“อย่าขยับครับ ถ้าคุณไม่อยากให้เศษกระจกบาดคอตัวเองไปมากกว่านี้”
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าของธามดังขึ้นชิดใบหู ท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่ดับสนิทหลังการปะทะ รินรดารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายความเย็นชาจากแผ่นหลังแกร่งที่ขยับเข้ามาประชิดเพื่อกันเธอออกจากแรงกระแทกจากด้านนอก
แรงปะทะเมื่อครู่ยังทำให้โลกทั้งใบหมุนคว้าง สัญชาตญาณสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมสยบให้ใครสั่งให้เธอคว้าแขนเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวขยุ้มเสื้อเชิ้ตของเขาจนยับยู่ กลิ่นน้ำหอมไม้สนจางๆ ผสมกับกลิ่นฝุ่นคละคลุ้งในรถทำให้ประสาทสัมผัสของเธอตื่นตัวถึงขีดสุด
“คุณธาม... เราโดนตามเก็บใช่ไหม” เธอถาม เสียงสั่นพร่าแต่ยังคงความเยือกเย็นไว้ได้ทัน
ธามไม่ตอบ เขาเพียงแค่หันใบหน้าคมสันกลับมามองสบตากับดวงตาคู่สวยที่รั้นดื้อดึงไม่ยอมแพ้แม้ในยามคับขัน นิ้วหัวแม่มือของเขาเกลี่ยรอยเลือดจางๆ ที่ซึมออกมาจากขมับเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ต่างจากวาจาจิกกัดของเขาโดยสิ้นเชิง
“คำถามโง่ๆ แบบนี้เก็บไว้ถามในห้องประชุมเถอะครับ รินรดา ตอนนี้เอาชีวิตรอดให้ได้ก่อน”
เขากระชากประตูรถที่บุบเบี้ยวจนเปิดออก แล้วโอบเอวเธอพุ่งตัวออกไปท่ามกลางกลุ่มควันจางๆ ในไซต์งานก่อสร้างที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า นี่คือจุดเช็คพอยต์แรกของโครงการอาคารอเนกประสงค์แห่งใหม่ พื้นที่ก่อสร้างที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงเครื่องจักร กลับเหลือเพียงความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว
รินรดาปัดฝุ่นออกจากชุดเดรสทำงานสีสุภาพที่ตอนนี้เลอะเทอะไปหมด เธอหันไปมองซากรถที่ถูกชนท้ายจนยับเยิน ก่อนจะปรายตามองชายหนุ่มข้างกายที่กำลังสำรวจรอบบริเวณด้วยแววตาดุดัน
“ถ้าจะต้อนรับกันด้วยวิธีนี้ ผมว่าเมฆามันเริ่มเล่นนอกเกมเกินไปแล้วครับ” ธามพึมพำ น้ำเสียงของเขามีร่องรอยของความโกรธจัดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม
“คุณมั่นใจเหรอว่าเป็นฝีมือเมฆา? หรือว่าคุณแค่หาเรื่องใส่ร้ายเขา เพราะกลัวเขาจะแย่งโปรเจกต์นี้ไปจากคุณกันแน่คะ” รินรดาย้อนถาม แววตาของเธอวูบไหวแต่ยังคงรักษามาดสถาปนิกสาวผู้ทะนงตนเอาไว้
ธามหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความขบขัน “คุณยังหลงเหลือความใสซื่อไว้ให้คนอย่างหมอนั่นอีกหรือครับ รินรดา? ตื่นเถอะครับ โครงสร้างอาคารที่ผมคุมอยู่มีรอยร้าวตั้งแต่วันแรกที่มันเข้ามาเหยียบหน่วยงาน ถ้าคุณยังตาบอดเรื่องคน ผมก็ไม่แปลกใจว่าทำไมแบบแปลนของคุณถึงมีจุดบกพร่องเรื่องความปลอดภัยบ่อยนัก”
“คุณว่ายังไงนะ!” รินรดาถลึงตาใส่เขา เดินปรี่เข้าไปหาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร “แบบของฉันมันสมบูรณ์แบบที่สุด ถ้ามันพัง ก็เพราะวิศวกรอย่างคุณนั่นแหละที่ชอบปรับลดสเปกวัสดุจนโครงสร้างมันวิบัติ!”
