"ถ้าเสาต้นนี้ถูกย้ายออกไปตามที่ฝ่ายสถาปัตยกรรมเสนอ เกรงว่าเราคงต้องเตรียมงบไว้สำหรับค่าทำขวัญญาติผู้เสียชีวิตในอนาคตด้วยนะคะ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราายใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ ชั้นสิบสอง อาคารสำนักงานโครงการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ย่านเมืองเก่า รلสาพร หรือ 'รสา' วิศวกรโครงสร้างสาวมือหนึ่ง ขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย ปลายเรียวนิ้วที่กำลังถือปากกาหมึกซึมราคาแพงเคาะลงบนโต๊ะไม้สักทองเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังนับถอยหลังระเบิดเวลา
ภายในห้องประชุมที่ควรจะเต็มไปด้วยบรรยากาศของการปรึกษาหารืออย่างสร้างสรรค์ กลับตึงเครียดเสียจนแทบจะได้ยินเสียงกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านสายไฟ รสาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มและเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา ปราศจากรอยยับย่อยใดๆ ทุกกระเบียดนิ้วสะท้อนถึงความสมบูรณ์แบบและการควบคุมสถานการณ์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ เธอนั่งหลังตรงแน่ว สายตาคมกริบราวกับสแกนเนอร์กำลังจดจ้องไปยังภาพสามมิติของอาคารประวัติศาสตร์อายุเกือบร้อยปีบนจอโปรเจ็กเตอร์
และเป้าหมายของสายตานั้น... คือชายหนุ่มผู้สร้างความปั่นป่วนให้ชีวิตการทำงานของเธอตั้งแต่ตารางงานแรกเริ่ม
กรณ์ หรือ กรณิศ สถาปนิกหนุ่มอัจฉริยะผู้นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม กำลังเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ลุคของเขาดูขัดหูขัดตาวิสาวเนี๊ยบอย่างเธอเสียเหลือเกิน เสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงและรอยสักรูปแปลนโครงสร้างเรขาคณิตจางๆ ผมยาวหยักศกเล็กน้อยถูกรวบไว้ลวกๆ ด้วยยางรัดผมสีดำ มีปอยผมตกลงมาเคลียข้างแก้มสากระคายหนวดเคราครึ้มที่ไม่ได้โกนมาสองวัน แต่อย่างไรก็ตาม ดวงตาคมปลาบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ขนตาดกหนานั้นกลับเป็นประกายระยิบระยับด้วยความท้าทาย ราวกับเสือดาวที่กำลังมองเหยื่อแสนสนุก
"คุณรสาครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง คุณรสาคะ" กรณ์แก้คำพูดตัวเองทันทีเมื่อเห็นดวงตาคู่สวยนั้นหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ เขาแย้มยิ้มมุมปาก ยิ้มกวนๆ ที่ทำเอาไตรภพ เพื่อนสนิทและสถาปนิกคู่หูที่นั่งอยู่ข้างๆ ต้องยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความเหนื่อยหน่าย "งานศิลปะชิ้นนี้มีชีวิตนะคะ มันไม่ใช่แท่งคอนกรีตเสริมเหล็กทื่อๆ ที่คุณออกแบบเพื่อหลบแรงเฉือนตามตำราเรียนเล่มหนาเตอะนั่น การที่เราจะดึงเอามรดกทางวัฒนธรรมยุคโคโลเนียลให้กลับมาหายใจได้อีกครั้ง เราต้องยอมเสี่ยงที่จะถอดโครงสร้างหนาเทอะทะออก แล้วแทนที่ด้วยความโปร่งเบา เพื่อให้แสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามาโอบกอดพื้นที่ตรงกลาง นั่นต่างหากคือสถาปัตยกรรมที่พูดคุยกับผู้คนได้"
"แสงธรรมชาติคงจะสาดส่องเข้ามาโอบกอดวิญญาณของคนที่ถูกซากตึกถล่มทับมากกว่านะคะ ถ้าเราเอาเสารับน้ำหนักหลักออกไปเพียงเพราะคุณอยากให้มัน 'ดูโล่งโปร่งสบาย' ตามหลักสุนทรียศาสตร์บ้าบอนั่น" รสาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงของเธอไม่ได้ดังขึ้นเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับทรงพลังและหนักแน่นพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องลดอุณห็ุปลงไปหลายองศา "ฟิสิกส์ไม่เคยประนีประนอมกับความงามค่ะคุณกรณ์ แรงโน้มถ่วงไม่สนใจหรอกนะคะว่าแบบแปลนของคุณจะกวาดรางวัลระดับประเทศมาแล้วกี่รางวัล"
"โอ้โห ดุเป็นไฟเลยแฮะ..." ไตรภพพึมพำเบาๆ พร้อมกับกระเถิบเก้าอี้ถอยห่างจากแนวปะทะเล็กน้อย ขณะที่มินตรา หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์สาวมั่นผู้เป็นทั้งเพื่อนและตัวป่วนสถานการณ์ กำลังนั่งอมยิ้มพึงพอใจราวกับกำลังชมภาพยนตร์แอคชันฟอร์มยักษ์ที่ลงทุนสร้างมหาศาล
กรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความขบขัน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะประชุมฝั่งที่รสา Damit นั่งอยู่ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งค้ำขอบโต๊ะโน้มตัวลงไปหาเธอเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนรสาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟดำลอยเข้ามาแตะจมูก
"คุณกลัวอะไรเหรอครับ รสา... หรือว่าคุณกลัวว่าความงามของแบบแปลนนี้ มันจะเข้าไปสั่นคลอนความปลอดภัยในหัวใจที่ถูกปิดตายของคุณกันแน่?"
