หย่าให้ไว เพราะใจผมมีแต่เมีย: เกิดใหม่มาพลิกฟาร์มรวย•ตอนที่ 1

ลืมตาในกระท่อมผุพัง

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกเสียงดังสนั่นจนเศษฝุ่นที่เกาะตามขอบหน้าต่างร่วงกราวลงมาปะปนกับกลิ่นอับชื้นของห้องโถงแคบๆ "หลินฟาง! แกอย่ามาทำเป็นหูทวนลมนะ! บ้านตระกูลเฉินของเราไม่ได้เลี้ยงข้าวคนไร้ค่าที่เอาแต่กินกับนอนมาตั้งแต่เกิดเรื่อง! ถ้าวันนี้แกยังหาข้ออ้างไม่ยอมออกไปเกี่ยวหญ้าที่แปลงท้ายหมู่บ้านอีล่ะก็ ทางที่ดีก็เก็บเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ ของแกแล้วไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้เสีย! อย่าอยู่รกหูรกตาฉันและตระกูลเฉินอีกเลย!" น้ำเสียงแหลมสูงราวกับเหล็กขูดกระเบื้องของ ‘หลิวชุ่ย’ ผู้เป็นแม่สามี ดังบาดแก้วหูจนคนที่เพิ่งได้สติกลับคืนมาต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด หลินฟางกะพริบตาช้าๆ เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้า ภาพแรกที่ปรากฏไม่ใช่เพดานห้อง ICU กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือแม้แต่เตียงนุ่มในคอนโดมิเนียมหรู แต่เป็นผนังดินเหนียวสีหม่นที่มีรอยปริแตกจนเห็นฟางข้าวข้างใน แสงแดดยามสายลอดผ่านช่องโหว่ของหลังคาสาดกระทบลงบนพื้นดินอัดแน่นจนเป็นฝุ่นคลุ้ง กลิ่นอายความยากจนข้นแค้นและกลิ่นสาบโคลนอบอวลจนน่าคลื่นไส้ นี่เธอยังไม่ตายหรือ? หรือสวรรค์ยังลงโทษไม่สะใจ ถึงได้ส่งเธอมาอยู่ในร่างของ ‘นางร้าย’ สมองกลวงในนิยายยุค 70 ที่เพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืนก่อนสลบคาหน้าจอคอมพิวเตอร์! ในเนื้อเรื่องเดิม หลินฟางผู้นี้เป็นถึงคุณหนูตกอับที่ถูกบังคับให้แต่งงานเข้ามาในชนบทเพื่อลี้ภัยทางการเมือง แต่นอกจากจะไม่เจียมตัวแล้ว เจ้าหล่อนยังเอาแต่โวยวาย รังเกียจสามี ขี้เกียจสันหลังยาว และคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งคนในบ้านจนสามีอย่าง ‘เฉินหยวน’ ต้องทนทุกข์ทรมาน สุดท้ายจุดจบของร่างนี้คือถูกขับไล่ให้ออกไปเรหน่ำหนาวตายอยู่ข้างถนนอย่างไร้ความปรานี *ช่างเป็นบทบาทที่น่าสมเพชเสียจริง...* มุมปากของหลินฟางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเยียบเย็นและเต็มไปด้วยความมั่นใจจนหลิวชุ่ยที่กำลังยืนเท้าสะเอวด่าทออยู่ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ "มองอะไรของแก! นังตัวดี! หูหนวกเป็นใบ้ไปแล้วหรือไง ถึงได้ทำหน้าตาประหลาดแบบนั้น!" หลิวชุ่ยเอ็ดตะโรด้วยความหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าลูกสะใภ้คนนี้ไม่มีท่าทีหวาดกลัวหรือคุกเข่าร้องไห้คร่ำครวญเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา หลินฟางค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ไผ่โย้เย้ ร่างกายนี้ผอมบางจนน่าใจหาย ซี่โครงแทบจะทะลุผ่านเสื้อผ้าเนื้อหยาบเก่าๆ ออกมาให้เห็น แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับใบมีดอาบยาพิษ เธอกวาดสายตามองรอบห้องอย่างพิจารณา ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วด้วยสมองของนักบริหารกลยุทธ์ที่ผ่านการฟาดฟันในโลกธุรกิจมาอย่างโชกโชน "คุณแม่พูดจบแล้วใช่ไหมคะ?" เสียงนุ่มนวลแต่ราบเรียบเอ่ยขึ้น ขัดจังหวะการด่าทอที่กำลังจะพ่นออกมาอีกชุดของแม่สามี หลิวชุ่ยอ้าปากค้าง