ไร่สุขกลางไอหมอก: สูตรลับฉบับฟาร์มเมอร์•ตอนที่ 17

แขกวีไอพีจากเมืองหลวง

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือกรอบประตูไม้สนสั่นกริ๊งเบาๆ คล้ายเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของโชคชะตา ภายในร้านกาแฟไอน้ำอุ่นกรุ่นกลิ่นอาราบิก้าคั่วบดสดใหม่ เวลานี้กลับเงียบงันจนได้ยินเสียงน้ำเดือดปุดๆ จากกาต้มน้ำทองแดง เมฆยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ ผ้ากันเปื้อนผ้าลินินสีดิบเปื้อนคราบแป้งสาลีและละอองเกสรดอกไม้ ปลายกระบอกไม้ไผ่ที่เขาเพิ่งเหลาเสร็จยังคาอยู่ในมือ สายตาคมกริบจับจ้องร่างของชายในชุดสูทตัดเย็บเนี๊ยบสีเทาถ่าน ที่กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดซับหยเหงื่อบริเวณขมับ แม้บรรยากาศในหุบเขาช่วงนี้จะเย็นยะเยือกก็ตาม "สองปีเต็ม... กับการตามหาเชฟมือหนึ่งผู้สาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย" กรณ์ส่งเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบกวาดมองไปรอบร้านที่ตกแต่งด้วยผนังดินเผาและชั้นวางสมุนไพรแห้ง ก่อนจะหยุดนิ่งที่ใบหน้าเรียบเฉยของเมฆ "ไม่นึกเลยนะครับว่าเชฟเมฆ อดีตมือหนึ่งแห่งห้องอาหารไฟน์ไดน์นิ่งระดับท็อปของประเทศ จะมาซ่อนตัวอยู่หลังเตาถ่านในหุบเขาชนบทแบบนี้... ผมตามหาคุณมานานเกือบสองปีเต็มแล้วครับ" เมฆไม่ได้ขยับตัวเขายังคงถือมีดเหลาไม้ไว้อย่างมั่นคง รอยยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อที่แขนบ่งบอกถึงการใช้ชีวิตกลางแจ้งที่เปลี่ยนเขาจากเชฟห้องแอร์ผิวขาวซีด ให้กลายเป็นชายหนุ่มร่างกำยำผิวแทนรับแดดลม "คุณเสียเวลาเปล่าครับ กรณ์" เมฆเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ "ที่นี่ไม่มีเชฟเมฆที่คุณรู้จัก มีเพียงแค่ตาเมฆ คนสวนและคนทำขนมปังประจำหมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขานี้เท่านั้น" กรณ์ถอนหายใจยาว วางเอกสารแฟ้มหนังสีดำลงบนโต๊ะไม้สักขัดมัน เสียงกระดาษกระทบผิวไม้ดังทึบสะท้อนความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใน "คุณยังติดหนี้บางอย่างกับวงการอาหารนะเมฆ... และที่สำคัญที่สุด คุณติดหนี้ตัวเอง" กรณ์โน้มตัวไปข้างหน้า สายตาคมจ้องลึกเข้ามา "ห้องอาหาร 'Aethel' กำลังจะเปิดตัวสาขาใหม่ที่กรุงโตเกียว หุ้นส่วนระดับท็อปจากทั่วโลกต้องการฝีมือคุณ ตำแหน่งหัวหน้าเชฟใหญ่ถูกเว้นว่างไว้สำหรับคุณคนเดียวเท่านั้น เงินเดือน... สัญญาที่เปิดกว้างให้คุณออกแบบเมนูได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และที่สำคัญ..." กรณ์เว้นจังหวะ ปรายตามองไปที่ประตูไม้ที่เปิดเชื่อมไปยังแปลงผักสวนครัวด้านหลัง "...