“ถ้าคุณจะกรุณาหุบปากเรื่องดินเนอร์นั่นเสียที มันจะช่วยให้สมองของผมโล่งขึ้นมาก ลัล”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของภาคินที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับประทานอาหารสุดหรูไม่ได้มีความโกรธเคือง หากแต่เต็มไปด้วยความรำคาญใจที่เย็นชาจนบาดลึก ลีลาวดีวางช้อนเงินลงบนจานกระเบื้องเคลือบราคาแพง เสียงกระทบกันของมันดังก้องสะท้อนอยู่ในความว่างเปล่าของชีวิตสมรสที่ดำเนินมาครบสามปีเต็มในวันนี้
เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าด้านข้างของสถาปนิกหนุ่มผู้เป็นสามี เขาไม่ได้แม้แต่จะเหลือบแลเธอเลยสักนิด สายตาของเขาจับจ้องอยู่กับพิมพ์เขียวโครงสร้างตึกระฟ้าบนแท็บเล็ตในมือ ราวกับว่าเส้นสายเหล่านั้นมีชีวิตจิตใจมากกว่าภรรยาที่นั่งอยู่ตรงข้าม
“วันนี้วันครบรอบของเราค่ะ ภาคิน” เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความนัยบางอย่างที่ภาคินไม่เคยเฉลียวใจที่จะค้นหา
“แล้วไง? คุณอยากได้ของขวัญเป็นอะไรล่ะ? กระเป๋ารุ่นใหม่? หรือเช็คเงินสดสักใบ?” เขาถามโดยไม่ละสายตาจากงาน ท่าทางของเขาคือการตอกย้ำว่า ‘คุณค่า’ ของเธอในสายตาเขาไม่มีอะไรมากไปกว่าเครื่องประดับในบ้านที่หรูหราเพียงแค่นั้น
ลีลาวดีคลี่ยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา แววตาของเธอว่างเปล่าราวกับผืนน้ำที่ไร้คลื่นลม เธอไม่ได้โกรธ ไม่ได้ตัดพ้อ ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา ความเจ็บปวดที่เคยฝังรากลึกจนกัดกินหัวใจ บัดนี้มันได้กลายเป็นรอยแผลเป็นที่แข็งแกร่งเสียจนเธอกลายเป็นคนใหม่
“ลัลไม่ได้ต้องการอะไรจากคุณอีกแล้วค่ะ” เธอตอบสั้นๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ลัลแค่จะบอกว่า... ของขวัญที่คุณมอบให้ลัลตลอดสามปีนี้ มันมากเกินพอแล้วจริงๆ”
ภาคินชะงักมือที่กำลังแตะหน้าจอ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรู้สึกตะขิดตะขวงใจแปลกๆ กับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนของภรรยา เขาหันมามองเธอเต็มตาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน ดวงตาคมกริบนั้นมองสำรวจเรือนร่างระหงที่วันนี้ดูสงบนิ่งและเยือกเย็นเกินกว่าปกติ
“คุณหมายความว่ายังไง?”
“หมายความตามที่พูดค่ะ” เธอเดินอ้อมไปที่โต๊ะทำงานของเขา วางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะข้างพิมพ์เขียวเหล่านั้นด้วยจังหวะที่มั่นคง “ลัลจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว ทั้งเรื่องบ้าน เรื่องทรัพย์สิน และรายละเอียดในส่วนของคุณ ลัลเซ็นชื่อกำกับไว้ครบถ้วนตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้ว”
บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงและกลิ่นกระดาษเขียนแบบ พลันเย็นเยียบขึ้นมาทันที ภาคินโยนแท็บเล็ตทิ้งลงบนโซฟาหนัง เขาลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเธอ ท่าทางของเขายังคงไว้ซึ่งอำนาจและความเย่อหยิ่ง “คุณกำลังจะเล่นเกมอะไร ลัล? วันครบรอบแต่งงาน คุณจะมาขอหย่ากับผมเนี่ยนะ? ไร้สาระ”
“การหย่าไม่ใช่เกมค่ะภาคิน แต่มันคือการคืนอิสรภาพให้ตัวเอง” ลีลาวดีมองลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตสามี “คุณมองข้ามลัลมาตลอด มองข้ามความพยายามที่ลัลมีให้คุณมาตลอดสามปี วันนี้ลัลแค่ตัดสินใจจะเดินออกไปมองหาสิ่งที่มีค่ามากกว่า... คนที่ไม่เคยเห็นค่าของลัลเลยสักครั้ง”
“คุณไม่มีสิทธิ์! ผมไม่เคยเซ็นชื่อ!”
