กามเทพขีดเส้นตาย: รอยแค้นที่ต้องแลกด้วยจุมพิต (สูตรเดิมพันเวลา)•ตอนที่ 9

รอยน้ำตาภายใต้สูทหรู

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมคริสตัลบนโต๊ะทำงานส่องกระทบใบหน้าคมคายที่บิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก คีรินทร์ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางอกเมื่อดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพถ่ายของเด็กชายวัยห้าขวบคนนั้น... ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะมุมปากที่มักจะยกยิ้มอย่างดื้อรั้นแบบนั้น มันคือพิมพ์เดียวกับเขา—พิมพ์เดียวกับกระจกเงาที่เขาเห็นทุกเช้าไม่ผิดเพี้ยน หัวใจของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งเต้นรัวจนแทบกระโจนออกมานอกอก ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปตามสันหลังราวกับถูกน้ำแข็งกัด มือหนาที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาเล็กน้อย ความจริงที่ถูกกักขังไว้ในกล่องแห่งความทรงจำเมื่อห้าปีก่อนกำลังพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา "ศิรินทร์..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดริมฝีปากที่แห้งผากออกมาอย่างไม่รู้ตัว ประตูห้องทำงานหรูเปิดผางขึ้นโดยไม่มีการเคาะ ศิรินทร์ก้าวเข้ามาด้วยชุดสูทเข้ารูปสีงาช้างที่ขับเน้นทรวดทรงองอาจและสง่างาม ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับคมปลาบราวกับใบมีดอาบยาพิษ เธอมองท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของอดีตสามีด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเย้ยหยัน สมเพช และเจ็บปวดลึกๆ ที่ยังคงตกค้างอยู่ในซอกหลืบของหัวใจ "ตกใจอะไรหรือคะ คุณคีรินทร์ หรือว่าภาพบนหน้าจอนั่น... มันกำลังบอกความจริงที่คุณพยายามปฏิเสธมาตลอดชีวิต?" ศิรินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำที่เปล่งออกมากลับหนักแน่นและเชือดเฉือนหัวใจคนฟังได้อย่างเจ็บแสบ คีรินทร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอดีตภรรยา แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาในอดีตบัดนี้เต็มไปด้วยความร้าวรานและความหวาดกลัว—ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปตลอดกาลเหมือนเมื่อครั้งวันหย่าอันแสนโหดร้าย "คุณ... คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว ศิรินทร์?" เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครืออย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนในรอบหลายปี "ทำไมคะ? เพิ่งจะมารู้สึกรู้สาอะไรเอาตอนนี้ ป่านนี้แล้วหรือคะ?" ศิรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนเรียวปากเคลือบลายสิบริมฝีปากสีแดงก่ำ เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มทีละก้าว ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง "วันนั้น... วันที่เราเซ็นใบหย่า คุณจำได้ไหมคะว่าคุณพูดอะไรกับฉันบ้าง? คุณบอกว่าเด็กคนนั้นเป็นแค่ภาระ เป็นความผิดพลาดที่คุณไม่ต้องการ... คุณไล่ฉันออกจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย จำได้ไหมคะคุณคีรินทร์!" คำพูดเหล่านั้นกรีดแทงลงบนหัวใจของคีรินทร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวโดยสัญชาตญาณ มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวบางนั้น แต่วินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ศิรินทร์กลับสะบัดออกอย่างไม่ใยดี ราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขาเสียเต็มประดา "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอกล่าวเสียงกร้าว นัยน์ตาสEแฝงประกายไฟแห่งความแค้นที่อัดอั้นมานาน "คุณคิดว่าฉันจะยอมให้คนที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันและลูก กลับมาทำลายชีวิตพวกเราได้ตามอำเภอใจอย่างนั้นหรือคะ ไม่มีทางหรอกค่ะ!" คีรินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวในอก ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธมันเทียบไม่ได้เลยกับความสำนึกผิดที่กำลังกัดกินวิญญาณของเขาในนาทีนี้ เขายอมคุกเข่า—ไม่ใช่ในฐานะประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพล แต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมจำนนต่อบาปกรรมที่ตนเองก่อขึ้น "ผมขอโทษ..." เสียงกระซิบพร่าเลือนหลุดจากริมฝีปากของชายหนุ่ม เขาขยับเข้าไปใกล้เธออีกครั้งแม้รู้ว่าจะถูกผลักไส "วันนั้น... ผมมันตาบอดและโง่เง่าที่สุด ศิรินทร์ ผมปล่อยให้ความเย่อหยิ่งและความหวาดกลัวครอบงำจนมองไม่เห็นว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตคืออะไร ผมไม่รู้... ผมสาบานได้ว่าผมไม่เคยรู้เลยว่าคุณกำลังตั้งท้องลูกของเราในวันที่เราหย่ากัน..." ศิรินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตไหววูบชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน "ไม่รู้? ช่างเป็นข้อแก้ตัวที่สะดวกดีแท้นะคะ คุณคีรินทร์! เพราะความเย็นชาและความหมางเมินของคุณต่างหาก ที่ผลักไสให้ฉันต้องอุ้มท้องหนีไปเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง คุณไม่เคยใส่ใจ ฉะนั้นตอนนี้... คุณก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อลูกของเราด้วยซ้ำ!