ความมืดมิดไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเสียงโลหะที่บิดตัวเข้าหากัน—นั่นคือบทเรียนราคาแพงที่รสาพรท่องจำขึ้นใจมาตลอดเจ็ดปีในอาชีพวิศวกรโครงสร้าง
และในวินาทีที่แสงไฟฉุกเฉินในลิฟต์ดับวูบลง พร้อมกับเสียงเอี๊ยดออดยาวนานรากับกรามของยักษ์ที่กำลังบดขยี้ รสาก็พุ่งตัวไปข้างหน้าโดยไม่ลังเล มือเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายคว้าปกเสื้อยืดสีเซอร์ๆ ของกรณ์ไว้แน่น ออกแรงกระชากสุดกำลังจนร่างโปร่งของสถาปนิกหนุ่มเซถลามากระแทกเข้ากับผนังตู้โดยสารอย่างแรง
"อย่ายืนนิ่งเป็นเป้านิ่ง! คว้าขอบประตูไว้!" น้ำเสียงของเธอเฉียบขาดราวกับคมมีดผ่าตัด ตัดผ่านเสียงโลหะลั่นสนั่นหวั่นไหว
"โอ Parameters ชีวิตผมกำลังจะพังทลายเพราะแรงโน้มถ่วงและมืออันทรงพลังของคุณแล้วนะ คุณวิศวกร" เสียงทุ้มติดจะกวนประสามดังขึ้นในความมืด แม้ในสถานการณ์ที่เฉียดตาย กรณิศก็ยังไม่วายส่งเสียงกลั้วหัวเราะเบาๆ มือข้างหนึ่งของเขายื่นไปคว้าเหล็กราวจับในลิฟต์ได้อย่างแม่นยำ ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมมาคว้าข้อมือของเธอไว้เพื่อดึงให้ทรงตัวได้มั่นคง ท่ามกลางกลิ่นอายฝุ่นปูนเก่าๆ และกลิ่นโคโลญจน์จางๆ ที่ลอยปะปนกับอากาศอับชื้น
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณระบบลิฟต์สำรองดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟสีส้มสลัวที่ติดพรึบขึ้นมาเผยให้เห็นสภาพภายในตู้โดยสารที่ค้างอยู่ระหว่างชั้นสามและชั้นสี่ของตึกเก่าอายุร้อยปี โครงสร้างเหล็กด้านนอกสั่นสะเทือนเบาๆ ก่อนจะนิ่งสนิท
รสาผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด เธอยังไม่ปล่อยมือจากข้อมือของเขา ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมจ้องมองสถาปนิกหนุ่มนิ่ง "คุณรู้ไหมว่าการที่สถาปนิกคิดจะเดินสำรวจอาคารเก่าโดยไม่ตรวจเช็กสถานะการซ่อมบำรุงลิฟต์ก่อน มันจัดอยู่ในหมวดความประมาทเลินเล่อระดับหายนะ"
กรณ์ยกมือขึ้นยอมแพ้ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเกียจคร้าน ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน "ผมแค่อยากทดสอบความตื่นเต้นของโปรเจกต์นี้ร่วมกับคุณต่างหาก รสา... ดูสิ แค่นี้เราก็ได้เรียนรู้ระบบความปลอดภัยของตึกนี้แบบอินไซต์สุดๆ แล้วนะ"
"ฉันไม่ต้องการอินไซต์แบบนี้ในห้องฉุกเฉินค่ะ" เธอกระแทกเสียงใส่ พร้อมกับคว้าวิทยุสื่อสารพกพาขึ้นมาประสานงานกับทีมด้านล่างด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคง ราวกับเมื่อครู่ไม่ได้เพิ่งผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมา
สิบนาทีต่อมา เจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงก็งัดประตูลิฟต์ออกได้สำเร็จ แสงสว่างจ้าจากโถงทางเดินของอาคารอนุรักษ์ยุคอาณานิคมสาดส่องเข้ามา อาคารหลังนี้เคยเป็นสำนักงานศุลกากรเก่าแก่ ผนังอิฐมอญเปลือยโชว์ลวดลายการก่อสร้างแบบโบราณ คานไม้สักทองขนาดมหึมาที่รองรับน้ำหนักเริ่มมีคราบราดำและร่องรอยการกัดแทะของปลวกให้เห็นประปราย
