กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งผสมกับกลิ่นดินเปียกชื้นหลังฝนตก ไม่ได้ทำให้ร้อยตำรวจโทอัครินทร์รู้สึกสะอิดสะเอียนเท่ากับภาพตรงหน้า เขานั่งยองลงข้างศพที่ถูกทิ้งไว้ใต้เพิงพักร้างท้ายหมู่บ้านจัดสรร อัครินทร์ขยับถุงมือยาง กระชับไฟฉายในมือให้แสงนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้
“นิติเวชบอกว่าเสียชีวิตมาไม่เกินสี่ชั่วโมง แต่ดูสภาพผิวหนังนั่นสิครับ... มันไม่เหมือนถูกของมีคมบาดธรรมดา” อัครินทร์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาเรียบสนิท แต่นัยน์ตาคมกริบนั้นกำลังสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความสงสัยที่อธิบายไม่ได้
บนแผ่นหลังของศพชายวัยกลางคน ผิวหนังถูกฉีกออกเป็นร่องลึก ไม่ใช่รอยแผลที่เกิดจากแรงกระชากของสัตว์ป่าหรืออาวุธสงคราม แต่มันถูกกรีดลงไปเป็นลวดลายเรขาคณิตที่ซับซ้อน คล้ายกับอักขระโบราณที่เขาเคยเห็นในแฟ้มคดีเก่าๆ เมื่อสามปีก่อน คดีที่พรากน้องสาวของเขาไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอย
“มันไม่ใช่รอยสักบนเนื้อหนังหรอกครับหมวด แต่มันคือรอยสักบนวิญญาณที่พยายามจะตะเกียกตะกายออกมาจากร่างเนื้อ”
น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่ถูกหย่อนลงในแก้วเหล้าดังขึ้นจากความมืด อัครินทร์ชักปืนพกออกจากซองในเสี้ยววินาที หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกโดยสัญชาตญาณ กระบอกปืนจ่อตรงไปยังเงาร่างที่ยืนสงบนิ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
รินรดาไม่ได้มีท่าทีหวาดหวั่น เธอยืนกอดอก แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางที่กะพริบถี่ๆ ขับให้ใบหน้าของเธอดูซีดเผือด แต่ดวงตาคู่นั้นกลับดูคมปลาบดุจมีดโกน
“คุณรินรดา” อัครินทร์ลดปืนลงช้าๆ แต่แววตายังคงแข็งกร้าว “การเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามของตำรวจมีความผิดฐานแทรกแซงการสืบสวน... และผมไม่ชอบให้ใครมาเล่นตลกกับคดีฆาตกรรม”
“เล่นตลกหรือครับ?” รินเดินก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟตกกระทบใบหน้าของเธอ เผยให้เห็นแววตาที่หม่นหมอง “หมวดเชื่อในหลักฐานเชิงประจักษ์ใช่ไหมครับ งั้นช่วยบอกผมหน่อยว่า มีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ชิ้นไหนที่สามารถเขียนอักขระแบบนี้ลงไปได้โดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อรอบๆ ตาย หรือมีกล้องวงจรปิดตัวไหนจับภาพฆาตกรที่ไม่มีแม้แต่เงาบนพื้นดินได้บ้าง”
อัครินทร์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าเธอพูดจริง ร่องรอยประหลาดนี่ไม่มีรอยเลือดไหลนองออกมาจากปากแผล มันแห้งสนิทราวกับถูก 'เผา' จากภายใน
“คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง” เขาถาม เสียงต่ำลง “คุณเกี่ยวข้องกับคดีนี้ หรือคุณแค่มาเพื่อปั่นหัวผมเหมือนครั้งก่อนๆ”
รินรดาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ห่างกันเพียงแค่ระยะลมหายใจ กลิ่นกำยานจางๆ ลอยมาแตะจมูกอัครินทร์ มันไม่ใช่กลิ่นที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่มันเตือนให้เขาระลึกถึงความตาย
“ผมไม่ได้มาเพื่อปั่นหัวใคร แต่ผมมาเพื่อเตือนหมวด” เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนอัครินทร์สัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกจากตัวเธอ “คดีนี้ไม่ใช่การฆาตกรรมแบบที่หมวดเคยเจอ มันคือการประกอบพิธีกรรม และศพนี้... เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นของการเปิดประตูที่หมวดไม่ควรเปิด”
“หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้วรินรดา” อัครินทร์ขัดจังหวะ แววตาของเขาฉายความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ “ผมไขคดีด้วยสมอง ไม่ใช่ด้วยนิทานก่อนนอนของร่างทรง”
“ถ้างั้นหมวดลองก้มลงไปดูที่มือของศพอีกครั้งสิครับ” รินกล่าวเสียงเรียบ “แล้วหมวดจะเข้าใจว่าทำไมคดีของน้องสาวหมวดถึงปิดไม่ลง”
อัครินทร์หันกลับไปที่ร่างไร้วิญญาณอีกครั้ง เขาขยับไฟฉายส่องไปที่กำปั้นที่กำแน่นของเหยื่อ เขาค่อยๆ ใช้ปากกาเขี่ยให้นิ้วนั้นคลายออก สิ่งที่ร่วงหล่นลงมาบนพื้นดินไม่ใช่ของกลางที่คาดหวัง แต่มันคือแผ่นทองคำเปลวเก่าๆ ที่มีหยดเลือดสดๆ สลักเป็นอักษรประหลาด
มันคือชื่อของเขา... อัครินทร์
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นจากในความมืดของป่าละเมาะข้างทาง อัครินทร์ชักปืนขึ้นมาอีกครั้งทันที แต่ก่อนที่เขาจะทันได้หันไป รินรดาก็คว้าข้อมือเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นมหาศาลเกินกว่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะมีได้
“อย่าหันไปครับหมวด” เธอซุบซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เพราะสิ่งที่กำลังเดินตรงมาหานี้... มันไม่ได้มีไว้ให้คนเป็นมองเห็น”
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นสะท้านของอัครินทร์ที่ดังก้องอยู่ในหัว ในขณะที่เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดทับมหาศาลในอากาศที่พุ่งเข้าใส่พวกเขาจากความมืดมิดเบื้องหน้า
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในปริศนาบทแรกนี้นะครับ เพชรตาเสือโบราณหวังว่าเรื่องราวนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านตื่นเต้นไปจนถึงตอนสุดท้ายครับ
อาคมอำพรางกับร่างทรงไร้เงา•ตอนที่ 1
รอยสักบนหนังมนุษย์
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับร่างทรงไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