ธามก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังของรินรดาชนเข้ากับเสาเข็มต้นใหญ่ ดวงตาคมกริบของเขาสบตาเธอแน่นิ่ง ราวกับต้องการจะอ่านให้ทะลุเข้าไปถึงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ใต้ทรวงอกนั้น กลิ่นอายของความกดดันพุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก
“งั้นลองดูให้เต็มตาไหมล่ะครับ ว่าใครกันแน่ที่กำลังจะพังพินาศ”
เขาเอื้อมมือไปคว้าพิมพ์เขียวจากกระเป๋าเธอ แล้วกางมันออกพิงกับเสาเข็ม ก่อนจะชี้นิ้วไปยังจุดรอยต่อของโครงสร้างชั้นที่สาม
“นี่คือสิ่งที่ผมพยายามเตือนคุณมาตลอดสามวัน แต่คุณกลับคิดว่าผมคอยจ้องจะจับผิด... มองให้ดีครับ ถ้าจุดนี้ไม่เสริมคานรับน้ำหนักให้มากกว่านี้ ตึกทั้งหลังจะถล่มลงมาตั้งแต่วันที่เริ่มลงเสาเอก”
รินรดานิ่งงัน ดวงตาที่เคยโกรธเกรี้ยวเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นการคำนวณที่เขาเขียนทับลงไปด้วยปากกาแดง ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ก่อสร้างอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านโครงเหล็กที่ส่งเสียงครืดคราดราวกับคำเตือนจากนรก
เธอยอมรับว่าเขามีตรรกะที่เฉียบคม... คมจนน่าโมโห
“ทำไมไม่บอกกันตรงๆ ตั้งแต่แรกคะ ทำไมต้องทำตัวปากร้ายแล้วค่อยมาเฉลยตอนที่ฉันอับอายแบบนี้” เธอถาม เสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
ธามขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน “ถ้าผมบอกดีๆ คุณจะยอมฟังไหมครับ? คุณมันพวกหยิ่งในศักดิ์ศรีจนหูตึง ต้องให้โดนชนจนเกือบตายแบบนี้แหละ ถึงจะยอมสงบปากสงบคำลงบ้าง”
“คุณมัน...”
รินรดากำลังจะต่อว่า แต่จังหวะนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของกองวัสดุ ทั้งคู่หยุดชะงัก สายตาประสานกันโดยอัตโนมัติ ธามคว้าข้อมือเธอไว้แน่นแล้วดึงให้หมอบลงหลังกองคอนกรีต
“เงียบครับ” เขาพูดเบาๆ พร้อมกับดึงปืนพกกระบอกเล็กออกมาจากซองใต้เสื้อสูท
รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอไม่เคยคิดว่าชีวิตสถาปนิกที่วุ่นวายกับการจัดวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ จะต้องมาเผชิญกับสถานการณ์เอาชีวิตรอดเช่นนี้ ความกลัวเริ่มแล่นพล่าน แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็ก่อตัวขึ้น... ความอุ่นใจที่แปลกประหลาดที่เขายังคงกุมข้อมือเธอไว้แน่น
เงาของชายฉกรรจ์สามคนค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยเศษอิฐ หนึ่งในนั้นถือโทรศัพท์มือถือและกำลังรายงานปลายสายด้วยน้ำเสียงที่รินรดาคุ้นหูจนหัวใจแทบหยุดเต้น
“จัดการพวกมันแล้วครับคุณเมฆา... ใช่ครับ ไม่เหลือแม้แต่ศพ”
รินรดาเบิกตากว้าง หันไปมองธามที่กำลังแสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิต เขาโน้มตัวลงมาข้างหูเธอ กลิ่นกายของเขาอบอวลไปด้วยอันตรายและความดุดัน
“เอาล่ะครับสถาปนิกคนเก่ง ของจริงเพิ่งจะเริ่มขึ้น ตอนนี้คุณยังคิดว่าหมอนั่นเป็นแค่คู่แข่งทางธุรกิจธรรมดาอยู่ไหม?”
ธามขยับมือมาปิดปากเธอไว้แน่น พร้อมกับขยับตัวลุกขึ้นยืนเตรียมพร้อมรับมือกับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยวจนน่าหลงใหล
“ถ้าคืนนี้เรารอดไปได้... ผมจะเลิกปากร้ายใส่คุณ แล้วจะลองทำตามที่ใจคุณต้องการดูสักครั้ง”
ทว่าก่อนที่รินรดาจะได้ทันถามว่าเขาหมายถึงอะไร เสียงฝีเท้าที่หยุดกึกอยู่ตรงหน้ากองคอนกรีตก็ทำให้ทั้งคู่ต้องเงยหน้าขึ้นมอง และภาพที่เห็นเบื้องหน้ากลับไม่ใช่เพียงแค่ลูกน้องของเมฆา แต่เป็นเงาของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... พร้อมกับอาวุธที่จ่อตรงมายังจุดที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่!
หวังว่าตอนที่ 3 นี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนแทบหยุดหายใจนะครับ ขอบคุณที่ติดตามรอยร้าวในครั้งนี้ร่วมกับผม ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับครับ
กลยุทธ์หัวใจฉบับสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 3
รอยร้าวในไซต์งาน
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลยุทธ์หัวใจฉบับสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
