"ปฏิเสธเร็วเกินไปหน่อยไหมน้องชาย..."
เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยเอ่ยขึ้น ท่ามกลางไอหมอกยามสายที่ยังคงลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือแปลงผักสลัดออร์แกนิก เสียงนั้นไม่ได้ดังกระโชกโฮกฮาก แต่มันหนักแน่นและทรงพลังพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างของเมฆในทันที
เมฆค่อยๆ วางกรรไกรตัดแต่งกิ่งในมือลงบนโต๊ะไม้ไผ่ช้าๆ เขายังไม่หันกลับไปทันที แต่เลือกที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปอดของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นหอมสะอาดของดินชื้นและกลิ่นจางๆ ของโรสแมรี่ที่ถูกน้ำค้างเกาะพราว
"ในเมื่อแกยังไม่รู้เลยว่า... สิ่งที่แกกำลังปกป้องอยู่นี้ แท้จริงแล้วมันกำลังจะถูกพรากไปจากแก... วันนี้"
เมฆหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน
ชายร่างสูงในชุดสูทสีกรมท่าที่ดูขัดแย้งกับบรรยากาศไร่ชนบทอย่างสิ้นเชิงกำลังยืนไขว่ห้างพิงเสารั้วไม้ไผ่ ใบหน้าคมคายนั้นประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา แววตาคู่นั้นยังคงมีความเย่อหยิ่งและเด็ดขาดเช่นเคย... 'ธน ภัทร' พี่ชายต่างมารดาผู้ซึ่งเคยเป็นทั้งเงาและอุปสรรคในชีวิตเชฟของเขาเมื่อหลายปีก่อน
"นายมาทำอะไรที่นี่... ธน" เสียงของเมฆเรียบสนิท แต่กรามที่ขบเข้าหากันแน่นฟ้องถึงคลื่นอารมณ์ใต้ผิวน้ำ
ธนหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าเดินช้าๆ บนพื้นดินที่ปนทรายและแกลบดิบ รองเท้าหนังราคาแพงของเขาเลอะคราบดินสีน้ำตาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เจ้าตัวดูจะไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย สายตากวาดมองไปรอบไร่สุขกลางไอหมอกด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
"ไร่กะโหลกะลา... ไม่คิดว่าเชฟอดีตมือหนึ่งของโรงแรมห้าดาว จะลดตัวมาขุดดินปลูกผักขายให้พวกชาวบ้านตาดำๆ กินไปวันๆ น่าสมเพชดีเหมือนกันนะ" ธนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่บาดลึก
เมฆไม่ได้โต้ตอบด้วยอารมณ์ เขารู้จักธนดี การแสดงความโกรธออกมาคือการตกหลุมพรางที่อีกฝ่ายขุดไว้ เมฆเพียงแค่สาวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด รักษาระยะห่างที่พอดี มือหนาทั้งสองข้างซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อกันหนาวผ้าฝ้ายทอมือ
"ถ้าสิ่งที่นายมาทำที่นี่ คือการมายืนพ่นคำพูดไร้สาระและความดูถูกเหยียดหยาม... เชิญกลับไปทางเดิมเถอะครับ ทางไร่ของผมไม่มีพื้นที่ต้อนรับแขกที่ไร้มารยาท" เมฆเอ่ยเสียงเย็น
ธนหยุดเดิน รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปแทนที่ด้วยความจริงจัง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของน้องชายต่างมารดา
"แกคิดจริงๆ หรือวะว่าที่ดินผืนนี้... และร้านกาแฟเล็กๆ ของยัยเด็กชื่อรินนั่น จะปลอดภัยจากการเวนคืนเพื่อทำโครงการรีสอร์ทไฮendของกลุ่มทุนใหญ่?" ธนโยนระเบิดลูกใหญ่ลงตรงหน้า
หัวใจของเมฆกระตุกวูบ ภาพของรินที่กำลังยิ้มแย้มขณะชงกาแฟดริปส่งให้ลูกค้าเมื่อวานนี้ผุดขึ้นมาในหัว รินผู้ซึ่งทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างชุมชนเล็กๆ นี้ขึ้นมาด้วยความรัก
"นายหมายความว่ายังไง..." เมฆถาม เสียงเริ่มสั่นเล็กน้อยด้วยความกังวลที่พยายามเก็บกดไว้
"หมายความว่า เอกสิทธิ์การถือครองที่ดินโซนนี้ทั้งหมดกำลังจะเปลี่ยนมือ... และคนที่จะเซ็นอนุมัติโครงการ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นบริษัทของตระกูลเราเอง" ธนยักไหล่ ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป "แกมีเวลาเหลืออีกไม่ถึงสัปดาห์หรอกเมฆ ก่อนที่รถแม็คโครจะเข้ามาบดขยี้แปลงผักออร์แกนิกแสนรักของแกให้ราบเป็นหน้ากลอง"
พูดจบ ธนก็หันหลังเดินกลับไปทางรถยนต์หรูที่จอดทิ้งไว้ริมถนนลูกรัง ทิ้งให้เมฆยืนอยู่ท่ามกลางลมหนาวที่พัดกระโชกแรงจนกิ่งไม้ไผ่เสียดสีกันเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด
ลมหายใจของเมฆพ่นออกมาเป็นไอสีขาวขุ่นท่ามกลางอุณหภูมิที่ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ความหนาวเหน็บไม่ได้มาจากสภาพอากาศภายนอก หากแต่มาจากความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ สิ่งที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นมาเพื่อเยียวยาบาดแผลในอดีต กำลังจะถูกพรากไปอีกครั้งอย่างนั้นหรือ?