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศภายในห้องทำงานกว้าง มีเพียงเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นของคนทั้งคู่ คีรินทร์มองใบหน้าอันงดงามที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความแข็งแกร่ง หญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่ศิรินทร์คนอ่อนแอที่เอาแต่ร้องไห้ในวันหย่าอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นพญาหงส์ผู้สง่างามที่พร้อมจะจิกตีและฉีกกระชากเขาให้แหลกคาคามือ ทว่า... ยิ่งเธอพยศ ยิ่งเธอผลักไส หัวใจของคีรินทร์กลับยิ่งโหยหาและปรารถนาเธออย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกผิด ความโหยหา และแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนหลอมรวมกันจนกลายเป็นเพลิงอารมณ์ที่แผดเผา "ถ้าความผิดของผมมันมากมายขนาดนั้น... ทำไมคุณถึงยังเก็บรูปนี้ไว้ในระบบความปลอดภัยส่วนตัวที่เข้าถึงได้ยากล่ะ ศิรินทร์?" คีรินทร์เอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาทรงเสน่ห์ของเธอ "ลึกๆ แล้ว... คุณยังอยากให้ผมรู้ความจริงใช่ไหม? คุณยังให้โอกาสผมได้ไถ่บาป... หรือว่าคุณแค่อยากแก้แค้นผมให้สาสมด้วยการทรมานผมทางใจแบบนี้?" ศิรินทร์สะท้านเฮือกเมื่อถูกจี้ใจดำ แววตาไหวระริกของเธอหลบเลี่ยงสายตาคมกลาบนั้นเสี้ยววินาที ก่อนที่ความมั่นใจจะถูกเรียกกลับมาเคลือบทับไว้อย่างรวดเร็ว "อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยค่ะ คีรินทร์ ฉันไม่ได้เก็บมันไว้เพราะรอให้คุณมาสำนึกผิด แต่ฉันเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อเตรียมฟ้องร้องแย่งชิงทุกอย่างที่คุณมีต่างหากล่ะคะ!" สิ้นคำพูดอันเชือดเฉือน คีรินทร์ก็ไม่รอช้าอีกต่อไป สัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด มือหนาคว้าเอวบางของเธอเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว แรงดึงที่ไม่อาจขัดขืนทำให้ศิรินทร์เซเข้าหาแผงอกกว้างตามแรงโน้มถ่วง "ปล่อยนะ! คุณกล้าดียังไง..." คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนของชายหนุ่มทาบทับลงมาปิดเรียวปากอิ่มของเธออย่างดุดันและเอาแต่ใจ เป็นจุมพิตที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด และแรงปรารถนาที่อัดอั้นมานานนับปี รสสัมผัสที่ทั้งคุ้นเคยและเร่าร้อนทำให้ร่างบางสั่นสะท้าน ศิรินทร์พยายามทุบตีอกกว้างเพื่อประท้วง แต่คีรินทร์กลับยิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น บังคับให้เธอยอมรับรสจูบอันวาบหวามที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากความดุดันเป็นความลึกซึ้งและอ่อนหวานอย่างน่าประหลาด ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มติดขัด รสจูบที่เริ่มจากความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ ศิรินทร์รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความทรงจำเก่าๆ และความรู้สึกที่เธอพยายามฝังกลบไว้กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง มือเรียวที่เคยทุบตีค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว คีรินทร์ผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อให้อดีตภรรยาได้ตักรับอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกริบมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบด้วยความลุ่มหลง "ไม่ว่าคุณจะเกลียดผมแค่ไหน..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนแก้วนวล "แต่ร่างกายของคุณ... ก็ยังคงจำรสชาติของผมได้ดีเสมอ ศิรินทร์" "คุณมัน... คนสารเลว..." ศิรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน แม้ว่าน้ำเสียงจะขาดห้วงและสั่นพร่าจากพิษสวาทที่เขากำลังปลุกปั่นก็ตาม คีรินทร์ไม่ปล่อยให้เธอได้ต่อว่าต่อขานอีกต่อไป เขาประคองใบหน้าหวานด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนจะกดริมฝีปากลงมาซ้ำรอยเดิมอย่างเนิ่นนานและเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิม มืออีกข้างลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนนอยผ่านเนื้อผ้าอย่างประณีต ปลุกเร้าอารมณ์เสน่หาที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นมาทวงบัลลังก์ในค่ำคืนอันมืดมิด ทว่า... ในขณะที่เพลิงสวาทกำลังโหมกระหน่ำและสติของทั้งสองกำลังจะหลุดลอยไปพร้อมกับความหلงใหลนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่เอ่ยเรียกจากด้านนอก ทำเอาอารมณ์ทั้งหมดสะดุดลงทันที "คุณศิรินทร์ครับ... อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ? ผมธีร์ดนัยเอง พอดีผมมีเอกสารสำคัญด่วนที่สุดที่ต้องให้คุณเซ็นตอนนี้เลยครับ!" ร่างของศิรินทร์แข็งค้างในอ้อมกว้างของคีรินทร์ ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่นัยน์ตาคมของคีรินทร์กลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งเมื่อได้ยินชื่อของศัตรูหัวใจก้าวเข้ามาขัดจังหวะในวินาทีเป็นตายนี้! (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ) ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ... ชฎาพรายไวน์แดง
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กามเทพขีดเส้นตาย: รอยแค้นที่ต้องแลกด้วยจุมพิต (สูตรเดิมพันเวลา) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%