ไร่สุขกลางไอหมอก: สูตรลับฉบับฟาร์มเมอร์•ตอนที่ 24

คืนวันเทศกาล

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
“เชิญครับ... เซ็นตรงบรรทัดที่มีรอยประสีแดงนั้นได้เลย” เสียงของทนายความวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับบรรยากาศกลิ่นไอธรรมชาติของไร่สุขกลางไอหมอก เอกสารกระดาษแผ่นบางแต่มีน้ำหนักดั่งภูเขาถูกวางลงบนโต๊ะไม้สักเก่าแก่ ที่เพิ่งใช้เป็นสถานที่จัดเลี้ยงขอบคุณชาวบ้านในหมู่บ้าน ลมหนาวพัดโชยกลิ่นหอมของเนื้อย่างและสมุนไพรป่าผ่านไป ทว่ารอบโต๊ะกลับไร้ซึ่งเสียงพูดคุย ความอบอุ่นจากเตาถ่านเมื่อครู่ถูกความเย็นเยียบของตระกูลใหญ่เข้าปกคลุมจนแทบหายใจไม่ออก เมฆยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะยาว สายตาคมกริบมองเอกสารฉบับนั้นสลับกับใบหน้าของ "กรณ์" พี่ชายต่างมารดาผู้มีรอยยิ้มเยาะเย้ยประดับอยู่บนมุมปาก ดวงตาของกรณ์ฉายแววความเหนือกว่าอย่างชัดเจน ราวกับผู้ล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมในกรงขัง “นายคิดจริงๆ หรือว่า... ที่ฉันมาอยู่ที่นี่ เพราะหนีความเป็นความตายของตระกูลเราไปได้พ้น” เมฆเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกอย่างที่กรณ์คาดหวัง กรณ์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและน่ารำคาญ “แกจะอ้างเรื่องสโลว์ไลฟ์ ปลูกผักอินทรีย์ หรือทำอาหารให้พวกชาวบ้านตาสตาสีตาสาฟังไปทำไมกัน เมฆ... ความจริงก็คือความจริง แกมันคือนักโทษที่หนีคดีความผิดพลาดในครัวระดับประเทศมาซุกหัวซบเซาอยู่ที่นี่ ที่ดินผืนนี้ และสูตรอาหารทั้งหมดของแม่แก มันควรเป็นของบริษัทตระกูลเราตั้งนานแล้ว” เสียงซุบซิบของชาวบ้านที่มาร่วมงานเริ่มดังขึ้นอย่างอึดอัด รินซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล กัดริมฝีปากแน่น มือเรียวกำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองจนยับยู่ยี่ เธอขยับตัวจะก้าวเข้าไปหาเมฆ แต่ถูกสายตาปรามๆ จากรอยยิ้มของเมฆหยุดไว้เสียก่อน เมฆสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นไอดินหลังฝนตกและกลิ่นหอมของโรสแมรี่ที่เขาปลูกเองกับมือยังคงติดอยู่ที่ปลายนิ้ว มันคือความเรียบง่ายที่เขาโหยหา และเป็นสิ่งที่คนตรงหน้าไม่มีวันเข้าใจ “ผมจะไม่เซ็นครับ” เมฆพูดชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพี่ชาย “เอกสารพวกนี้ ไม่มีผลทางกฎหมายอย่างแท้จริงหรอก เพราะที่ดินแปลงนี้ ผมได้โอนกรรมสิทธิ์เปลี่ยนมืออย่างถูกต้องตามกฎหมายให้กับสหกรณ์ชุมชนไร่สุขกลางไอหมอกไปตั้งแต่สามเดือนก่อนแล้ว” รอยยิ้มบนใบหน้าของกรณ์แข็งค้างทันที ทนายความข้างกายรีบก้มลงเปิดแฟ้มเอกสาร ค้นหาข้อมูลด้วยความลนลาน “แก... แกพูดว่าอะไรนะ!” กรณ์ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว “แกกล้าดียังไงเอาสมบัติของตระกูลไปแจกให้พวกชาวบ้านชั้นต่ำ!” “ระวังคำพูดด้วยครับ ที่นี่ไม่มีใครต่ำกว่าใคร มีแต่คนที่หัวใจแห้งแล้งจนไม่รู้จักความสุขที่แท้จริงเท่านั้น” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลังฝูงชน ร่างสูงของ "พ่อใหญ่" ผู้เฒ่าประจำหมู่บ้านก้าวออกมาจากเงาไม้ ในมือถือไม้เท้าไม้ไผ่ขัดมัน สายตาที่ผ่านโลกมามากมองกรณ์ด้วยความเยือกเย็น ด้านหลังของพ่อใหญ่คือชาวบ้านเกือบสามสิบชีวิต ทุกคนถือเครื่องมือทำเกษตรและอุปกรณ์ทำครัว