กะพริบตาปริบๆ ด้วยความคาดไม่ถึง ปกติแล้วนังเด็กนี่จะต้องกรีดร้อง โวยวาย หรือไม่ก็วิ่งหนีเข้าห้องไปแล้ว แต่นี่... กลับยืนนิ่งหลังตรง สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งราวกับกำลังพิจารณาฝุ่นละอองใต้รองเท้า "แก... แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับฉัน!" หลิวชุ่ยหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเหี่ยวย่นชี้หน้าลูกสะใภ้ "ในเมื่อแกท้าทายฉันนัก ก็ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้เลย! อย่าเอาอะไรไปจากบ้านหลังนี้แม้แต่เข็มเล่มเดียว!" "ออกไปเหรอคะ?" หลินฟางทวนคำ น้ำเสียงเจือแววขบขันอย่างเปิดเผย เธอเดินเข้าไปใกล้แม่สามีช้าๆ จนอีกฝ่ายเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "คุณแม่แน่ใจแล้วนะคะว่าจะขับไล่ฉัน? ถ้าฉันก้าวเท้าออกจากประตูบ้านตระกูลเฉินในตอนนี้ เกรงว่าเรื่องที่ลูกชายคนโตของคุณแม่แอบส่งเงินค่าเลี้ยงดูมาให้ฉันทุกเดือนแต่ถูกใครบางคนแอบยักยอกไปใช้ส่วนตัว... คงจะแพร่งพรายไปถึงหูของหัวหน้าหมู่บ้านและคณะกรรมการพรรคไม่น้อยนะคะ" เพล้ง! ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องโถง หน้าของหลิวชุ่ยซีดเผือดลงจนกลายเป็นสีเทา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจกลัว ความลับที่เธอพยายามปกปิดมานานแรมปี เหตุใดนังเด็กนี่ถึงล่วงรู้ได้! "แก... แกพูดเหลวไหลอะไร! ฉันไม่เคย..." "เหลวไหลหรือไม่ คุณแม่ย่อมรู้แก่ใจดีที่สุดค่ะ" หลินฟางยิ้มละไม ดวงตาสุกใสเป็นประกายทอแสงแห่งความเฉลียวฉลาดที่ทรงพลัง "แต่เอาเถอะค่ะ ในเมื่อคุณแม่กรุณาอยากให้ฉัน ‘หย่า’ และ ‘ออกไป’ จากบ้านหลังนี้ตามที่ปากพูดนัก ฉันก็ยินดีจะสงเคราะห์ให้... แต่มีข้อแม้ว่า เราต้องมาตกลงส่วนแบ่งทรัพย์สินและค่าชดเชยกันให้เรียบร้อยเสียก่อน ไม่อย่างนั้น ฉันเกรงว่าใบลาออกจากตำแหน่งแม่สามีตัวอย่างปีนี้ อาจจะปลิวไปถึงมือทางการเร็วกว่าที่คุณแม่คิดนะคะ" บรรยากาศในห้องโถงพลันเงียบกริบลงทันที หลิวชุ่ยยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน มองหน้าลูกสะใภ้ที่เคยอ่อนแอราวกับลูกไก่ในกำมือ แต่วินาทีนี้กลับกล a สายเป็นพญาเหยี่ยวที่พร้อมจะขยี้เหยื่อให้แหลکคามือ ทว่า ในจังหวะที่ความตึงเครียดกำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเขียวเข้มที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันจากการเดินทางไกลก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู ใบหน้าคมคายเคร่งขรึม กรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาคมปลาบดุดันกวาดมองเหตุการณ์ในห้องด้วยรัศมีกดดันที่ทำเอาทุกคนถึงกับหายใจไม่ทั่วทอด เฉินหยวนกลับมาแล้ว... และเขาก็ได้ยินประโยคบอกเลิกราและทวงสิทธิ์ทรัพย์สินทั้งหมดเต็มสองหู! รี้ดเดอร์คะ มาร่วมลุ้นกันค่ะว่าสามีตัวร้ายที่เพิ่งก้าวเข้ามาจะเลือก ‘หย่า’ ตามที่เมียเอ่ยปาก หรือจะเปลี่ยนร่างเป็น ‘โบ้’ คอยคลานเข่าตามง้อเมียจนหัวปักหัวปำในตอนหน้า ห้ามพลาดเด็ดขาดนะคะ! (ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกฟาร์มไปกับดัชเชสโพดำนะคะ)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไว เพราะใจผมมีแต่เมีย: เกิดใหม่มาพลิกฟาร์มรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%