เสียงเครื่องอัดไฮดรอลิกหน้าไซต์งานคำรามก้องจนแก้วหูสะเทือน แต่เสียงที่ทรงพลังกว่าในเวลานี้ กลับเป็นเสียงกระแทกของแฟ้มแบบแปลนสถาปัตยกรรมสีน้ำเงินเข้มลงบนโต๊ะไม้กระดานหยาบ ๆ
"คุณกรณ์ครับ ถ้าเสาต้นนี้ถูกขยับเข้าไปอีกสิบเซนติเมตรตามที่คุณขีดเส้นแดงมา ทางวิศวกรรมโครงสร้างคงต้องรื้อคานชั้นสองทำใหม่ทั้งหมด ซึ่งนั่นหมายถึงงบประมาณที่บานปลายและเดดไลน์ที่ถูกเลื่อนออกไปอีกสองสัปดาห์... ในฐานะผู้จัดการโครงการ ผมไม่อนุมัติครับ"
รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เธอยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ ดวงตากลมโตภายใต้หมวกนิรภัยสีขาวจ้องมองสถาปนิกหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว รัศมีของความดื้อรั้นและมั่นใจในตัวเองแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวคุกรุ่น
กรณ์ถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย เขาปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อขึ้นลวก ๆ ภายใต้หมวกนิรภัยสีเดียวกัน ดวงตาคมกริบกวาดมองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตานิ่งสนิท ปากหยักได้รูปเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะบางเบาตามวิสัยของคนมั่นใจในรสนิยมตัวเอง
"ถ้าคุณรินรดาเอาแต่ก้มหน้าก้ม-มองตัวเลขในงบประมาณ จนลืมมองความสมบูรณ์แบบทางสุนทรียศาสตร์ของตึกนี้ ผมเกรงว่าโปรเจกต์คอนโดมิเนียมหรูระดับไฮเอนด์แห่งนี้ คงกลายเป็นแค่กล่องปูนซีเมนต์หน้าตาธรรมดาที่ไร้รสนิยม... ผมไม่ได้จ้างผู้รับเหมามาสร้างรังนกนะครับ ผมกำลังออกแบบงานศิลปะ"
คำพูดเย่อหยิ่งและสายตาดูแคลนกลาย ๆ นั้นทำให้รินรดาถึงกับแค่นหัวเราะออกมาในลำคอ เธอโน้มตัวเข้าหาเขาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงคืบ กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไม้ปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนในไซต์งานลอยเข้าจมูกสถาปนิกหนุ่มอย่างกะทันหัน
"ศิลปะกินไม่ได้หรอกครับคุณกรณ์... ลูกค้ากระเป๋าหนักที่ยอมจ่ายเงินแพงลิบลิ่วเพื่อซื้อเพนท์เฮาส์ เขาไม่ได้ต้องการเสาต้นนี้มาตั้งตระหง่านบดบังวิวแม่น้ำเจ้าพระยา เพียงเพราะคุณอยากให้มันสมมาตรตามตำราสถาปัตยกรรมโบราณหรอกนะ ตื่นครับคุณ... นี่มันโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ใช่โปรเจกต์ส่งอาจารย์ตอนปีสี่"
กรณ์ชะงักไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะกลัวคำขู่ แต่เป็นเพราะประกายตาที่ดุดันแต่ทว่าฉลาดเฉลียวของหญิงสาวตรงหน้าต่างหาก ที่ทำให้หัวใจจังหวะปกติของเขาเกิดสะดุดกึกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ปกติแล้วผู้จัดการโครงการส่วนใหญ่ไม่ว่าชายหรือหญิงต่างก็เกรงกลัวชื่อเสียงเรียงนามของ "กรณ์" สถาปนิกมือหนึ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและปากร้ายเป็นทุนเดิม แต่รินรดากลับยืนประจันหน้าเขาอย่างไม่ยอมถอยร่นแม้แต่ก้าวเดียว แถมยังใช้คำพูดแทงใจดำได้อย่างเจ็บแสบ
"ปากเก่ง..." กรณ์พึมพำลอดไรฟัน ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อย "คุณกำลังคิดว่าตัวเองฉลาดมากสินะที่เถียงผมฉอด ๆ แบบนี้ ทั้งที่ความจริงแล้วแบบแปลนที่ผมแก้น่ะ มันคือหัวใจหลักของตึกนี้ ถ้างบพังเพราะความสวยงามที่เพิ่มขึ้น มันก็น่าคุ้มกว่าการสร้างตึกหน้าตาอุบาทว์แล้วเอาไปเร่ขายเศรษฐีตาบอดไม่ใช่หรือไงครับ"
"อุบาทว์อย่างงั้นเหรอ!" รินรดาตบโต๊ะดังปังจนแฟ้มแบบแปลนกระเด้ง เธอหมดความอดทนที่จะรักษามาุดผู้จัดการสาวผู้ใจเย็น "คุณกรณ์! ช่วยกรุณาใช้สมองอันปราดเปรื่องของคุณคิดใหม่ด้วยนะว่า ใครกันแน่ที่ต้องมารับหน้ากับบอร์ดบริหารเวลาคุณทำตามใจชอบแบบนี้ แบบแปลนที่คุณส่งมาแก้รอบที่สามนี่มัน... มันเกินโควต้าความติสต์แตกที่คุณมีไปมากแล้วนะ!"
