"เซ็นชื่อลงไปในใบลาออกนี่เสียรินทร์... แล้วก็เก็บข้าวของนายออกไปจากบริษัทนี้ก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน"
น้ำเสียงของ 'ธนดล' ผู้จัดการฝ่ายบุคคลไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจแม้แต่น้อย เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง แรงกระแทกของมันเบาหวิวราวกับขนนก ทว่าสำหรับรินทร์ มันกลับหนักอึ้งดุจภูเขาที่ถล่มลงมาทับกลางอก
รินทร์เงยหน้าขึ้นมองชายตรงหน้า ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววเฉลียวฉลาดบัดนี้เรียบเฉยจนน่ากลัว เขาไม่ได้หยิบปากกาขึ้นมาทันที แต่กลับพินิจมองรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น
"เหตุผลล่ะครับ?" รินทร์ถาม สุ้มเสียงราบเรียบจนเกือบจะเป็นโทนเดียว
"เหตุผลเหรอ?" ธนดลหัวเราะร่วน พิงหลังพิงเก้าอี้หนังอย่างเหนือกว่า "นายฉลาดนะรินทร์ แต่ดันโง่ที่ยอมเป็นเบี้ยล่างให้ไอ้พวกคนไม่มีอนาคต บริษัทเรากำลังปรับโครงสร้าง และเราต้องการคนที่มี 'โปรไฟล์' สมกับระดับองค์กร ไม่ใช่พนักงานกระจอกๆ ที่แม้แต่ค่าเช่าคอนโดเดือนนี้ยังหมุนไม่ทัน... อ้อ แล้วก็ไม่ต้องพยายามอุทธรณ์หรอกนะ เพราะคำสั่งนี้มาจากชั้นบนสุด"
รินทร์แค่นยิ้มในใจ องค์กรที่เขาอุทิศแรงกายแรงใจสร้างผลงานให้มาตลอดสามปี กำลังถีบหัวส่งเขาเหมือนสุนัขข้างถนนเพียงเพราะเขาไม่มี 'คอนเนกชั่น' ที่ดีพอ เขาหยิบปากกาหมึกซึมด้ามเก่าขึ้นมา จรดปลายลงบนกระดาษด้วยท่าทีที่นิ่งสงบเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด ลายเซ็นของเขาหนักแน่นและเด็ดขาด
"เรียบร้อยครับ" รินทร์ดันเอกสารกลับไป "ผมหวังว่าบริษัทที่เลือก 'โปรไฟล์' มากกว่า 'ผลงาน' จะอยู่รอดได้นานกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ"
รินทร์ลุกขึ้นยืน จัดเสื้อเชิ้ตที่เริ่มย้วยให้เข้าที่ เขารวบรวมของใช้ส่วนตัวลงในกล่องกระดาษลังใบเดียว เดินออกจากออฟฟิศท่ามกลางสายตาสมเพชเวทนาของเพื่อนร่วมงานที่เขารู้ดีว่า หลายคนต่างก็เคยได้รับผลประโยชน์จากงานที่เขาทำปิดจ๊อบให้
โลกของคนจนมักโหดร้ายเสมอ แต่ดูเหมือนวันนี้ โลกจะอยากให้เขาเจ็บปวดมากกว่านั้น
ทันทีที่เขาก้าวพ้นประตูกระจกของบริษัท โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นรัว รินทร์หยิบขึ้นมาดู หน้าจอโชว์ชื่อ 'มีนา' แฟนสาวที่เขาคบหามานานถึงสี่ปี
"รินทร์... เราเลิกกันเถอะ"
เสียงหวานใสที่เคยทำให้เขาชุ่มชื่นหัวใจบัดนี้กลับเย็นชาจนบาดลึกถึงกระดูก รินทร์ชะงักฝีเท้าที่ป้ายรถเมล์
"มีนา... วันนี้ผมเพิ่งตกงาน และ..."
