สถาปนิกหนุ่มขี้เก๊กกับมัณฑนากรสาวปากแซ่บ•ตอนที่ 1

แค่เริ่มเจުރก็เปิดศึกแล้วเหรอเนี่ย!

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้ยาวราคาแพงในห้องประชุมใหญ่ไม่ได้ดังจนสะเทือนตึก แต่มันดังพอที่จะทำให้ทุกลมหายใจในห้องนั้นหยุดชะงักลงทันที พิมมาดาปรายตามองแฟ้มสีดำสนิทที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้าด้วยปลายนิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มฝั่งตรงข้าม เธอไม่ได้แตะต้องมันทันที แต่เลือกที่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของผลงานด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เคลือบความท้าทายเอาไว้เต็มเปี่ยม ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เก๋กวาดมองผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสถาปนิกดาวรุ่งประจำโปรเจกต์นี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า กรณิศในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับ ทรงผมเซ็ตไว้อย่างเนี้ยบ และใบหน้าที่มักจะตีตราประทับความหงุดหงิดใส่คนอื่นอยู่ตลอดเวลา... ช่างน่าหมั่นไส้เสียจริงในความเป๊ะเวอร์แบบนี้ "ฉันรบกวนให้คุณสถาปนิกช่วยทบทวนพื้นที่โซน Kitchen Island อีกรอบนะคะคุณกรณิศ เพราะดูเหมือนว่าคุณจะเอาสมองส่วนตรรกะทางโครงสร้างมาทิ้งไว้ที่บ้าน แล้วใช้แค่ความดึงดันวาดเส้นโค้งบ้าๆ นี่ลงมาในแปลน" น้ำเสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนพ่นออกมาเป็นชุด ท่าทางของหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างกอดอกทำให้ธนณ์ซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ ด้วยความเหนื่อยใจตั้งแต่ห้านาทีแรกของการประชุม กรณิศแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่สบอารมณ์ เขายันตัวขึ้นเล็กน้อย มือหนาทั้งสองข้างวางทาบลงบนขอบโต๊ะโน้มตัวเข้าหาฝั่งตรงข้ามราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังจ้องเหยื่อ "แปลนนี้ผ่านการคำนวณตามหลักวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมมาอย่างรัดกุมที่สุดแล้วครับคุณมัณฑนากร... หรือว่าคุณมองไม่ออกว่าเส้นโค้งที่ว่าเนี่ย มันช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้ห้องดูโปร่งขึ้น หรือว่าทางออกของคุณคือการเอาตู้บิวท์อินทึบๆ มายัดใส่ให้มันรกสายตากันแน่ล่ะครับ" "โอ๊ะ! อย่ามาดูถูกรสนิยมการจัดวางพื้นที่ของฉันนะคะ!" พิมมาดาดีดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ฝ่ามือบางตบลงบนโต๊ะประชุมเบาๆ เพื่อเน้นย้ำความโกรธ "พื้นที่ตรงนั้นมันต้องเว้นระยะห่างสำหรับเคาน์เตอร์บาร์และการหมุนตัวหยิบของ ไม่ใช่ปล่อยให้สถาปนิกหัวโบราณที่คิดว่าความโค้งคือความโมเดิร์นมาทำลายฟังก์ชันการใช้งานจริงแบบนี้!" บรรยากาศในห้องประชุมระอุขึ้นทันที เคมีระหว่างคนทั้งคู่พุ่งชนกันจนคนรอบข้างแทบจะต้องกางร่มกันกระสุน ธนณ์กระแอมเบาๆ เพื่อดึงสติตัวเองก่อนจะรีบทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย "เดี๋ยวๆ ใจเย็นกันก่อนครับคุณพิม คุณกร... นี่เพิ่งเริ่มต้นโปรเจกต์วันแรกเองนะ ยังมีเวลาให้ทะเลาะกันอีกตั้งเจ็ดเดือนเต็ม ช่วยเห็นใจกระเพาะปัสสาวะและสุขภาพจิตของผมด้วยเถอะ" "ฉันไม่ได้เริ่มก่อนนะคะพี่ธนณ์" พิมมาดายังคงลอยหน้าลอยตาเถียงกลับ แม้จะยอมหย่อนตัวลงนั่งตามเดิมแต่สายตาก็ยังคงจิกกัดกรณิศไม่เลิก "ก็คุณสถาปนิกเขาเล่นส่งแปลนมาแบบไม่เผื่อใจคนตรวจเลยนี่คะ เหมือนจงใจแกล้งกันชัดๆ" กรณิศถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ตรงกันข้ามกับแววตาที่ยังคงดุดัน "ผมไม่ได้ว่างมานั่งแกล้งใครหรอกนะครับคุณพิม ถ้าคุณใช้เวลาที่มีไว้เถียงผม ไปศึกษาเรื่องสอยคานและระบบท่อในแปลนให้ละเอียดอีกนิด งานเราคงไม่ลากยาวมาถึงห้องประชุมนี้หรอก" "นี่คุณ--!" พิมมาดาอ้าปากเตรียมจะสวนกลับด้วยประโยคที่แสบสันที่สุดเท่าที่จะหาได้ในสมอง