ใบหน้าของแต่ละคนไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเด็ดเดี่ยว “พวกคุณเป็นใครมาจากไหนไม่รู้ จู่ๆ ก็บุกรุกเข้ามาในงานเลี้ยงของพวกเรา แถมยังมาดูถูกพวกเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า” พ่อใหญ่เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงดังกังวาน “ที่นี่คือแผ่นดินที่พวกเราทำมาหากินร่วมกับคุณเมฆ และไม่มีทางที่พวกเราจะยอมให้ใครหน้าไหนมาไล่เขาออกจากบ้านของเขาเด็ดขาด” กรณ์หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจและอับอาย เขาไม่คิดว่าคนท้องถิ่นกลุ่มนี้จะรวมตัวกันปกป้องเชฟตกอับคนหนึ่งได้เหนียวแน่นขนาดนี้ ทนายความรีบกระซิบข้างหู “คุณกรณ์ครับ... สถานการณ์ไม่ค่อยดีแล้ว เราถอยก่อนดีกว่าครับ” “จำไว้ไอ้น้องชาย! เรื่องนี้ยังไม่จบแค่นี้แน่!” กรณ์ชี้นิ้วคาดโทษด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะสะบัดหน้าเดินนำทนายความมุ่งหน้ากลับไปยังรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ตรงทางเข้าไร่ เสียงถอนหายใจยาวนานด้วยความโล่งอกดังขึ้นทั่วบริเวณงาน รินรีบวิ่งเข้ามาหาเมฆ สีหน้าเธอยังคงมีความกังวลฉายชัด “คุณเมฆ... ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ... เอ๊ย ไม่ใช่ค่ะ... ผมหมายถึง... ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ” เธอเผลอพูดติดขัดจนเกือบหลุดสำนวนเดิม ทำให้เมฆเผลอยิ้มออกมาเบาๆ “ผมไม่เป็นไรครับริน ขอบคุณทุกคนด้วยนะครับ” เมฆหันไปโค้งศีรษะขอบคุณพ่อใหญ่และชาวบ้านทุกคนที่ยืนหยัดเคียงข้างเขา บรรยากาศความอบอุ่นเริ่มกลับคืนมา เสียงเพลงเบาๆ และเสียงหัวเราะเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง เตาถ่านถูกเติมฟืนจนไฟลุกโชน ขจัดความหนาวเย็นของค่ำคืนนี้ให้หมดไป เวลาล่วงเลยจนดึกดื่น งานเลี้ยงเริ่มซาลง เมฆขอตัวปลีกตัวออกมาเดินเล่นรับลมเงียบๆ ที่แปลงสมุนไพรหลังร้านกาแฟของริน ความเหนื่อยล้าจากการปะทะคารมเมื่อครู่เริ่มกัดกินร่างกาย แต่จิตใจเขากลับสงบอย่างประหลาด เขาก้มลงมองต้นไทม์ที่กำลังแตกยอดอ่อนในแปลงดินชื้นๆ รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนใบหน้า การต่อสู้ครั้งนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เขารู้ดีว่ากรณ์ไม่มีทางรามือและต้องกลับมาพร้อมแผนการที่ร้ายกาจกว่าเดิมอย่างแน่นอน ทว่า... ในขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับเพื่อเดินเข้าบ้าน เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดตรงทางเดินลึกเข้าไปในป่าหลังไร่ ไม่ใช่เสียงรถของกรณ์ และไม่ใช่เสียงของชาวบ้านคนใดในหมู่บ้าน เมฆชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยสัญชาตญาณอันตราย ดวงตาเพ่งมองผ่านความมืดมัวของไอหมอกหนาทึบที่ลอยต่ำลงมาปกคลุมพื้นดิน ร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวออกมาจากเงาไม้ พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของเมฆเย็นเฉียบลงทันที “ไม่ได้เจอกันนานนะ... น้องรัก แกคิดจริงๆ เหรอว่าพ่อจะยอมให้แกซ่อนตัวอยู่ที่นี่ไปจนตาย?” ...โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความอบอุ่นในไร่สุขกลางไอหมอกแห่งนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่สุขกลางไอหมอก: สูตรลับฉบับฟาร์มเมอร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%