กีตาร์ตัวที่สองกับทำนองที่ไม่ได้นัดหมาย•ตอนที่ 1

เสียงเพี้ยนกลางโถงทางเดิน

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
เสียงสายกีตาร์ที่ถูกดีดพลาดจนเกิดเสียงแหลมบาดห้วง ดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดินชั้นสองของอาคารปฏิบัติการดนตรี มันไม่ใช่แค่เสียงเพี้ยนธรรมดา แต่มันคือความหงุดหงิดระดับสูงสุดที่ถูกแปลงเป็นคลื่นความถี่ ซึ่งกำลังทำลายสมาธิอันเปราะบางของกวินทร์ในยามบ่ายแบบนี้ "ถ้าจะดีดแบบนี้ ไปหามุมสงบหลังตึกคณะเกษตรฯ เถอะครับ น้อง เสียงมันรบกวนคนอื่นเขา" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเฉียบดังขึ้นจากมุมเสาฝั่งตรงข้าม กวินทร์ยันกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้พนักพิง นิ้วเรียวยาวขยับดันกรอบแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบภายใต้เลนส์ใสคู่นั้นมองตรงไปยังร่างบางของเด็กปีหนึ่งที่กำลังนั่งยองๆ หัวเสียอยู่กับเคสกีตาร์เปิดอ้าซ่า รินรดาเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตากลมโตเป็นประกายดุดันไม่ได้มีความเกรงกลัวรุ่นพี่ปีสามสักนิด เธอกำปิ๊กกีตาร์ในมือแน่นจนข้อต่องอขาว "แล้วใครใช้ให้รุ่นพี่มานั่งฟังล่ะคะ? โถงทางเดินนี่มันพื้นที่ส่วนรวม หรือว่าพี่เหมาตึกนี้ไว้คนเดียว ถึงได้มาทำหน้าบูดเป็นตูดหม้อทาสีดำใส่คนอื่นเขาแบบนี้" คมกริบ ประโยคแรกก็สวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิดชีวิต รินรดายืนขึ้นเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นตามกระโปรงพลีทสีเข้มด้วยท่าทางที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครแม้แต่น้อย เธอกำลังหัวเสียกับสายกีตาร์ชุดใหม่ที่เพิ่งเปลี่ยนแล้วดันขาดสะบั้นคามือ และการมาเจอผู้ชายปากเสียหน้าตาดีเกินเหตุคนนี้ ก็ยิ่งทำให้อารมณ์ที่ติดลบอยู่แล้วดิ่งลงเหวไปกันใหญ่ กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวย "ปากเก่งดีนี่ครับ หน้าตาก็พอใช้ได้ แต่ฝีมือดีดกีตาร์เมื่อกี้... เรียกว่าหายนะยังน้อยไปด้วยซ้ำ อยู่คณะดนตรีแท้ๆ แต่ตั้งสายมาตรฐานยังไม่ได้เนี่ยนะ น่าสมเพชเป็นบ้า" "นี่พี่!" รินรดาก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวร่างสูงโดยไม่เกรงกลัวส่วนสูงที่ต่างกันเกือบหนึ่งคืบ ปลายนิ้วเรียวชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างเหลืออด "พูดให้มันดีๆ นะคะ คนเรามันพลาดกันได้ คุณเป็นใคร ถึงมาเที่ยววิจารณ์คนอื่นเขาเสียหายแบบนี้ เป็นกรรมการประกวดหรือไง ถึงได้ปากจัดใส่ชาวบ้านเขาไม่เลือกเวลา" "ผมไม่ใช่กรรมการ..." กวินทร์ก้มมองปลายนิ้วที่แทบจะจิ้มจมูกเขาอยู่รอมร่อ ร่างสูงก้าวเท้าเข้าหาอีกนิดจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "แต่ผมเป็นประธานฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ของคณะ และเสียงเมื่อกี้... มันกำลังทำลายสมาธิในการเรียบเรียงโน้ตของโปรเจกต์จบการศึกษาของผม รบกวนช่วยมีมารยาททางสังคมมากกว่าการยืนเถียงฉอดๆ แบบนี้ด้วยครับ น้องปีหนึ่ง" บรรยากาศรอบตัวเหมือนมีกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นผ่าน ทั้งสองคนยืนจ้องกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดวงตาสีเข้มของกวินทร์เต็มไปด้วยความรำคาญใจที่ถูกเจือปนด้วยความฉุนเฉียวประหลาด