“คุณไม่จำเป็นต้องเซ็นหรอกค่ะ เพราะลัลไม่ได้มาขออนุญาต แต่ลัลมาเพื่อแจ้งให้ทราบ” เธอหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูห้องทำงานโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองความแตกตื่นที่เริ่มก่อตัวขึ้นในแววตาของชายหนุ่ม
ภาพในหัวของลีลาวดีในยามนี้ไม่ใช่ความโกรธแค้น แต่เป็นภาพใบหน้ากลมป้อมของเด็กชายวัยสองขวบครึ่งที่กำลังรอเธออยู่ที่บ้านพักริมทะเลต่างเมือง ‘น้องธีร์’ คือความลับเดียวที่เธอยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้มา สายใยความรักที่อบอุ่นและบริสุทธิ์นั่นคือสิ่งเดียวที่เติมเต็มชีวิตที่เคยแห้งแล้งของเธอให้กลับมางอกงามอีกครั้ง
เธอขับรถออกมาจากคฤหาสน์หรูด้วยหัวใจที่เบาสบายราวกับนกที่หลุดจากกรงขัง ทันทีที่เธอถึงบ้านพักหลังเล็กที่มีสวนกว้างให้น้องธีร์ได้วิ่งเล่น เสียงหัวเราะสดใสของเด็กน้อยก็ดังสะท้อนก้องมาแต่ไกล
“แม่ลัล! แม่ลัลครับ!”
เด็กชายร่างป้อมวิ่งเข้ามาสวมกอดขาของเธอ ลีลาวดีทรุดตัวลงนั่ง กอดลูกน้อยไว้แนบอก ความอ่อนโยนที่เธอไม่เคยได้แสดงออกต่อหน้าภาคินถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น เธอหอมแก้มยุ้ยนั้นซ้ำๆ อย่างรักใคร่ “แม่กลับมาแล้วค่ะคนเก่ง วันนี้ธีร์เป็นเด็กดีไหมครับ?”
“ธีร์วาดรูปให้แม่ครับ! รูปพ่อด้วย... เหมือนพ่อมากเลยนะแม่”
หัวใจของลีลาวดีกระตุกวูบ เธอรับกระดาษแผ่นนั้นมาดู ในรูปวาดลายเส้นเด็กๆ คือภาพผู้ชายที่รูปร่างสูงใหญ่ สวมสูททำงาน และมีดวงตาคมกริบที่ถอดแบบมาจากภาคินราวกับพิมพ์เดียวกัน... เธอมองรูปนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งภูมิใจและหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน
ในขณะที่ลีลาวดีกำลังกอดลูกน้อยไว้อย่างทะนุถนอม เสียงรถหรูคันคุ้นตาก็แล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าบ้านพักริมทะเลแห่งนี้ เสียงปิดประตูรถที่หนักแน่นบ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยวที่รุนแรงของคนที่ก้าวลงมา
ภาคินเดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนและโทสะ เขาตามรอยเธอมาจนถึงที่นี่จนได้ ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่หน้าประตูรั้ว สายตาคมปลาบมองผ่านเข้ามายังสวน เห็นภรรยาของเขากำลังกอดเด็กชายคนหนึ่งไว้อยู่ ทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับใบหน้าของเด็กน้อยที่เงยขึ้นมองผู้มาเยือน... โลกทั้งใบของภาคินก็หยุดหมุน
ความโกรธเคืองที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงอย่างรุนแรงเมื่อเขามองเห็น ‘ตัวเขาเอง’ ในวัยสองขวบที่กำลังมองตอบกลับมาอย่างไม่ประสีประสา
“นั่น... ลัล... นั่นมันใคร?” ภาคินถามเสียงสั่นพร่า มือหนากำรั้วแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน
ลีลาวดีค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอโอบไหล่เด็กน้อยไว้ข้างกาย ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับเฉยชาและเด็ดเดี่ยว “เขาไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกค่ะภาคิน... เขาคือคนที่คุณไม่เคยคิดจะมองหา และเป็นคนเดียวในโลกที่ลัลจะไม่มีวันยอมยกให้คุณเด็ดขาด”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดที่งดงามนี้ในบทแรก แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
สถาปนิกหนุ่มกับอดีตภรรยาที่โลกต้องจำ•ตอนที่ 1
รอยร้าวบนกระจกใส
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับอดีตภรรยาที่โลกต้องจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
