"กลิ่นธูปกับกลิ่นสารเคมีในห้องแล็บ... ผมว่ามันเป็นส่วนผสมที่ฆ่าสติสัมปชัญญะของมนุษย์ได้ดีกว่าไซยาไนด์เสียอีก"
รตินันท์เอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมองคู่สนทนา สายตาของเขาจับจ้องอยู่กับความว่างเปล่าภายในหอสมุดเก่าแก่ของมหาวิทยาลัยใจกลางเมืองที่ถูกปิดตายจากโลกภายนอก แสงไฟจากไฟฉายแรงสูงเพียงกระบอกเดียวในมือ ดึงเอาฝุ่นละอองที่ลอยคว้างในอากาศให้กลายเป็นจุดเล็กๆ ที่ระยิบระยับราวกับดวงดาวในสุสาน
"นั่นเป็นความเห็นที่ค่อนข้างไร้เหตุผลสำหรับคนที่เคยเรียกตัวเองว่า 'ร่างทรง' นะครับคุณรตินันท์"
ดร.กวินภพก้าวเดินตามเข้ามา เสียงรองเท้าหนังของเขาบดกับเศษกระดาษเก่าๆ บนพื้นไม้ปาร์เกต์ดังสนั่น กลิ่นอายของความรู้และความลึกลับอบอวลอยู่ในอากาศที่นิ่งสนิทจนน่าอึดอัด "วิทยาศาสตร์ไม่ได้ฆ่าใคร มันมีไว้เพื่อไขปริศนาต่างหาก ส่วนกลิ่นธูปนั่น... ผมเชื่อว่าเป็นแค่การฟุ้งกระจายของฝุ่นผงจากหนังสือเก่าที่คุณพยายามจะให้ความหมายเชิงไสยศาสตร์เกินจริง"
รตินันท์แค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความเวทนาอย่างปิดไม่มิด เขาเดินลึกเข้าไปในโซนที่เก็บรักษาเอกสารประวัติศาสตร์ศาสนาที่ถูกลืมเลือน ก่อนจะหยุดกะทันหัน ความเงียบงันที่กดทับลงมาทันทีนั้นหนักหน่วงเสียจนเขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอากาศ
"ศาสตราจารย์ครับ... ลองใช้เหตุผลของคุณอธิบายสิ่งนี้ดูสิ"
เขาหันไฟฉายไปทางมุมอับหลังชั้นหนังสือเหล็กดัดโบราณ แสงสีขาวนวลเผยให้เห็นร่างหนึ่งที่ขดตัวอยู่กับพื้น ร่างนั้นไม่ใช่หนังสือที่ถูกทิ้งไว้ หากแต่เป็นชายในชุดสูทสีเข้มที่ดูดีเกินกว่าจะมานอนสิ้นลมในสถานที่รกร้างแห่งนี้ ผิวหนังของเขาซีดเผือดจนเกือบโปร่งแสง เส้นเลือดใต้ผิวหนังปูดโปนเป็นสีดำคล้ำราวกับกิ่งไม้แห้งที่เลื้อยพันกันอย่างวิปริต
ดร.กวินภพก้าวเข้าไปใกล้โดยสัญชาตญาณ ก่อนจะชะงักค้างเมื่อเห็น 'รอยสัก' บนแผ่นหลังของศพที่เสื้อเชิ้ตถูกฉีกขาดออก มันไม่ใช่รอยสักศิลปะทั่วไป แต่เป็นอักขระขอมโบราณที่ดูเหมือนจะขยับเขยื้อนได้ทุกครั้งที่แสงไฟฉายวูบไหว ลายเส้นนั้นบิดเบี้ยวแต่ทรงพลัง เหมือนกำลังกักขังบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นผิวหนังนั้นไว้
"รอยสักนั่น..." กวินภพพึมพำ น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นและเต็มไปด้วยตรรกะสั่นไหวเล็กน้อย "นี่มันไม่ใช่ภาษาศาสตร์ทั่วไป มันไม่มีในบันทึกเล่มไหนที่ผมเคยศึกษามา"
"เพราะมันไม่ใช่ภาษาที่ไว้สื่อสาร แต่มันมีไว้เพื่อ 'ปิดตาย'" รตินันท์นั่งยองๆ ลงข้างศพอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ดวงตาของเขาจะฉายแววหวาดหวั่นที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งเฉย เขาใช้นิ้วมือที่สวมถุงมือยางแตะลงบนผิวหนังที่เย็นจัดของศพนั้นแผ่วเบา "เขามีรอยสัก 'ตราพยัคฆ์ทมิฬ' อยู่ที่ฐานกระดูกสันหลัง คนที่สักยันต์นี้ไม่ได้ต้องการให้ใครเห็น แต่ต้องการให้ 'บางอย่าง' ในตัวเขาหยุดทำงาน"