"นั่นแหละปัญหา!" มีนาตัดบททันควัน น้ำเสียงของเธอแสดงความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด "ฉันรอคุณมานานเกินไปแล้ว รินทร์ ผู้หญิงเรามีเวลาจำกัด และฉันคงไปต่อกับคุณไม่ได้ถ้าอนาคตของคุณคือการนั่งรถเมล์กลับบ้านไปกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกวัน ฉันเจอคนที่เขาสามารถพาฉันไปดินเนอร์บนรูฟท็อปหรูๆ ได้แล้ว ลาก่อนนะ"
เสียงสัญญาณตัดสายทิ้งไป ทิ้งให้รินทร์ยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางผู้คนในเมืองใหญ่ที่เร่งรีบราวกับไม่มีใครมองเห็นเขา
เขาเดินทอดน่องไปอย่างไร้จุดหมาย ความหิวโหยเริ่มกัดกินกระเพาะ แต่ความเจ็บปวดในใจมันกลับมีอานุภาพมากกว่าหลายเท่า รินทร์เดินมาถึงสะพานลอยใจกลางย่านธุรกิจ แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าสะท้อนในดวงตาของเขา มันไม่ใช่ความเศร้า แต่มันคือความแค้นที่ถูกจุดติด
เขานึกถึงคำพูดของธนดล นึกถึงความเห็นแก่ตัวของมีนา และความเหลื่อมล้ำที่เขาต้องแบกรับมาตลอดชีวิต
'ถ้าโลกนี้มันวัดกันที่เงิน ถ้าความดีไม่มีค่าเท่ากับอำนาจ... งั้นผมก็จะเล่นเกมนี้ให้ดู'
ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าลงจากสะพานลอย เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง รินทร์หันกลับไปมอง พบกับหญิงสาวร่างโปร่งในชุดดีไซเนอร์ที่ดูเรียบง่ายแต่สะดุดตา 'พราว' เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขา ยืนถือร่มกันแดดมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ
"รู้อยู่แล้วสินะ" พราวเดินเข้ามาใกล้ แววตาของเธอไม่ได้มีความสมเพชปนอยู่เลยแม้แต่นิด
"เธอมาทำอะไรที่นี่ พราว" รินทร์ถาม เสียงของเขาแหบพร่า
"ฉันมาเพื่อบอกคุณว่า เกมกระดานพยัคฆ์เหนือเมฆา... กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว" พราวส่งซองจดหมายสีดำสนิทที่มีตราประทับทองคำรูปมังกรพาดผ่านเมฆาให้เขา "คนที่คุณควรจะล้างแค้น ไม่ใช่คนที่ทิ้งคุณไป แต่มันคือคนที่บงการชีวิตคุณให้กลายเป็นแค่เบี้ยล่าง"
รินทร์รับซองจดหมายนั้นมาเปิดออก ข้างในคือบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทที่ไร้ซึ่งวงเงินระบุ และรหัสผ่านที่เขาสามารถเข้าถึงบัญชีลับที่ถูกส่งต่อมาจากตระกูลที่ถูกลืมของเขาเอง
"คุณมีสิทธิ์เลือกนะรินทร์ จะยอมตายอย่างสุนัขข้างถนน หรือจะกลับมาในฐานะพยัคฆ์ที่ทุกคนต้องก้มหัวให้"
พราวขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเขา ในจังหวะที่รินทร์กำลังจะตอบ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นรถลิมูซีนสีดำสนิทคันหรูที่ขับมาจอดเทียบฟุตบาทหน้าทางขึ้นสะพานลอย ชายในชุดสูทสีเทาเข้มก้าวลงมาพร้อมกับท่าทีนอบน้อมดั่งรอคอยคำสั่งจากกษัตริย์
เขาเดินตรงมาที่รินทร์ ก่อนจะโค้งคำนับจนตัวเกือบขนานกับพื้นท่ามกลางความตื่นตะลึงของคนบนสะพาน
"ท่านประธานใหญ่รอท่านอยู่ในรถครับ... บัญชีธนาคารสวิสของท่านถูกปลดล็อกเรียบร้อยแล้ว ยอดเงินคงเหลือ ณ ขณะนี้ คือสี่หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐครับ"
รินทร์มองบัตรเครดิตสีดำในมือ สลับกับชายชุดสูทตรงหน้า เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ทำให้พราวต้องขนลุกด้วยความตื่นเต้น
"สี่หมื่นล้านเหรอ..." รินทร์พูดเบาๆ พร้อมกับกดบัตรลงบนเครื่องรูดที่ชายชุดสูทถือมาด้วยเพื่อทดสอบ "งั้นเริ่มต้นด้วยการซื้อบริษัทที่ผมเพิ่งลาออกไป... เดี๋ยวนี้เลย"
เสียงสัญญาณการทำธุรกรรมดังสนั่นขึ้นในความเงียบสงัดของยามค่ำคืน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่บทเริ่มต้นของเกมนี้ไปพร้อมกับเมฆหมอกสีชมพูนะคะ
ดีดนิ้วสั่งรวย: เกมกระดานพยัคฆ์เหนือเมฆา•ตอนที่ 1
จุดตกต่ำที่ไม่เหลือใคร
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีดนิ้วสั่งรวย: เกมกระดานพยัคฆ์เหนือเมฆา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