คำพูดทิ่มแทงใจดำนั้นทำให้รสาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาสีดำสนิทของเธอวาวโรจน์ขึ้นด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธ ปมในอดีตจากเหตุการณ์ตึกถล่มสมัยที่เธอยังเป็นวิศวกรจบใหม่ เป็นแผลเป็นที่เธอไม่เคยอนุญาตให้ใครหยิบยกขึ้นมาพูดเล่น ยิ่งกับผู้ชายจอมเจ้าเล่ห์คนนี้แล้ว มันยิ่งเป็นเส้นต้องห้ามที่เขาไม่ควรล้ำเข้ามา
รสาไม่ได้ถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัว ปลายจมูกแทบจะชนกับแนวสันจมูกโด่งเป็นสันของเขาอยู่รอมร่อ ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด ไม่ใช่เพราะความเขินอาย... แต่เป็นเพราะความเดือดดาลล้วนๆ
"ถ้าคุณยังมีความรับผิดชอบต่อชีวิตมนุษย์เหลืออยู่สักนิด กรุณากลับไปคำนวณโครงสร้างใหม่บนพื้นฐานของความเป็นจริง... ไม่ใช่ความเพ้อฝันในหัวสมองของสถาปนิกติסטอย่างคุณนะคะ!" รสาเอ่ยทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น
ก่อนที่กรณ์จะทันได้เอื้อnคำใดตอบโต้ เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของอาคารก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับไฟฉุกเฉินสีแดงที่กะพริบวาบไปทั่วเพดานห้องประชุม พร้อมกันนั้น เสียงประกาศจากระบบกระจายเสียงส่วนกลางก็ดังแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน
*"ประกาศจากระบบรักษาความปลอดภัย ตรวจพบแรงสั่นสะเทือนระดับผิดปกติบริเวณโครงสร้างชั้นใต้ดิน ขอให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอพยพออกจากอาคารทันที..."*
รสาหน้าถอดสีทันที สัญชาตญาณวิศวกรโครงสร้างตื่นตัวเต็มพิกัด เธอลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มคว่ำ "แย่แล้ว... แรงสั่นสะเทือนแบบนี้ไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่มาจากฐานรากของอาคารที่กำลังรับน้ำหนักไม่ไหวจากการขุดเจาะผิดพลาดด้านนอก!"
กรณ์หุบยิ้มกวนๆ ทันที แววตาขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังและเฉียบคมในเสี้ยววินาที เขารู้ทันทีว่าสถานการณ์กำลังเลวร้ายว่าที่คิด และจุดที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือห้องเก็บเอกสารประวัติศาสตร์ชั้นใต้ดิน ที่ซึ่งไตรภพและทีมงานฝ่ายสำรวจกำลังทำงานอยู่
"มินตรา พาคนอื่นออกไปทางบันไดหนีไฟ!" กรณ์สั่งเสียงเฉียบขาด ก่อนจะหันมามองรสาที่กำลังคว้าแท็บเล็ตและหมวกนิรภัยขึ้นมาถือไว้ "คุณรสา... ถ้าคุณอยากพิสูจน์ว่าฟิสิกส์ของผมมันพังทลายแค่ไหน ตามผมมาพิสูจน์ด้วยกันข้างล่างตอนนี้เลย!"
รสาเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองหน้าสถาปนิกหนุ่มมาดกวนผู้นี้เป็นครั้งแรกด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย แม้เขาจะปากจัดและหัวรั้น แต่ในยามวิกฤต สายตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความลังเล
ทั้งสองคนวิ่งเคียงบ่าเคียงไหล่ออกไปจากห้องประชุม ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังระรัว และในวินาทีที่ประตูลิฟต์ฉุกเฉินเปิดออกเพื่อพาพวกเขาดิ่งลงสู่ชั้นใต้ดิน รสาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าหน้าจอระบบจำลองโครงสร้างสามมิติในแท็บเล็ตของเธอแสดงภาพเส้นสีแดงฉานที่กำลังแตกหัก และตัวเลขการกระจายน้ำหนักที่กำลังพุ่งทะยานเกินขีดจำกัดอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว
และก่อนที่ลิฟต์จะเคลื่อนตัวลงสู่เบื้องล่าง แสงไฟฉุกเฉินในตู้โดยสารก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด พร้อมกับเสียงโลหะลั่นเอี๊ยดออดยาวนานรากับกรามของยักษ์ที่กำลังบดขยี้...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าแรกของพิมพ์เขียวแห่งความอลเวงนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเนี้ยบ•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวแรกที่ขัดแย้ง
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