"คุณกำลังจะบอกว่า... เขาตายเพราะการสัก?" กวินภพตั้งคำถาม พลางขยับแว่นสายตา จ้องมองรอยสักนั้นด้วยความกระหายใคร่รู้ที่มากกว่าความกลัว
"เขาตายเพราะเขา 'พยายามทำลาย' สิ่งที่สิงอยู่ในตัวเขาต่างหาก" รตินันท์เงยหน้าขึ้น สบตากับศาสตราจารย์หนุ่ม แววตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่ผ่านการเจียระไนมาอย่างดี "ศาสตราจารย์ครับ ในหอสมุดที่เต็มไปด้วยตำราวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์แบบนี้ คุณคิดว่าศพที่ไร้บัตรประชาชน ไร้ร่องรอยการต่อสู้ แต่กลับมีอาคมที่ผมไม่ได้เห็นมานานกว่าสิบปี... กำลังบอกอะไรกับเรา?"
กวินภพนิ่งอึ้ง เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที แต่หันไปมองรอบตัว สัญชาตญาณนักวิชาการกำลังกรีดร้องว่าเขากำลังก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความจริงกับสิ่งที่เกินจะอธิบาย แต่แรงดึงดูดของความลับที่ซ่อนอยู่ในศพนี้รุนแรงเกินกว่าจะถอยหลัง
"บางที... บางทีผมอาจต้องตรวจเลือดของเขา" กวินภพพึมพำ "อาจจะมีสารเคมีบางอย่างที่ทำปฏิกิริยากับหมึกสัก..."
"อย่าแตะต้องเขานะครับ" เสียงของรตินันท์เย็นเยียบและเด็ดขาด "ถ้าคุณไม่อยากให้สิ่งที่เป็นเหตุผลของคุณพังทลายลงในพริบตา"
ในจังหวะที่ความเงียบกำลังจะเข้าครอบงำ ทันใดนั้น เสียง 'ครืด' ของชั้นหนังสือเหล็กที่เลื่อนออกเองราวกับถูกแรงมหาศาลผลักจากด้านหลังก็ดังลั่นทั่วหอสมุด พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ฟังไม่ได้ศัพท์แต่มันกลับดังก้องขึ้นในหัวของทั้งสองคนราวกับมีคนมากระซิบที่ข้างหู
รตินันท์รีบคว้าแขนของกวินภพไว้แน่น ก่อนจะหันไปทางความมืดมิดที่ปลายแถวชั้นหนังสือ สายตาของเขาจับจ้องไปยังเงาตะคุ่มที่กำลังเคลื่อนไหวช้าๆ แสงไฟฉายสั่นไหวไปมาเผยให้เห็นรองเท้าผ้าใบสีขาวที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรังเดินออกมาจากเงามืด และสิ่งที่ทำให้หัวใจของรตินันท์แทบหยุดเต้น คือมือของร่างปริศนานั้น...
มันกำลังถือ 'กริชโบราณ' ที่มีรอยสักลวดลายเดียวกันกับบนหลังของศพไม่มีชื่อไม่มีผิดเพี้ยน
"รตินันท์... คนคนนั้น" กวินภพเค้นเสียงออกมาด้วยความตกใจอย่างที่สุด
ร่างปริศนาหยุดยืนนิ่ง ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้โลกทั้งใบของรตินันท์ต้องสั่นคลอน ใบหน้าที่เขาควรจะลืมไปพร้อมกับความตายเมื่อสิบปีก่อน
"มึง... มึงตายไปแล้วนี่" รตินันท์คำราม ลมหายใจสะดุดกึก
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ปริศนาไปกับผมนะครับ ขอให้ค่ำคืนนี้ไม่มีเงาติดตามตัวคุณครับ
ร่างทรงพยากรณ์กับศาสตราจารย์อาคมอาถรรพ์•ตอนที่ 1
ศพที่ไม่มีชื่อ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงพยากรณ์กับศาสตราจารย์อาคมอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