ทันทีที่ก้าวเท้าพ้นจากตู้ลิฟต์ รสาก็หยิบแท็บเล็ตคู่ใจขึ้นมาทันที นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์บันทึกข้อมูลสภาพแวดล้อม การไหลเวียนของอากาศ และความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศอย่างรวดเร็ว โลกของเธอขับเคลื่อนด้วยตัวเลข ค่าความเค้นของวัสดุ และมาตรฐานความปลอดภัยที่ไม่ยอมประนีประนอมให้แก่สิ่งใด
"โครงสร้างคานช่วงพาดนี้มีระยะแอ่นตัวเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานร้อยละสิบสองค่ะกรณ์" รสาเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้ามองคู่สนทนา มือชี้ไปที่คานไม้สักขนาดใหญ่เหนือหัว "ถ้าเราจะทุบผนังปูนฉาบออกเพื่อทำเป็นโถงแสดงงานศิลปะแบบที่คุณต้องการ น้ำหนักทั้งหมดจะถ่ายเทมาที่เสากลางโถงนี้ ซึ่งมันไม่มีทางรับไหว เราต้องเสริมเสาเหล็ก H-Beam เข้าไปช่วยรับน้ำหนัก ไม่อย่างนั้นตึกนี้จะพังลงมาก่อนงานเปิดตัวนิทรรศการแน่ๆ"
กรณ์ที่กำลังเดินสำรวจลวดลายปูนปั้นบนบัวเพดาน ชะงักฝีเท้าลง เขาเดินเข้ามาใกล้รสา ชะโงกหน้ามองหน้าจอแท็บเล็ตของเธอ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
"คุณวิศวกรครับ... ถ้าเราเอาเสาเหล็กเทอะทะนั่นมาวางกลางโถงโบราณ สุนทรียศาสตร์ของสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกที่บรรพบุรุษอุตส่าห์สร้างไว้จะพังพินาศไม่มีชิ้นดี" กรณ์แย้ง น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แววตากวนๆ เมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยประกายตาคมปลาบของนักออกแบบที่หวงแหนงานศิลป์ "สถาปัตยกรรมไม่ใช่แค่เรื่องของการไม่ให้ตึกถล่มนะ แต่มันคือการหายใจร่วมกับประวัติศาสตร์ เราต้องแก้ปัญหาด้วยการซ่อนโครงสร้างรับแรงไว้ในผนังเดิม ไม่ใช่เอาเหล็กดิบๆ มาคาดหน้าอกตึกเหมือนคนไข้ใส่เฝือก"
รสาหันขวับมามองเขา ดวงตาสีเข้มฉายแววไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง "ประวัติศาสตร์จะไม่มีความหมายอะไรเลยค่ะ ถ้าคนที่จะเข้าไปยืนชื่นชมมันต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ใต้ซากปรักหักพัง ความปลอดภัยต้องมาก่อนความสวยงามเสมอ นั่นคือไม้บรรทัดวัดผลงานของฉัน"
"แต่สำหรับผม งานออกแบบที่ไร้จิตวิญญาณก็เป็นแค่ก้อนอิฐกับปูนที่ตายซาก" กรณ์ก้าวเข้าไปประชิดอีกนิดโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจ กลิ่นอายความเป็นมืออาชีพของทั้งสองฝั่งปะทะกันอย่างดุเดือดกลางโถงทางเดินโบราณ "คุณมองเห็นแต่ความเสี่ยง แต่ผมมองเห็นอนาคตของพื้นที่ตรงนี้... รสา คุณลองมองข้ามตัวเลขในแท็บเล็ตนั่นแล้วใช้ใจสัมผัสมันดูบ้างสิ"
รสาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปชั่วเสี้ยววินาที ไม่ใช่เพราะคำพูดชวนฝันของเขา แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่กะทันหันและแววตาจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางกวนประสาทนั้น มันเป็นมุมที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวผู้ชายคนนี้
ครืนนน—!
เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะเทือนขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ราวกับสัตว์ประหลาดโบราณกำลังพลิกตัว ฝุ่นละอองจากรอยต่อของอิฐมอญร่วงกราวลงมาเหมือนหิมะสีเทา คานไม้สักเหนือศีรษะส่งเสียงลั่นเอี๊ยดออดยิ่งกว่าตอนอยู่ในลิฟต์เสียอีก
แท็บเล็ตในมือของรสาหลุดร่วงลงพื้น แรงสั่นสะเทือนระดับปานกลางทำให้โครงสร้างเก่าแก่รอบด้านเริ่มสั่นไหวอย่างน่ากลัว สัญชาตญาณของวิศวกรโครงสร้างกรีดร้องเตือนภัยอันตรายระดับวิกฤต
"แผ่นดินไหวรึ?" กรณ์สบถเบาๆ ก่อนที่ปฏิกิริยาตอบสนองของสถาปนิกหนุ่มจะทำงานเร็วกว่าความคิด ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวรสาในเสี้ยววินาที ใช้สองแขนโอบกอดร่างบางไว้แน่นแล้วพาพุ่งหลบเข้าไปใต้ซากโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งโบราณที่มุมห้อง พร้อมกับยกมือขึ้นปกป้องศีรษะของเธอจากเศษปูนที่กำลังร่วงหล่นลงมาเป็นหابل
ฝุ่นผงตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ความมืดและเสียงก้องกังวานของโครงสร้างที่กำลังปรับสมดุลทำให้บรรยากาศน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น รสาซบหน้าอยู่กับอกเสื้อของกรณ์ เธอสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วของเขา แต่มันกลับหนักแน่นและมั่นคงจนน่าประหลาดใจ
ผ่านไปเกือบนาที เสียงสะเทือนจึงสงบลง ความเงียบงัดเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงคราบฝุ่นขาวโพลนที่ปกคลุมร่างของทั้งคู่จนขาวโพลนราวกับรูปปั้นหินอ่อน
รสาค่อยๆ ดันตัวออกจากอ้อมแขนของเขา แววตาสั่นระริกด้วยความตกใจปนเปื้อนความรู้สึกซับซ้อนที่อธิบายไม่ถูก เธอกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบ
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนแปลกประหลาดดังขึ้นในโสตประสาทของทั้งคู่ พร้อมกับแสงสีฟ้าจางๆ ที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า เป็นหน้าต่างระบบโฮโลแกรมโปร่งใสที่แสดงข้อความตัวอักษรสีทองอร่ามชัดเจน:
[แจ้งเตือนระบบโครงการ: ตรวจพบเหตุการณ์ความเสี่ยงระดับ SSS "วิกฤตโครงสร้างโบราณสถานบูรณาการ"]
[เงื่อนไขภารกิจพิเศษ: สถาปนิกและวิศวกรต้องร่วมมือกันแก้ไขจุดอ่อนโครงสร้างภายใน 48 ชั่วโมง มิฉะนั้นระบบจะทำการยกเลิกสัญญาร่วมทุนถาวร]
[บุคคลปริศนาผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่: ได้ทำการลงชื่อเข้าสู่ระบบไซต์งาน ณ จุดทางเข้าชั้นใต้ดินเรียบร้อยแล้ว...]
รสาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเงาร่างของใครบางคนกำลังก้าวพ้นบันไดโค้งขึ้นมาจากความมืดของชั้นใต้ดิน พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงความลับเอาไว้เต็มเปี่ยม...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความตื่นเต้นและหัวใจที่เต้นระส่ำในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ "ดาริกาส่องแสง"
สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเนี้ยบ•ตอนที่ 2
สนามเพลาะหน้าไซต์งาน
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
