ไร่สุขกลางไอหมอก: สูตรลับฉบับฟาร์มเมอร์•ตอนที่ 34

ภัยคุกคามจากภายนอก

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
กระดาษสัญญาแผ่นหนาวางอยู่ตรงหน้าลุงนพ โต๊ะไม้ฉำฉาตัวเก่าในร้านกาแฟของรินส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นของชายชราสั่นเทาด้วยความลังเล กลิ่นกาแฟอราบิก้าคั่วบดหอมกรุ่นที่มักจะสร้างความผ่อนคลายในยามบ่าย กลับถูกกลบด้วยบรรยากาศอึมครึมที่แผ่ซะvซ่านมาจากเงาร่างของชายชุดสูทสองคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม "พวกคุณให้เวลาคิดแค่นี้เองหรือครับ พ่อผมทำไร่ส้มนี้มาตั้งแต่ดินยังเป็นดินแดงบริสุทธิ์" เสียงของรินแข็งกร้าว ดวงตาคู่สวยฉายแววโกรธเคืองจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーンเล็กน้อย เธอกำแก้วเซรามิกในมือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด ชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงผู้มีรอยยิ้มเคลือบยาพิษหัวเราะในลำคอ เขาปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนปกเสื้ออย่างใจเย็น สายตากวาดมองไปรอบร้านก่อนจะหยุดที่เมฆ ซึ่งกำลังยืนเช็ดแก้วอยู่เงียบๆ หลังเคาน์เตอร์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นนั้นบ่งบอกว่าเขากำลังสะกดกลั้นอารมณ์เพียงใด "คุณรินครับ โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว... เกษตรอินทรีย์ตามมีตามเกิดแบบนี้ เลี้ยงปากท้องได้แค่ตามฤดูกาล แต่ทุนของเราจะเนรมิตให้หุบเขานี้กลายเป็นรีสอร์ทครบวงจรและแปลงเกษตรอุตสาหกรรมมูลค่าหลายร้อยล้าน ชาวบ้านที่เซ็นสัญญาในวันนี้ ไม่เพียงแต่ปลดหนี้สินพ้นตัว แต่จะมีเงินก้อนโตใช้ไปตลอดชีวิต" น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าทรงพลังเหมือนค้อนเหล็กที่จงใจทุบลงกลางความหวังอันน้อยนิดของคนท้องถิ่น เมฆวางผ้าเช็ดแก้วลงบนเคาน์เตอร์ เสียงกระทบเบาๆ แต่ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันไปมอง เขาเดินออกจากหลังร้าน ช้าๆ มั่นคง กลิ่นจางๆ ของดินอุ่นและใบไทม์สดที่ติดมือมาจากการดูแลแปลงผักเมื่อครู่ลอยกรุ่นอยู่ในอากาศรอบตัว อดีตเชฟมือหนึ่งผู้เคยยืนอยู่ท่ามกลางความกดดันระดับมิชลิน รู้ดีว่าเกมอำนาจของนายทุนหน้าเลือดพวกนี้มีหน้าตาเป็นอย่างไร รอยยิ้มที่เคลือบความใจAี มักซ่อนคมมีดที่พร้อมจะเชือดคอเกษตรกรผู้ซื่อสัตย์เสมอ "เงินก้อนโตที่ว่า... แลกกับอิสรภาพในการก้มลงกราบแผ่นดินเกิดของตัวเอง มันคุ้มกันตรงไหนหรือครับ" เมฆเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่กังวานและทรงพลังพอจะทำให้ชายชุดสูทหุบIิ้มลงได้ทันที ตัวแทนกลุ่มทุนหรี่ตามองเมฆอย่างพิจารณา "อ้อ... คุณคือเชฟคนที่ย้ายมาซุกตัวทำไร่ปลูกผักตามกระแสสินะครับ ได้ยินว่าฝีมือทำอาหารไม่เลว... ก็น่าเสียดายนะ ถ้าวันนึงวัตถุดิบในหุบเขานี้ถูกกว้านซื้อจนเกลี้ยง หรือไม่ก็ถูกประกาศเป็นพื้นที่เวนคืนเพื่อพัฒนาโครงการ คุณกับสวนผักอินทรีย์จิ๋วๆ ของคุณ จะเอาอะไรมาทำกิน" บรรยากาศในร้านลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก รินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทาในอก เธอกลัว—ไม่ใช่กลัวอำนาจเงิน แต่กลัวว่าสายใยและความผูกพันที่คนในหมู่บ้านร่วมสร้างกันมาหลายชั่วอายุคน จะต้องพังทลายลงด้วยน้ำมือของกระดาษแผ่นเดียวนี้ ลุงนพถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปิดฉบับสัญญาลงอย่างเชื่องช้า ดวงตาฝ้าฟางมองออกไปนอกหน้าต่าง