ไร่สุขกลางไอหมอก: สูตรลับฉบับฟาร์มเมอร์•ตอนที่ 38

วิกฤตกลางงานเทศกาล

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"เอกสารชุดนี้ นายคงยังไม่ได้อ่านสินะ เมฆ?" เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบดังขึ้น ท่ามกลางเสียงจอแจของงานเทศกาลฤดูเก็บเกี่ยวที่กำลังคึกคัก เมฆวางตะหลิวไม้ในมือลงช้าๆ เขาไม่ได้หันไปมองทันที แต่เลือกที่จะสูดกลิ่นหอมของ 'ซุปไก่บ้านเห็ดหอมป่า' ที่กำลังเดือดปุดอยู่ในหม้อดินเผาใบใหญ่ ไอความร้อนที่ลอยกรุ่นขึ้นมาช่วยกลบกลิ่นน้ำหอมราคาแพงของแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้ได้อย่างดีเยี่ยม "ผมว่าคุณควรเก็บมันไว้ในกระเป๋าเถอะครับ คุณวิชัย" เมฆตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบมองเพียงเปลวไฟใต้หม้อ "งานเทศกาลหมู่บ้านแบบนี้ ไม่เหมาะกับเอกสารที่เต็มไปด้วยตัวเลขและผลประโยชน์สีเทาหรอกครับ" วิชัยกระตุกยิ้มที่มุมปาก มือขวาเคาะเอกสารในซองสีน้ำตาลเบาๆ บนโต๊ะไม้เก่าๆ ของเมฆ "คนฉลาดเขามองเห็นโอกาสในวิกฤตเสมอ เมฆ... ถ้างานนี้พังพินาศลงเพราะอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น 'ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า' นายคิดว่าชื่อเสียงของไร่สุขกลางไอหมอกจะเหลืออะไร?" เมฆวางทัพพีลง แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวน้อยๆ ด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ภายใน รินที่ยืนอยู่ไม่ไกลรีบเดินเข้ามาใกล้ เธอสัมผัสได้ถึงไอคุกคามที่แผ่ซ่านออกมาจากชายชุดสูทตรงหน้า มือเรียวของเธอวางลงบนแขนของเมฆเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนให้เขาสงบใจ แต่เมฆกลับหันไปมองรินด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นคง ก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับวิชัยตรงๆ "อุบัติเหตุหรือครับ?" เมฆทวนคำ สายตาของเขาไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย "ในไร่ของผมทุกอย่างมีวัฏจักรของมัน แม้แต่พายุที่พัดมาแรงแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องสยบให้แก่ความนิ่งของผืนดิน คุณเองก็เช่นกันวิชัย... คุณอาจจะคิดว่าคุณเป็นเจ้าของเกม แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่า ที่นี่ไม่ใช่บอร์ดบริหารในกรุงเทพฯ" วิชัยหัวเราะร่วน เสียงนั้นฟังดูแหลมคมผิดจังหวะ "งั้นเรามาดูกันว่า ดินโคลนที่นายรักนักรักหนา จะปกป้องนายได้นานแค่ไหน" ทันใดนั้น เสียงตะโกนจากลานกลางงานก็ดังขึ้น ตามมาด้วยความวุ่นวายที่ก่อตัวขึ้นราวกับคลื่นใต้น้ำ ลูกค้าที่กำลังต่อคิวซื้ออาหารเริ่มแตกตื่น เมื่อจู่ๆ กลุ่มคนในชุดดำที่ปะปนอยู่ในฝูงชนเริ่มคว่ำโต๊ะและทำลายซุ้มอาหารของชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง กลิ่นควันจากการเผาไหม้พุ่งสูงขึ้นสู่ท้องฟ้าแทนที่กลิ่นหอมของอาหาร รินหน้าซีดเผือด เธอจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตระหนก "เมฆ... พวกเขาตั้งใจทำลายทุกอย่าง" เมฆไม่ได้ขยับหนี เขากลับหยิบผ้ากันเปื้อนผืนเก่ามาผูกให้แน่นขึ้น ความนิ่งสงบในแววตาของเขากลายเป็นอาวุธที่น่ากลัวที่สุด เขาเดินตรงไปยังเตาไฟหลักที่ยังคงคุกรุ่น ไม่สนใจความวุ่นวายที่รายล้อม "ริน