เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยศิลปินจอมยุ่ง•ตอนที่ 1

เส้นขนานที่จุดบรรจบ

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
กลิ่นกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับกลิ่นกระดาษไขราคาแพงลอยตลบอบอวลอยู่ในห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบของบริษัทสถาปัตยกรรมชื่อดัง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตากลับไม่ใช่บรรยากาศหรูหราเบื้องล่างที่มองเห็นกรุงเทพมหานครทั้งเมือง หากแต่เป็นรอยเปื้อนสีอะคริลิกสีแดงชาดบนปกเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม "คุณคิดว่างานศิลปะของคุณมันเป็นขยะเปียกที่เอามาทิ้งไว้ตรงไหนก็ได้รึไงคะ, คุณเพทาย" น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ เย็นเยียบ และคมกริบราวกับใบมีดโกนที่อาบน้ำยาฆ่าเชื้อ เธอนั่งหลังตรงแน่ว เอกสารแบบแปลนโครงสร้างตึกระฟ้าสามฉบับถูกกางแผ่หลาอยู่ตรงหน้า นิ้วเรียวยาวภายใต้เล็บเจลสีนู้ดเรียบหรูเคาะลงบนกระดาษเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่มันกลับสร้างแรงกดดันให้อากาศในห้องดูเบาบางลงถนัดตา เพทายไหวไหล่เบาๆ เธอไม่ได้สะทกสะท้านกับสายตาดุจคมมีดที่อีกฝ่ายส่งมาให้แม้แต่น้อย ดวงตากลมโตสีนิลคู่สวยพราวระยับด้วยความท้าทาย ร่างเพรียวบางในชุดเอี๊ยดยีนส์เซอร์ๆ ขยับเข้าหาโต๊ะประชุมเล็กน้อย ศอกมนค้ำขอบโต๊ะแล้วประสานมือไว้ใต้คาง "ขยะเปียกเหรอคะ? แรงไปนิดนะคะคุณสถาปนิกผู้แสนจะเป๊ะทุกตารางนิ้ว" เพทายยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่รินรดาลงความเห็นว่ามันน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก "นั่นคือคอนเซปต์ 'ความเจ็บปวดที่กำลังกรีดร้อง' ต่างหากค่ะ ตาไม่ถึงเองหรือว่าสมองส่วนจินตนาการมันถูกบล็อกด้วยเส้นตาราง 90 องศาจนหมดสภาพไปแล้วล่ะคะ" "ฉันไม่มีเวลามาเล่นขายของกับศิลปินอินดี้ที่ใช้แต่อารมณ์เหนือเหตุผลค่ะ" รินรดาตวัดสายตาขึ้นสบตรงๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง "นี่คือโปรเจกต์แกลเลอรีศิลปะร่วมสมัยระดับประเทศ งบประมาณหลายร้อยล้าน และที่สำคัญ... มันต้องเสร็จตามกำหนด ไม่ใช่รอให้คุณเกิดอารมณ์สุนทรีย์แล้วค่อยมาละเลงสีอย่างไร้ทิศทางแบบนี้" "แล้วใครบอกว่าฉันไร้ทิศทางล่ะคะ?" เพทายผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งที่รินรดานั่งอยู่ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่ได้ รินรดาชะงักไปชั่ววินาที เธอนิ่งงับคำพูดที่กำลังจะโต้แย้งกลับไปเมื่ออีกฝ่ายโน้มตัวลงมา ใบหน้าสวยเฉี่ยวโน้มเข้ามาใกล้เสียจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นสีน้ำมัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกรอบหน้าผากระทบกับผิวเนื้อจนขนลุกชัน เพทายโน้มใบเข้าไปกระซิบข้างใบหูของสถาปนิกสาว น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่กวนประสาทดังขึ้นชิดริมฝีปาก "ถ้าคุณคิดว่างานของฉันมันไร้ค่า... ทำไมมือคุณถึงสั่นตอนที่จับแบบแปลนนี้ล่ะคะ, คุณรินรดา" รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย รีบดึงสติแล้วเอนตัวถอยหลังเว้นระยะห่างทันที หัวใจดวงน้อยที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตอนนี้กลับทรยศด้วยการกระหน่ำรัวจนน่ารำคาญ เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจที่ถูกจับจุดอ่อนได้ มือข้างที่กำปากกาเผลอบีบแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีด ยัยศิลปินนี่... อันตรายเกินไปแล้ว "ถอยไปค่ะ เรากำลังคุยเรื่องงาน ไม่ใช่เรื่องมารยาทส่วนตัวที่คุณควรจะมีตั้งแต่แรกเจอ" รินรดารวบรวมความเยือกเย็นทั้งหมดที่มีกลับคืนมา เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาแพรวพราวของอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ "ก็ได้ค่ะ... ในเมื่อคุณอยากคุยเรื่องงานนัก" เพทายเหยียดยิ้มกว้างอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เธอหมุนตัวกลับไปหยิบกระบอกใส่ภาพใบใหญ่ที่วางพิงเก้าอี้ ดึงผืนผ้าใบชิ้นใหม่ออกมาคลี่กางลงบนโต๊ะทับแบบแปลนของรินรดาหน้าตาเฉย "งั้นเรามาเริ่ม 'ดีล' กันใหม่... แบบที่คนหัวรั้นอย่างคุณจะต้องยอมจำนนด้วยตัวเอง" รินรดากำลังจะอ้าปากเอ็ดตะโรใส่ความถือวิสาสะนั้น แต่แล้วเสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ก๊อก ก๊อก ก๊อก ประตูกลไกอัตโนมัติเลื่อนเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในสูทเนียบกริบก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของรินรดากระตุกวูบและทำให้เพทายหุบยิ้มฉับพลัน คือเอกสารในมือของแขกผู้มาใหม่ "สวัสดีครับคุณริน... แล้วก็น้องทาย" เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับการทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางห้องประชุม "ผมได้รับมอบหมายจากท่านประธานให้เข้ามาดูแลโปรเจกต์นี้ร่วมกับพวกคุณในฐานะ... 'ที่ปรึกษาพิเศษ' ครับ" รินรดาหันขวับไปมองหน้าเพทายโดยอัตโนมัติ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาทั้งคู่ก็ประสานกันอย่างมีความหมาย—นี่มันแผนการร้ายอะไรกันแน่? ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "กลิ่นลิลลี่สีขาว" นะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยศิลปินจอมยุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%