คุณจะได้กลับมายืนบนจุดสูงสุดอีกครั้ง ไม่ใช่แค่ก้มหน้าก้มตาปั้นแป้งสาลีกับปลูกผักอินทรีย์ที่ไม่มีใครเห็นคุณค่าแบบนี้" ในจังหวะนั้นเอง ประตูร้านเปิดออกอีกครั้ง รินเดินถือตะกร้าหวายใส่รากบัวป่าและดอกขิงดอยสดๆ เข้ามา ใบหน้าเรียวหวานเปื้อนรอยยิ้มสดใส แต่เมื่อเธอกวาดสายตามาเห็นแขกผู้มาเยือนในชุดสูทหรู รอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไป กลายเป็นความเงียบที่เข้ามาแทนที่ "อ้าว มีแขกหรือคะ... ขอโทษค่ะ ฉันไม่กวนดีกว่า" รินเอ่ยขึ้นเบาๆ ด้วยความเกรงใจ พลางจะเดินเลี่ยงไปทางหลังร้าน "เดี๋ยวก่อนครับคุณริน" เมฆเอ่ยเรียกน้ำเสียงนุ่มนวล สายตาที่มองรินมีความอ่อนโยนต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ "ช่วยอยู่เป็นเพื่อนผมก่อนสักครู่ได้ไหมครับ" รินชะงักฝีเท้า เธอมองแววตาของเมฆก็รู้ทันทีว่ามีความตึงเครียดบางอย่างแผ่ซ่านอยู่ในอากาศ เธอจึงวางตะกร้าลงบนโต๊ะมุมห้องแล้วเดินเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์อย่างเงียบๆ ยืนเคียงข้างเมฆราวกับเกราะป้องกันที่ไร้เสียง กรณ์มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยการเยาะเย้ยเจือความสมเพช "อ๋อ... เข้าใจแล้วครับ นี่สินะเหตุผลที่ทำให้เชฟระดับประเทศ ยอมทิ้งเตาไฟระดับมิชลินมาผูกติดกับกลิ่นดินกลิ่นโคลน... ผู้หญิงบ้านๆ กับชีวิตสลow life วนลูปอยู่กับการรดน้ำพรวนดิน น่าประทับใจดีแท้ครับ แต่ความรักมันกินไม่ได้หรอกนะเมฆ ความฝันของคุณมันควรอยู่บนจานเซรามิกราคาแพง ไม่ใช่ในกระด้งสานแบบนี้" กล้ามเนื้อกรามของเมฆกระตุกวูบ มือที่ถือมีดเหลาไม้กำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ความทรงจำสีเทาเมื่อสองปีก่อน ภาพวันที่ห้องอาหารไฟไหม้เพราะความประมาทของเขา ภาพความกดดันที่ถาโถมจนทำให้ครอบครัวพังทลาย วิ่งวนกลับเข้ามาในหัวราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกกรอซ้ำ รินสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยที่มือของเมฆ เธอเอื้อมมือไปแตะหลังมือของเขาเบาๆ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเธอส่งผ่านความสงบ เยียวยาพายุในใจของชายหนุ่มให้ค่อยๆ สงบลง เมฆสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นไอฝนและดินชื้นช่วยดึงสติเขากลับมาสู่ปัจจุบัน เมฆวางมีดในมือลงบนโต๊ะ เสียงไม้กระทบไม้ดังชัดเจนในความเงียบ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากรณ์อย่างตรงไปตรงมา แววตาคู่นั้นไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป "คุณพูดถูกกรณ์... ความรักอาจจะกินไม่ได้" เมฆเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าหนักแน่นก้องกังวาน "แต่ความสงบสุขในใจ และรอยยิ้มของคนที่นี่... มันเป็นสิ่งที่เงินสิบล้านหรือตำแหน่งเชฟใหญ่ร้อยตำแหน่งของคุณ ก็ซื้อไม่ได้" กรณ์ขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิด "คุณจะทิ้งพรสวรรค์ทั้งหมดไปเพื่อผักกาดหัวพวกนี้จริงๆ น่ะเหรอเมฆ? คุณยอมแพ้ให้กับความล้มเหลวเมื่อสองปีก่อนแล้วเหรอ?" "ผมไม่ได้ยอมแพ้ครับกรณ์..." เมฆลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่แข็งแกร่งแผ่รัศมีของความมั่นใจที่ต่างจากอดีตเชฟผู้พ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง "...ผมแค่เพิ่งค้นพบว่า อาหารที่แท้จริง ไม่ได้ต้องการความกดดัน ไม่ได้ต้องการเสียงปรบมือจากเหล่านักวิจารณ์ลิ้นทองคำ แต่รสมือที่ดีที่สุด เกิดจากวัตถุดิบที่เติบโตด้วยความรัก และคนกินที่นั่งกินด้วยความสุขต่างหาก" กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ หยิบเอกสารสัญญาขึ้นมาสะบัดเบาๆ "คุณพูดเหมือนคนแก่ใกล้เกษียณ ทั้งที่อายุคุณยังไม่ถึงสี่สิบด้วยซ้ำ เมฆ... ผมให้เวลาคุณคิดดูใหม่อีกคืน พรุ่งนี้เช้าผมจะมาเอาคำตอบ ถ้าคุณปฏิเสธ... คุณจะไม่มีวันได้กลับเข้าวงการนี้อีกเลยตลอดชีวิต" กรณ์หมุนตัวเดินดุ่มๆ ออกจากร้าน แรงกระแทกจากประตูกระจกทำให้กระดิ่งทองเหลืองสั่นระรัวด้วยความเกรี้ยวกราด ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาปกคลุมร้านกาแฟอีกครั้ง รินมองตามหลังรถหรูที่แล่นฝุ่นตลบหายไปจากหมู่บ้าน เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะหันมามองหน้าเมฆด้วยความกังวล "คุณเมฆ... เขาพูดจริงนะคะ ถ้าคุณไม่กลับไป คุณจะ..." "ผมไม่กลับไปหรอกครับริน" เมฆยิ้มบางๆ แววตาเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้าหุบเขาในคืนไร้เดือน "ผมมีสิ่งที่ต้องทำพรุ่งนี้เช้าแล้วล่ะครับ" รินเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ "พรุ่งนี้เช้า? คุณจะทำอะไรคะ?" เมฆหยิบสมุดบันทึกปกหนังเก่าๆ ขึ้นมาเปิดหน้ากระดาษที่จดสูตรอาหารทดลองไว้ นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่ข้อความบรรทัดสุดท้ายที่เขาเพิ่งเขียนเสร็จเมื่อคืนนี้ "ผมจะเปิดคอร์ส 'เชฟบ้านทุ่ง' สอนเด็กๆ และคนในชุมชนทำอาหารจากวัตถุดิบพื้นบ้าน... และผมอยากให้คุณเป็นผู้ช่วยคนแรกของผมครับ" รินอึ้งไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มกว้างค่อยๆ แย้มบานบนใบหน้าของเธอ เธอกำลังจะอ้าปากตอบตั๋วรับคำเชิญนั้น แต่ทว่า... *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ทั้งสองหันไปมองพร้อมกันด้วยความตกใจ ในยามวิกาลที่ดึกสงัดเช่นนี้ แทบไม่เคยมีใครมาเคาะประตูร้านหลังเวลาปิดทำการ เงาร่างสูงโปร่งภายใต้แสงไฟสลัวหน้าร้านยืนอยู่นิ่ง ร่างนั้นค่อยๆ ผลักประตูเปิดเข้ามาโดยไม่รอให้อذنอนุญาต กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนมากับสายลมหนาว หญิงสาวในชุดเดรสผ้าไหมสีเขียวมรกต ใบหน้าคมคายงดงามราวกับนางพญา ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางร้าน ดวงตาคู่คมกวาดมองเมฆด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้สันหลังวาบหวิว เมฆเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เมื่อเห็นชัดเจนว่าแขกยามวิกาลคนนั้นคือใคร "สวัสดีค่ะเชฟเมฆ... ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณจะหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ได้แนบเนียนขนาดนี้... 'คุณภรรยาเก่า' ของคุณส่งดิฉันมาตามตัวค่ะ" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับไอหมอกและรสมือของเชฟเมฆในหุบเขานี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่สุขกลางไอหมอก: สูตรลับฉบับฟาร์มเมอร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%