ช่วยผมตักซุปใส่ถ้วยให้คนเหล่านั้นทีครับ" "ว่าไงนะ?" รินอุทาน "คนเหล่านั้นหิวครับ... ความหิวทำให้คนบ้าคลั่ง แต่ถ้าอิ่ม ความโกรธมักจะจางหายไป" เมฆกล่าวสั้นๆ ก่อนจะเดินแทรกตัวผ่านฝูงชนเข้าไปหาชายที่กำลังอาละวาดอย่างไม่เกรงกลัว เขาไม่ได้ใช้กำลัง แต่ใช้จังหวะที่ชายคนนั้นกำลังเงื้อไม้ เขาคว้าข้อมือไว้ด้วยความเร็วที่เหนือชั้น ก่อนจะยัดถ้วยซุปที่รินตักให้ออกมาใส่มืออีกฝ่าย "กินซะ... แล้วค่อยกลับไปบอกนายของนายว่า ของที่ทำจากใจ มันมีค่ามากกว่าเงินสกปรกในกระเป๋าพวกคุณ" วิชัยยืนนิ่งอึ้ง เขาพยายามจะสั่งการลูกน้องต่อ แต่สายตาของเมฆที่มองมานั้นไม่ใช่สายตาของเชฟที่ยอมแพ้ แต่มันคือสายตาของเจ้าของไร่ที่พร้อมจะปกป้องผืนดินของตัวเองด้วยชีวิต ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะขาดผึง เสียงเครื่องยนต์รถบรรทุกหลายคันก็ดังขึ้นพร้อมกันจากทางเข้าไร่ กลุ่มคนในชุดดำหยุดชะงัก ทุกสายตาหันไปมองเป็นตาเดียว รถกระบะนับสิบคันทยอยจอดเรียงรายปิดกั้นทางออกทุกทิศทาง ชายฉกรรจ์ในชุดชาวไร่ถือจอบถือเสียมเดินลงมาจากรถด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่ดุดัน พวกเขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเกษตรกรจากหมู่บ้านข้างเคียงที่เมฆเคยแบ่งปันสูตรลับและเมล็ดพันธุ์ให้ วิชัยหน้าถอดสี มือที่ถือเอกสารเริ่มสั่นเทา "นี่มันอะไรกัน... พวกนายวางแผนไว้ก่อนแล้วงั้นเหรอ?" เมฆเดินกลับมายืนข้างๆ ริน ก่อนจะก้มลงหยิบเอกสารสีน้ำตาลจากมือวิชัยมาถือไว้ "ผมไม่ได้วางแผนครับ... ผมแค่ทำในสิ่งที่ผมเชื่อมาตลอด ว่าการแบ่งปันจะสร้างรากฐานที่ไม่มีวันถูกทำลายได้" เมฆฉีกเอกสารนั้นทิ้งต่อหน้าต่อตาวิชัย ก่อนจะปัดเศษกระดาษที่ปลิวว่อนด้วยความเฉยเมย แต่ในวินาทีที่วิชัยกำลังจะหันหลังกลับด้วยความพ่ายแพ้ เสียงทุ้มแหบพร่าของชายชราคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากกลุ่มคนที่มุงดูอยู่ด้านหลัง "ยังไปไหนไม่ได้หรอกวิชัย... เพราะเอกสารที่นายถืออยู่นั่น เป็นเพียงสำเนาชิ้นที่สองเท่านั้น" ร่างชายชราในชุดเสื้อหม้อห้อมเก่าๆ ก้าวออกมาจากเงาต้นไม้ใหญ่ ทุกคนในงานนิ่งเงียบกริบ แม้แต่เมฆยังต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะเขาไม่เคยเห็นชายคนนี้มาก่อนในหมู่บ้าน ชายชราเดินมาหยุดตรงหน้าเมฆ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง "นายคงคิดว่าชัยชนะอยู่แค่ตรงหน้า แต่หารู้ไม่ว่าเมฆ... ตระกูลที่นายพยายามปกป้องนี้ คือกุญแจสำคัญของโครงการลับที่รัฐบาลต้องการยึดครองผืนดินนี้มานานกว่าสิบปี" เมฆรู้สึกถึงความเย็นเยือกที่แล่นผ่านสันหลังเมื่อชายชราหยิบตราประทับโลหะสีทองออกมาจากกระเป๋าเสื้อ... มันคือตราสัญลักษณ์เดียวกับที่ถูกสลักอยู่บนกล่องไม้ปริศนาที่เขาพบในห้องใต้ดินของไร่เมื่อสัปดาห์ก่อน ความสงบสุขที่เขาสร้างมาตลอดชีวิต กำลังจะพังทลายลงด้วยความจริงที่เขาไม่เคยล่วงรู้มาก่อน --- ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับไร่สุขกลางไอหมอกในตอนนี้นะครับ และขอให้ติดตามตอนต่อไปว่าเมฆจะทำอย่างไรกับความลับที่ถูกเปิดเผยออกมาครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่สุขกลางไอหมอก: สูตรลับฉบับฟาร์มเมอร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%