กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวตุ๋นยาจีนที่ลอยละล่องลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าๆ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญญาณบอกเวลาอาหารเที่ยงอีกต่อไปแล้วค่ะ แต่มันคือประกาศิตกลายๆ ที่ทำให้ฝีเท้าของชาวบ้านคอมมูนหงingซิงซึ่งเดินผ่านหน้าบ้านพักนายทหารหลังน้อย ต่างต้องชะงักกึกโดยพร้อมเพรียงกัน
"แม่มันเอ๊ย นั่นกลิ่นอะไรวะ? หอมชะမัจ! เหมือนกลิ่นหมูตุ๋นซีอิ๊วดาวแดงผสมกับเครื่องเทศอะไรสักอย่างที่ข้าไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนเลย" ลุงเฉิน คนงานเหมืองถ่านหินรุ่นลายครามสูดจมูกฟุดฟิด ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น ขณะใช้หลังมือปาดน้ำลายที่เกือบจะไหลย้อยลงมา
ป้าหลิว สะใภ้บ้านรองผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและขี้อิจฉา ชะโงกหน้าข้ามรั้วเตี้ยๆ ของบ้านหลินหว่านเอ๋อร์ทันที ใบหน้ายับย่นบิดเบี้ยวด้วยความริษยา "จะอะไรเสียอีกเล่า! ก็อีเด็กสะใภ้ตระกูลจางคนนั้นน่ะสิ ได้ข่าวว่าเมื่อวานเพิ่งแอบไปซื้อกระดูกหมูติดเนื้อราคาแพงมาจากตลาดมืด คิดไม่ถึงว่านอกจากจะหน้าหนาแล้ว ยังเห็นแก่กินถึงขนาดเอาเงินเบี้ยเลี้ยงทหารของสามีมาผลาญกับเรื่องปากท้องจนหมดเกลี้ยง!"
คำพูดนินทาว่าร้ายนั้นดังพอที่จะเล็ดลอดเข้าไปถึงห้องครัวด้านหลัง แต่หลินหว่านเอ๋อร์หาได้ใส่ใจไม่ มือเรียวบางที่กำลังจับตะหลิวไม้ผัดพริกแห้งกับหอมใหญ่ในกระทะเหล็กเคลือบน้ำมันหมูอย่างคล่องแคล่ว เคลื่อนไหวด้วยจังหวะจะโคนราวกับศิลปินกำลังบรรเลงบทเพลงซิมโฟนี
*ซู่...*
เสียงวัตถุดิบกระทบความร้อนจัดจนเกิดควันโขมงและกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวล ยิ่งกระตุ้นให้ต่อมรับรสของคนที่เดินผ่านไปมาทำงานอย่างหนักหน่วง หลินหว่านเอ๋อร์แย้มยิ้มที่มุมปากอย่างผู้เหนือกว่า นางจงใจเปิดหน้าต่างให้กว้างขึ้น เพื่อให้ควันหอมกรุ่นชุดนี้ลอยไปตลบอบอวลอยู่หน้าจมูกของพวกชอบสอดรู้สอดเห็นให้ทรมานเล่น
นี่คือ "หมูผัดพริกหยวกสไตล์เสฉวน" สูตรลับเฉพาะจากมิติลับของนาง สีสันของพริกหยวกเขียวสดตัดกับเนื้อหมูสามชั้นที่เจียวจนหนังกรอบสีทองอร่าม ราดด้วยซอสเต้าเจี้ยวสูตรหมักพิเศษ รสชาติจัดจ้าน เผ็ดร้อน กลมกล่อมจนแม้แต่เซียนบนสวรรค์ยังต้องน้ำลายสอ
ในขณะเดียวกัน ที่มุมโต๊ะไม้ตัวเก่าในบ้าน จางหย่งเหอนั่งหลังตรงเป็นสง่า ดวงตาคมกริบมองภรรยาคนสวยที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและเทิดทูน ชายหนุ่มไม่สนใจเสียงนินทาจากนอกรั้วแม้แต่น้อย ในสายตาของเขายามนี้ หลินหว่านเอ๋อร์เปล่งประกายยิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนเสียอีก
"หว่านเอ๋อร์ เหนื่อยหรือไม่?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล พร้อมกับลุกขึ้นเดินเข้ามาช่วยยกถ้วยน้ำซุปวางลงบนโต๊ะ
"ไม่เหนื่อยเลยค่ะพี่หย่งเหอ วันนี้ฉันอารมณ์ดีเป็นพิเศษเสียด้วยซ้ำ" หว่านเอ๋อร์หันมายิ้มหวานให้สามี ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซน "เพราะดูเหมือนว่า... 'เหยื่อ' ในหมู่บ้านเริ่มติดเบ็ดกันหมดแล้วล่ะค่ะ"
จางหย่งเหอยกมุมปากยิ้มบางๆ เขารู้ดีว่าภรรยาตัวน้อยของเขามีแผนการบางอย่างในหัว และเขาก็พร้อมที่จะเป็นกำแพงและผู้สนับสนุนที่มั่นคงที่สุดให้นางเสมอ มือใหญ่เอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของนางอย่างแผ่วเบา "ไม่ว่าเธอจะทำอะไร พี่จะคอยถือหางให้... ใครกล้าหาเรื่องเธอ พี่จะจัดการเอง"
แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้ลิ้มลองอาหารมื้อเที่ยงอันแสนวิเศษ เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นอย่างเร่งรีบจนน่าตกใจ
*ก๊อกๆๆ!*
หลินหว่านเอ๋อร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางสบตากับสามตรู่ก่อนจะเดินไปเปิดประตูบ้านด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น ทว่าเมื่อบานประตูไม้เปิดออก ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้แม้แต่นางเองก็ยังต้องประหลาดใจ
ยืนอยู่หน้าประตูคือหัวหน้าคอมมูนวัยกลางคน ผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดและไม่เคยชายตาแลชาวบ้านคนใดในทางที่ดี ด้านข้างคือสหายป้าหวัง แม่ค้าขายผักตลาดสดประจำหมู่บ้านผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเค็มและเสียงดัง
หัวหน้าคอมมูนกระแอมไอเบาๆ สองครั้ง ใบหน้าที่มักจะเคร่งขรึมบัดนี้กลับมีรอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏขึ้น พร้อมกับสูดจมูกฟุดฟิดอย่างอดไม่ได้ "เอ่อ... สหายหว่านเอ๋อร์ คือว่า... พอดีฉันกับสหายป้าหวังเดินตรวจความเรียบร้อยแถวนี้ แล้วก็ได้กลิ่น... เอ่อ กลิ่นอาหารจากบ้านเธอ มันช่างหอมเสียจน... ท้องของพวกเราส่งเสียงร้องประท้วงเสียแล้วสิฮ่าๆๆ"
ป้าหวังรีบเสริมขึ้นทันทีด้วยรอยยิ้มเอาอกเอาใจจนริ้วรอยบนใบหน้าย่นเป็นชั้น "ใช่แล้วๆ หนูหว่านเอ๋อร์ ฝีมือการทำอาหารของเธอนี่มันลือลั่นไปทั่วซอยแล้วนะ ลูกชายฉันกลับมาจากโรงงานยังบอกเลยว่าได้กลิ่นอาหารบ้านเธอจนไม่มีสมาธิทำงาน วันนี้... เธอพอจะมีอาหารเหลือแบ่งขายให้พวกเราสักชามสองชามไหมล่ะ? เรื่องราคา... พวกเราไม่ต่อสักคำแน่นอน!"
หลินหว่านเอ๋อร์กวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มการค้าที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีในโลกยุคใหม่ นางรู้ทันทีว่าโอกาสทองที่รอคอยมาถึงแล้ว ชื่อเสียงที่เริ่มขจรขจายไม่ได้มาจากความบังเอิญ แต่มันคือกลิ่นหอมที่ทรงพลังเกินกว่ามนุษย์ปุถุชนจะต้านทานไหว
"ยินดีต้อนรับค่ะหัวหน้าคอมมูน สหายป้าหวัง อาหารเที่ยงวันนี้ของบ้านเราเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ร้อนๆ เลยค่ะ..." หว่านเอ๋อร์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยเล่ห์กลทางการค้า "แต่เกรงว่า... อาหารในหม้อวันนี้ อาจจะมีจำนวนจำกัดนะคะ"
ทว่า ในวินาทีที่หลินหว่านเอ๋อร์กำลังจะเอ่ยเงื่อนไขราคาและปริมาณ เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากพร้อมกับเสียงโวยวายจอแจก็ดังขึ้นจากปากทางเข้าตรอกซอกซอย
เมื่อหันไปมอง ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้นางต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ ฝูงชนชาวบ้านนับสิบชีวิต ทั้งคนงานเหมือง แม่บ้าน และเหล่าชายฉกรรจ์ต่างพากันถือชามกระเบื้องและปิ่นโตเก่าๆ เดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของนางกันอย่างเนืองแน่น ทุกคนต่างส่งสายตาเว้าวอนและจ้องมองมาที่หม้อข้าวในบ้านราวกับหิวโหยมาแรมปี
และก่อนที่หลินหว่านเอ๋อร์จะได้อ้าปากพูดอะไร เสียงตะโกนจากชายร่างใหญ่คนหนึ่งในฝูงชนก็ดังลั่นขึ้นตัดหน้าทุกสิ่ง
"สหายหว่านเอ๋อร์! ข้าเอาเงินสดมาจ่ายตรงนี้สามเหมา! ขอหมูผัดพริกหยượngกับน้ำซุปกระดูกหมูให้ข้าก่อนหนึ่งชุด ไม่งั้นวันนี้ข้าไม่ยอมกลับบ้านเด็ดขาด!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรสชาติแห่งชีวิตและการปลดแอกพันธนาการไปพร้อมกับหลินหว่านเอ๋อร์นะคะ!
เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย•ตอนที่ 11
ชื่อเสียงที่เริ่มขจรขจาย
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!