติรอบข้างถึงกับแตกร้าวเป็นรอยแยกสีดำสนิท "ในเมื่อพวกมันอยากเห็นจุดจบของเขาเมฆาคล้อยนัก..." มู่หรงเซียนก้าวเดินนำหน้าศิษย์หนุ่มด้วยท่าทีสง่างามดั่งเทพเซียนผู้ลงทัณฑ์โลกหล้า น้ำเสียงของนางเย็นเยียบจนสามารถแช่แข็งวิญญาณของผู้ฟังได้ "ข้าจะออกไปบอกพวกมันเองว่า... ศิษย์คนนี้ ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิแตะต้อง!" นางก้าวเท้าออกไปที่ระเบียงหอคอย เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับกองทัพธรรมะนับพันที่ปิดล้อมอยู่เบื้องล่าง ทว่า ในวินาทีที่เงาร่างของเจ้าสำนักกระบี่เทวะปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันและแสงกระบี่สว่างวาบนั้นเอง... เงาร่างของบุคคลที่สามซึ่งไม่ควรจะอยู่ที่นี่ กลับก้าวออกมาจากมุมมืดด้านหลังเตาหลอมโอสถ พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่สลักลึกอยู่บนใบหน้าอันคุ้นเคย "อาจารย์... ท่านคิดจริงๆ หรือว่าข่าวนี้รั่วไหลออกไปได้... เพราะมีคนนอกทรยศสำนัก?" เสียงกระซิบอันแผ่วเบานั้นดังก้องขึ้นในโสตประสาทของมู่หรงเซียน ราวกับสายฟ้าฟาดกลางใจที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุนในทันที! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้ไปกับผมนะครับ - เพลิงโอสถสวรรค์
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%