"ถ้าผมไม่ติสต์ แล้วตึกนี้จะชนะรางวัลระดับเอเชียได้ยังไงครับคุณรินรดา" กรณ์ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอโดยอัตโนมัติ ร่างสูงใหญ่กดดันจนรินรดาต้องผถะหลังไปติดกับเสาปูนด้านหลังโดยไม่รู้ตัว "หรือว่าคุณกลัว? กลัวว่าถ้าตึกนี้เสร็จออกมาสวยเกินหน้าเกินตาโปรเจกต์อื่นที่คุณเคยทำ แล้วคุณจะกลายเป็นแค่ผู้จัดการโครงการธรรมดา ๆ ที่ไม่มีใครจดจำนอกจากตัวเลขงบดุล"
คำพูดจี้จุดเดือดพล่านขึ้นในอกของรินรดา เธอนิ่งอึ้งไปชั่ววินาทีเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าใบหน้าคมคายของสถาปนิกหนุ่มอยู่ใกล้เธอแค่เพียงลมหายใจกั้น แววตาสีเข้มคู่นั้นไม่ได้มีแต่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันมีความท้าทาย... และอะไรบางอย่างที่เธออ่านไม่ออกซ่อนอยู่ลึก ๆ
"ฉันไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาระยะห่างและสติที่เริ่มเตลิดไปกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของคนตรงหน้า "โดยเฉพาะคนปากเสียอย่างคุณ... ถอยไปหน่อยสิครับ คุณกรณ์"
"ถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะ?" กรณ์โน้มใบหน้าลงมาอีกนิด เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหวกนิรภัยสีขาวของเธอ หัวใจในอกของสถาปนิกหนุ่มเต้นรัวแรงจนน่าตกใจ เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกันว่าทำไมเขาถึงต้องมา đứng ต่อล้อต่อเถียงกับผู้หญิงคนนี้เป็นชั่วโมง ๆ ทั้งที่ปกติเขาคงสั่งรื้อถอนตามใจชอบแล้วเดินหนีไปนานแล้ว
แต่ทว่า... ยิ่งเธอดื้อ ยิ่งเถียงคำไม่ตกฟาก สายตาคู่สวยคู่นั้นยิ่งสว่างวาบด้วยประกายไฟ ประหลาดนักที่มันกลับทำให้เขาอยากแกล้งให้เธอโมโหจนหน้าดำหน้าแดงเล่นมากกว่าเดิม
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น มือเรียวเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเอาไว้เพื่อไม่ให้เขารุกล้ำเข้ามามากกว่านี้ ความร้อนจากร่างกายของเขาลอยทะลุผ่านเสื้อเชิ้ตทำงานเนื้อดีมาปะทะฝ่ามือ จนเธอต้องรีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก
"คุณมัน... สถาปนิกเผด็จการไร้เหตุผลที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นพยายามกลบเกลื่อนความวูบไหวในใจ
"และคุณก็เป็นผู้จัดการโครงการที่น่ารำคาญและดื้อด้านที่สุดเท่าที่ผมเคยร่วมงานด้วยเหมือนกัน..." กรณ์ตอบกลับทันควัน มุมปากกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นบ่อยนัก "แต่ก็นั่นแหละ... น่าสนุกดีนี่"
ทั้งสองยืนจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ประกายไฟแห่งความทิฐิพวยพุ่งระหว่างกันจนแทบจะเผาไหม้อากาศรอบตัวให้ร้อนระอุ บรรยากาศความตึงเครียดแบบมืออาชีพเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่ยากจะปฏิเสธ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมเสียงเรียกขัดจังหวะก็ดังขึ้นจากด้านหลังโครงสร้างเหล็ก
"คุณกรณ์ครับ! คุณรินรดาครับ! แย่แล้วครับ..."
วิศวกรควบคุมงานหนุ่มวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดยืนหอบแฮกอยู่ตรงหน้าคนทั้งคู่ ใบหน้าซีดเผือดจนเห็นได้ชัด
กรณ์และรินรดารีบผละออกจากกันทันทีราวกับมีกระแสไฟช็อต ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างกระแอมไอเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนเมื่อครู่ ก่อนที่รินรดาจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นมืออาชีพอย่างรวดเร็ว
"มีอะไร, คุณภาคภูมิ? หายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดมาซิ เกิดอะไรขึ้นที่โซน B" รินรดาเอ่ยถามเสียงเข้ม
วิศวกรหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะชี้มือสั่นเทาไปทางด้านหลังอุโมงค์ทางเดินคอนกรีต แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของสถาปนิกและผู้จัดการโครงการต้องเย็นเฉียบพร้อมกัน
"คือ... มีคนพบรอยร้าวขนาดใหญ่ที่คานรับน้ำหนักหลักของชั้นใต้ดินครับ... และตอนนี้โครงสร้างตรงนั้นกำลังเริ่มทรุดตัวลงมาแล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากความปั่นป่วนครั้งนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สถาปนิกปากแข็งกับหัวหน้าโครงการสายซã•ตอนที่ 1
รอยร้าวแรกในแบบแปลน
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแข็งกับหัวหน้าโครงการสายซã นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
