โลหิตสีดำคล้ำหยดหนึ่งร่วงกระทบพื้นศิลาเย็นเฉียบ... ติ๋ง... ติ๋ง... เสียงนั้นก้องกังวานในความเงียบงันราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย
"ไอ้สวะไป๋จินเฉิง... ถึงเวลาตื่นจากความฝันลมๆ แล้งๆ ได้แล้ว"
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังลอดผ่านไรฟันของ 'ไป๋หลาง' ศิษย์สายในผู้มีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยา เท้าข้างหนึ่งของมันกดทับลงบนแผ่นอกของร่างที่นอนแร้นแค้นอยู่บนพื้น กลิ่นอายพลังปราณระดับก่อเกิดขั้นเจ็ดแผ่ซกดกดดันจนกระดูกซี่โครงของร่างไร้ทางสู้ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะแตกละเอียด
ภายในหุบเหวอเวจี อากาศหนาวเหน็บเสียดกระดูก ลมปราณรอบกายแปรปรวนราวกับพายุคลั่ง ร่างที่นอนจมกองเลือดควรจะสิ้นลมหายใจไปนานแล้ว หากแต่ในวินาทีที่เปลือกตาหนักอึ้งนั้นขยับไหว... ประกายแสงสีฟ้าครามประหลาดก็วาบผ่านนัยน์ตาคู่นั้น
มันไม่ใช่แววตาของเด็กหนุ่มอายุสิบหกปีผู้ไร้ค่าและอ่อนแอ... แต่เป็นสายตาของพญาอินทรีผู้มองลงมาจากยอดเขาเก้าชั้นฟ้า มองสรรพชีวิตเป็นเพียงธุลีดิน
ไป๋จินเฉิงขยับปลายนิ้ว ความเจ็บปวดราวนรกแตกแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน ชีพจรที่เคยถูกทำลายจนแหลกเหลว บัดนี้กลับถูกชำระล้างด้วยพลังจิตวิญญาณอันเก่าแก่ที่ตกค้างอยู่ในห้วงสำนึก ความทรงจำสองสายไหลหลอมรวมกันราวกับกระแสน้ำวน
*ฮ่าๆๆๆ... ข้าไป๋จินเฉิง ผู้นำตระกูลกระบี่เยือกศิลา ผู้บรรลุถึงขอบเขตเซียนกระบี่ไร้พ่าย กลับถูกคนสนิทหักหลังในทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า คิดไม่ถึงเลยว่า... วิญญาณของข้าจะตกลงมาสิงสู่ในร่างของ 'ศิษย์สวะ' ผู้มีเส้นชีพจรพิการแห่งตระกูลไป๋ ในยุคสมัยที่เสื่อมทรามลงเช่นนี้!*
มุมปากของเด็กหนุ่มยกย่องขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเยือกเย็น เสียดแทง และเปี่ยมด้วยเจตนาฆ่าฟันจนไป๋หลางที่กำลังเหยียบย่ำเขาอยู่ถึงกับผะหนีบขาด้วยความรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
"เจ้า... มองหน้าข้าด้วยสายตาเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไรวะ!" ไป๋หลางบันดาลโทสะ มันเพิ่มแรงกดที่เท้ามากขึ้น หวังจะบดขยี้หัวใจของอีกฝ่ายให้แหลกคามือ "เป็นแค่ขยะไร้ลมปราณที่อาศัยบารมีตระกูลกินไปวันๆ วันนี้ข้าสั่งสอนให้เจ้ารู้สำนึก ถึงความต่างระหว่างฟ้ากับเหว!"
ไป๋จินเฉิงไม่แม้แต่จะเปล่งเสียงร้องครวญคราง ความเจ็บปวดระดับนี้เทียบไม่ได้เลยกับสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ที่เขาเคยเผชิญมาแล้วนับร้อยครั้ง สายตาคมกริบราวกับใบกระบี่จดจ้องไปยังใบหน้าของไป๋หลาง นัยน์ตาคู่นั้นล้ำลึกดั่งมหาสมุทรที่กักเก็บพายุไว้เบื้องล่าง
"รนหาที่ตาย..."
เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังอำนาจเอื้อnเอ่ยออกมาเบาๆ ทว่ากลับดังก้องกังวานในโสตประสาทของไป๋หลางราวกับเสียงคำรามของมังกรหลับไหล
ก่อนที่ไป๋หลางจะทันได้ตั้งตัว ประกายแสงสีเงินยวงเส้นหนึ่งก็พุ่งทะยานออกจากจุดตันtian (ตันเถียน) ที่ควรจะว่างเปล่าของไป๋จินเฉิง มันคือเศษเสี้ยวพลังปราณกระบี่ดั้งเดิมที่หลงเหลืออยู่ในดวงจิต!