ทิวเขาสลับซับซ้อนที่เคยเขียวขจีและโอบกอดพวกเขาอย่างอบอุ่น บัดนี้คล้ายกำลังถูกเมฆหมอกสีเทาทึบปกคลุมจนมองไม่เห็นทางออก "ลุงยังไม่เซ็นหรอก..." เสียงของลุงนพแหบพร่าแต่เด็ดเดี่ยว "บรรพบุรุษสอนไว้ว่าแผ่นดินให้กิน ให้เราอาศัย ไม่ได้ให้เอามาขายเพื่อแลกกับกระดาษที่กินไม่ได้" ตัวแทนกลุ่มทุนหุบยิ้มสนิท ดวงตาคมกริบฉายแววเยียบเย็น เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทให้เข้ารูป โน้มตัวลงกระซิบเบาๆ แต่ได้ยินกันทั่วหน้า "ความกตัญญูกับผืนดินมันกินไม่ได้หรอกครับลุง... เอาไว้ผมจะกลับมาใหม่ หวังว่าสัปดาห์หน้า ลุงจะไม่เปลี่ยนใจมาเคาะประตูขอร้องให้พวกผมรับซื้อในราคาที่ต่ำกว่านี้นะครับ" พวกมันเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันอันหนักอึ้งและกลิ่นอายความกดดันที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ รินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัดอั้นตันใจ เมฆเดินเข้าไปใกล้ วางมืออุ่นลงบนไหล่บางเบาๆ เป็นการส่งผ่านพลังและความมั่นคงที่เขามีทั้งหมดให้เธอ คืนนั้น ไร่สุขกลางไอหมอกเงียบสงบกว่าทุกวัน เสียงหริ่งเรไรขับกล่อมราวกับพยายามปลอบประโลมผืนดินที่กำลังถูกคุกคาม เมฆนั่งอยู่บนระเบียงบ้านพัก มองแสงไฟริบหรี่จากบ้านเรือนในหมู่บ้านที่ยังคงเปิดสว่างเป็นหย่อมๆ เขาตระหนักดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้เพิ่งเริ่มต้น และกลุ่มทุนพวกนั้นไม่มีทางยอมรามือแค่นี้แน่ ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางความวิเวก เมฆขมวดคิ้วเล็กน้อยยามเหลือบมองนาฬิกาที่บอกเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว ใครกันที่จะมาหาเขาในยามวิกาลเช่นนี้ รินที่นั่งอยู่ไม่ไกลเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ เมฆส่งสัญญาณให้เธอนั่งรออยู่ตรงนั้น ก่อนจะเดินไปเปิดประตูด้วยความระมัดระวัง เบื้องหน้าของเขาคือชายร่างสูงวัยในชุดกันหนาวเก่าๆ สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง ทว่าดวงตาที่มองลอดออกมานั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหอบเหนื่อยราวกับวิ่งหนีตายมาไกล "คุณ... คุณคือใครครับ มีธุระอะไรดึกดื่นขนาดนี้" เมฆถามด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่ระแวดระวัง ชายแปลกหน้ากวาดสายตามองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง ก่อนจะคว้าแขนเสื้อของเมฆไว้แน่น มือของอีกฝ่ายสั่นเทาจนน่าตกใจ "ผมเป็นคนงานบัญชีของบริษัททุนกลุ่มนั้น..." เสียงกระซิบแหบพร่าและขาดห้วงดังลอดริมฝีปากที่ซีดเผือด "ผมเอาเอกสารลับนี่มาให้... พวกมันไม่ได้แค่จะซื้อที่ดิน... แต่พวกมันกำลังจะปล่อยสารเคมีเร่งปฏิกิริยาลงในต้นน้ำของหุบเขานี้ คืนพรุ่งนี้... เพื่อบีบให้พวกคุณไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขายที่ดินให้ในราคาถูก!" เมฆเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นพล่านตั้งแต่ปลายนิ้วขึ้นมาถึงสันหลังเมื่อก้มลงมองแฟ้มเอกสารในมือของชายแปลกหน้า ที่ข้างในเต็มไปด้วยแผนผังการทำลายล้างผืนป่าและแหล่งน้ำธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนทั้งหมู่บ้าน ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและยืนหยัดเคียงข้างผืนดินแห่งนี้ไปด้วยกันนะครับ - ฟาร์มเมอร์สุขใจ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่สุขกลางไอหมอก: สูตรลับฉบับฟาร์มเมอร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%