ส่วนรินรดานั้นอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธจัด เธเกลียดที่สุดคือพวกผู้ชายประเภทอีโก้สูงลิบลิ่วแล้วมองคนอื่นเป็นแค่ฝุ่นใต้รองเท้า "ถ้ารู้ว่ามันจะเสียงดังรบกวนความอัจฉริยะของพี่นัก... ทำไมไม่ไปทำตัวเงียบๆ ในห้องเก็บเสียงส่วนตัวล่ะคะ? มานั่งโชว์พาวแถวนี้ทำไม หรือว่าไม่มีปัญญาจองห้องซ้อม?" รินรดาย้อนถามเสียงใส รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏบนริมฝีปากบางที่เคลือบลิปสติกสีอ่อน เธอยกแขนขึ้นกอดอก เชิดหน้าท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดของรุ่นพี่ปีสามสักนิด กวินทร์นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าเด็กปีหนึ่งตัวแค่นี้จะกล้าต่อปากต่อคำกับเขาได้ยาวเหยียดและเจ็บแสบขนาดนี้ ปกติแล้วแค่มองตา นกกระจอกยังไม่กล้าบินผ่านหน้าเขาด้วยซ้ำ แต่นี่กลับยืนจ้องตาเขียวปั๊ดแถมยังยียวนกวนประสาทใส่หน้าเขาแบบไม่ไว้หน้า ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่รั้นจนน่าหมั่นไส้ ไล่ต่ำลงมาที่เคสกีตาร์โปร่งสีดำสนิทบนพื้น ก่อนที่สายตาของเขาจะสะดุดเข้ากับสติกเกอร์รูปโน้ตดนตรีที่ถูกกรีดด้วยของมีคมจนเป็นรอยขูดขีดน่าเกลียด บริเวณหัวกะโหลกกีตาร์ กวินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง "กีตาร์โปร่งราคาแพงระยับ แต่วิธีดูแลรักษาห่วยแตกแถมยังฝีมือห่วย... ถ้าเกลียดการเล่นดนตรีขนาดนั้น จะแบกมันมาเดินให้เกะกะทำไมครับ?" คำพูดนั้นจี้ใจดำรินรดาเข้าอย่างจัง รอยยิ้มท้าทายบนใบหน้าของเธอหายวับไปในพริบตา แววตาแข็งกร้าวไหววูบลงชั่วขณะ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ทวีคูณขึ้นเป็นร้อยเท่า "เรื่องของฉัน! มันไม่ใช่กงการอะไรของพี่!" รินรดาก้มลงคว้าเคสกีตาร์ของตัวเองขึ้นมาสะพายหลังด้วยท่าทางกระแทกกระทั้น ดวงตากลมโตแดงก่ำขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ "และจำไว้เลยนะรุ่นพี่ปากเสีย ต่อให้โลกนี้เหลือพี่เป็นผู้ชายคนเดียวที่เล่นกีตาร์เป็น ฉันก็ไม่มีวันไปขอร้องให้พี่มาสอนหรอก!" พูดจบ รินรดาก็กระแทកส้นเท้างفةเดินหนีออกไปด้วยความเร็ว ทิ้งให้กวินทร์ยืนมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก เขายืนนิ่งอยู่กลางโถงทางเดิน ปลายนิ้วยังคงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความดื้อรั้นที่ยังลอยวนอยู่ในอากาศ กวินทร์แค่นหัวเราะเบาๆ ออกมาคนเดียว *ปากเก่งชะมัด... แต่ทำไมแววตาตอนนั้นถึงดูเหมือนคนกำลังจะร้องไห้กันนะ* ความคิดบางอย่างกำลังจะแล่นเข้ามาในหัว ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเขาก็ดังขึ้นมาจากสุดปลายทางเดิน "ไอ้กวินทร์! แย่แล้วเว้ย! อาจารย์สมชายเรียกตัวด่วน บอกว่าไฟล์โปรเจกต์ตัวหลักที่มึงอัปโหลดขึ้นเซิร์ฟเวอร์กลาง... มันเปิดไม่ได้!" กวินทร์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อหันไปเห็นไอ้กรณ์เพื่อนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับท่วงทำนองบทแรกนี้นะครับ --- "คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง" ---
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กีตาร์ตัวที่สองกับทำนองที่ไม่ได้นัดหมาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%