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เมฆเดินดุ่มๆ เข้ามาในร้านกาแฟของริน กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดใหม่ๆ และกลิ่นหอมหวานละมุนของอบเชยลอยอวลเตะจมูกทันทีที่ผลักประตูกระจกกรอบไม้เข้ามา รินกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมขวดโหลสมุนไพรแห้งบนชั้นวาง เธอหันมาส่งยิ้มสดใสให้ตามเคย แต่รอยยิ้มนั้นก็สะดุดลงเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเมฆ
"พี่เมฆ... เป็นอะไรหรือเปล่าคะ หน้าตาดูไม่ค่อยดีเลย" รินวางขวดโหลในมือลง รีบเดินออกมาจากเคาน์เตอร์ด้วยความห่วงใย
เมฆมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ใจและความหวังของริน ความรู้สึกผิดมหาศาลตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย เขาควรจะบอกเธอตอนนี้เลยดีไหม... บอกว่าความสุขสงบที่เรากำลังสร้างร่วมกันกำลังจะพังทลาย
"ริน..." เมฆเอ่ยเสียงแหบพร่า มือหนายื่นออกไปหมายจะกุมมือเล็กของเธอ แต่แล้วเสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูก็กรุ๊งกริ๊งดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ร่างระหงของหญิงสาวในเสื้อโค้ทกันหนาวขนสัตว์สีครีมก้าวเข้ามา เธอถอดแว่นกันแดดสีชาออก เผยให้เห็นใบหน้าที่สะสวยคมคายและรอยยิ้มที่เมฆไม่ได้เห็นมานานแรมปี... 'พิม' อดีตภรรยาเก่าและหุ้นส่วนธุรกิจร้านอาหารที่เคยทิ้งเขาไปในวันที่กิจการล้มละลาย
"สวัสดีจ้ะ เมฆ... ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ" พิมเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัยบางอย่าง "แล้วก็... สวัสดีค่ะน้องริน พี่เป็นพี่สาวของเมฆ... เอ่อ หมายถึงอดีตภรรยาน่ะจ้ะ"
บรรยากาศในร้านกาแฟอุณหภูมิลดฮวบลงทันทีราวกับถูกแช่แข็ง รินชะงักค้างไปชั่วขณะ เมฆหันขวับไปมองพิมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความตกใจระคนกัน
"เธอมาทำอะไรที่นี่ พิม..." เมฆเค้นเสียงถาม ร่างกายเกร็งเครียดขึ้นมาทันที
พิมเดินเข้าไปหย่อนตัวลงนั่งที่โต๊ะมุมร้านอย่างถือวิสาสะ เธอหยิบเมนูเครื่องดื่มขึ้นมาพลิดูเล่นๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเมฆด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
"พี่ไม่ได้มาเที่ยวเล่นหรอกนะเมฆ..." พิมวางเมนูลง เสียงทุ้มหวานเอ่ยต่อด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเมฆเย็นเฉียบ "พี่มาในฐานะ... ตัวแทนผู้ถือหุ้นรายใหม่ ที่จะมาซื้อกิจการที่ดินผืนนี้ทั้งหมด... รวมถึงร้านกาแฟของน้องรินด้วย"
ฟาร์มเมอร์สุขใจขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านลมหนาวนี้ไปด้วยกันนะครับ
ไร่สุขกลางไอหมอก: สูตรลับฉบับฟาร์มเมอร์•ตอนที่ 19
กลิ่นอายฤดูหนาว
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่สุขกลางไอหมอก: สูตรลับฉบับฟาร์มเมอร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!