แต่เสียงสั่นครืดคราดของโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้นแทรกจังหวะพอดี ธนณ์หยิบขึ้นมาดูแล้วขมวดคิ้ว ก่อนจะเงยหน้ามองทั้งคู่สลับกันด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อ "โอ๊ะ ทางเจ้าของโครงการโทรมาตามผมลงไปคุยข้างล่างด่วนเลยแฮะ..." ธนณ์รวบเอกสารตรงหน้าเข้าหากันอย่างรวดเร็วราวกับเล่นกล "ดูท่าทางพวกคุณสองคนคงต้องอยู่เคลียร์รายละเอียดแปลนตรงนี้กันลำพังสองคนสักพักแล้วล่ะครับ เคลียร์กันดีๆ ล่ะ อย่าเพิ่งหยิกหัวกันตายไปข้างหนึ่งก่อนผมกลับมานะ" พูดจบ ธนณ์ก็คว้าแฟ้มก้าวฉับๆ เดินออกจากห้องประชุมไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งประตูให้ปิดสนิทลงพร้อมกับความเงียบที่โรยตัวเข้ามาแทนที่ ในห้องประชุมขนาดใหญ่ตอนนี้เหลือเพียงสถาปนิกหนุ่มขี้เก๊กกับมัณฑนากรสาวปากแซ่บแค่สองคนเท่านั้น บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความวุ่นวายกลายเป็นความอึดอัดที่แปลกประหลาด พิมมาดานั่งกอดอกเชิดหน้าหนี ไม่ยอมมองหน้าฝ่ายตรงข้าม ขณะที่กรณิศเองก็เลิกคิ้วมองท่าทีดื้อรั้นนั้นด้วยความรู้สึกระคนเอ็นดูอย่างประหลาดที่เขาเองก็ไม่อยากยอมรับ มือหนาเอื้อมไปหยิบแท็บเล็ตของตัวเองขึ้นมาเลื่อนดูหน้าจอผ่านๆ ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ก็ยังมีความกวนประสาทเจืออยู่ไม่น้อย "ตกลง... จะยอมลดทิฐิแล้วมานั่งดูแปลนนี้ดีๆ หรือจะให้ผมอุ้มคุณมานั่งตรงนี้แทน เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน" "โรคจิต!" พิมมาดาหันขวับมามองค้อนตาควาย แก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโมโหปนเขินแปลกๆ "ถอยไปไกลๆ เลยนะคุณกรณิศ ฉันไม่อยากหายใจร่วมห้องกับคนหลงตัวเองแบบคุณนานหรอก" กรณิศหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทุ้มนุ่มและน่าฟังกว่าตอนเถียงกันเมื่อครู่เสียอีก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วค่อยๆ เดินอ้อมโต๊ะประชุมยาวมาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ที่หญิงสาวนั่งอยู่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอความสะอาดลอยเข้าแตะจมูกจนพิมมาดาต้องแอบกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาเล็กน้อย วางมือข้างหนึ่งลงบนพนักพิงเก้าอี้ของเธอราวกับกักตัวเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ จนดวงตากลมโตต้องเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ "ปากเก่งจังนะครับ..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู "ไหนดูซิ ว่าเวลาทำงานจริงๆ ปากจะเก่งเท่าตอนเถียงหรือเปล่า... คุณพิมมาดา" พิมมาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน เธอนั่งตัวเกร็งไม่กล้าขยับเขยื้อນ ขณะที่สมองกำลังประมวลผลว่าจะผลักเขาออกยังไงดี แต่ทว่า... จังหวะนั้นเองที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของกรณิศที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะเกิดสว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชต์ที่เด้งขึ้นมาหราต่อหน้าต่อตา เป็นชื่อของ 'ธนณ์' ที่ส่งข้อความเข้ามาประโยคสั้นๆ แต่ทำเอาทั้งห้องเย็นเยียบลงทันที *[ธนณ์]: "กร... มึงลืมบอกน้องเขาเหรอวะ ว่าแปลนที่มึงเถียงกับน้องเขาเมื่อกี้... จริงๆ มันคือแปลนของตึกเก่าที่เราต้องรื้อทิ้ง ไม่ใช่แปลนตึกใหม่ที่น้องเขาต้องแต่งภายใน!"* กรณิศชะงักกึก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่แข็งค้างอยู่บนใบหน้า ดวงตาคมกริบเบนกลับมามองหน้าพิมมาดาที่ค่อยๆ หันขวับมามองเขาด้วยสายตาน่ากลัวยิ่งกว่าซอมบี้หิวกระหาย ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มขี้เก๊กกับมัณฑนากรสาวปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%