*ฉวะ!*
เสียงเนื้อถูกตัดขาดดังขึ้นอย่างเฉียบพลัน ไป๋หลางเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด มันก้มมองลงไปที่ขาของตนเอง พบว่าร่องรอยปราณกระบี่บางเบาราวเส้นไหมได้เฉือนผ่านข้อเท้าของมันขาดสะบั้น เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด
"อ้ากกกก! ขา... ขาของข้า! เจ้า... เจ้าทำอะไรข้า!" ไป๋หลางล้มพับลงไปกองกับพื้น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัวสุดขีด มันชี้หน้าเด็กหนุ่มที่ค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ราวกับพญามารที่เพิ่งตื่นจากการจำศีล
ไป๋จินเฉิงปัดฝุ่นตามเนื้อตัวด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าไอสังหารรอบตัวกลับทวีความเข้มข้นจนอากาศรอบกายกลายเป็นน้ำแข็ง เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปหาไป๋หลางทีละก้าว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นศิลาหนักแน่นราวกับย่างก้าวของความตาย
"ข้าบอกแล้ว... ว่าพวกที่ชอบเหยียบย่ำผู้อื่น มักไม่รู้ว่าใต้ฝ่าเท้าของเหยื่อมีคมกระบี่ซ่อนอยู่"
ไป๋จินเฉิงย่อตัวลง ใช้ปลายนิ้วแตะที่หน้าผากของไป๋หลาง ดวงตาคู่นั้นทอประกายคมปลาบ วิชากลืนกินวิญญาณระดับบรรพกาลถูกขับเคลื่อน ปราณชีวิตของไป๋หลางถูกดูดซับเข้ามาฟื้นฟูเส้นชีพจรที่พิการของตนอย่างรวดเร็ว เสียงกรีดร้องของไป๋หลางค่อยๆ แผ่วเบาลง ร่างกายเหี่ยวแห้งลงราวกับคนแก่ใกล้ตายในเวลาเพียงชั่วพริบตา
ในขณะที่ไป๋จินเฉิงกำลังจะรีดเค้นความลับว่าผู้อำนาจคนใดในตระกูลที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารเจ้าของร่างเดิมนี้ ทันใดนั้นเอง...
*เปรี้ยง!*
ท้องนภาเหนือหุบเหวอเวจีที่เคยปลอดโปร่ง กลับถูกฉีกกระชากด้วยสายฟ้าสีม่วงเข้ม สายหนึ่งพุ่งแหวกม่านเมฆลงมากระทบยอดผา เสียงคำรามสะท้านฟ้าดินกดทับลงมาจนพื้นดินสั่นสะเทือน พร้อมกับเงาร่างโปร่งแสงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์นางหนึ่ง ที่ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางเกล็ดหิมะโปรยปรายอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
กลิ่นอายความเย็นเยือกกดดันแผ่ซ่านไปทั่วสารทิศ นางคือ 'หลี่ชิงหาน' เทพธิดาน้ำแข็งแห่งแดนบูรพา ผู้มีใบหน้าเย็นชาราวรูปสลักหยกหิมะ นางกวาดสายตาคมปลาบมองลงมายังเบื้องล่าง ก่อนที่ดวงตาสง่างามคู่นั้นจะสะดุดเข้ากับร่างของเด็กหนุ่มที่กำลังยืนถือชีวิตคนไว้ในกำมือ
ไป๋จินเฉิงชะงักฝ่ามือ นัยน์ตาหรี่แคบลงเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยอย่างประหลาดจากสตรีตรงหน้า
ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากวาจาใด เงาร่างนับสิบของมือสังหารตระกูลไป๋ก็พุ่งทะยานลงมาจากปากเหว พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยเจตนาฆ่าฟันที่หนาแน่นจนฟ้าดินเปลี่ยนสี "จับตัวไอ้สวะไป๋จินเฉิงนั่นไว้! ผู้อำนวยการสั่งตายสถานเดียว ใครขวางฆ่าไม่เว้นแม้แต่เทพเซียน!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กระบี่เยือกศิลา ทะยานฟากฟ้าท้าลิขิตสวรรค์•ตอนที่ 1
หุบเหวอเวจี หวนคืนร่างสวะ
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เยือกศิลา ทะยานฟากฟ้าท้าลิขิตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
