สถาปนิกโครงสร้างหลอนกับอาจารย์สอนวิชามรณะ•ตอนที่ 2

เสียงจากผนังปูน

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานกะพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงเตือนสรุปสถานะที่ดังระรัวในโสตประสาท *“ติ๊ด… ติ๊ด… ติ๊ด… ตรวจพบสภาวะโครงสร้างวิกฤตระดับ SSS - เขตแดนปิดตายชั้น 13 ถูกกระตุ้นสมบูรณ์แบบ เหลือเวลา 180 วินาที”* รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด นัยน์ตาคู่คมจ้องมองตัวเลขถอยหลังที่กำลังลดลงอย่างไม่ปรานี 175… 174… 173 วินาที ในฐานะสถาปนิกโครงสร้างผู้ยึดมั่นในหลักการฟิสิกส์และความเป็นจริงมาตลอดชีวิต การมายืนอยู่หน้าลิฟต์โดยสารในตึกสำนักงานรกร้างยามวิกาล พร้อมกับระบบแจ้งเตือนที่ดูเหมือนเกมแนวเซอร์วิวัลแฟนตาซีนี้ เป็นสิ่งที่เกินกว่าสมองอันมีระเบียบของเขาจะประมวลผลได้ทัน ทว่า ความตื่นตระหนกถูกระงับไว้ด้วยปลายนิ้วอุ่นที่แตะลงบนบ่าเบาๆ "คุณรินทร์ครับ ตั้งสติก่อนครับ" เสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยอำนาจลึกลับของอาจารย์ศิรินทร์ดังขึ้น เธอไม่ได้มีท่าทีตื่นกลัวเลยแม้แต่น้อย ดวงตาเรียวรีใต้กรอบแว่นทรง The Row จ้องมองแผงควบคุมลิฟต์ตรงหน้าด้วยความสนใจใคร่รู้ราวกับมันเป็นวิทยานิพนธ์ชิ้นเอก "ระบบโครงสร้างตรงนี้ไม่ได้พังทลายเพราะความเก่าแก่ แต่มันกำลัง 'จัดระเบียบใหม่' ตามกฎเกณฑ์ของเขตแดนปิดตายต่างหากล่ะครับ" "จัดระเบียบใหม่หรือครับอาจารย์?" รินทร์ทวนคำ เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยขณะมองตัวเลขที่ร่วงลงมาเหลือ 150 วินาที "ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กหนาแปดนิ้วตรงโถงทางเดินเมื่อครู่เพิ่งจะบิดตัวเหมือนดินน้ำมัน แล้วตกลงมาขวางทางหนีไฟไว้หมดแล้ว ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่างภายในสองนาทีนี้ เราคงได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตึกนี้จริงๆ แน่นอนครับ" อาจารย์ศิรินทร์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่ากลัวลดลงเลย กลับยิ่งทำให้สถาปนิกหนุ่มรู้สึกว่าหญิงสาวข้างกายกำลังปิดบังความลับระดับชาติเอาไว้ "เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเลือกระหว่าง 'รื้อถอน' กับ 'ถูกกลืนกิน' ไงล่ะครับ" อาจารย์ศิรินทร์ก้าวเข้าไปใกล้แผงควบคุมลิฟต์ที่ไร้ไฟฟ้า แต่มันกลับเรืองแสงสีฟ้าจางๆ ตามจังหวะการเต้นของระบบแจ้งเตือน "คุณรินทร์จำแปลนโครงสร้างตึก 'บีคอน ทาวเวอร์' ตอนที่ออกแบบไว้เมื่อสามปีก่อนได้ไหมครับ? ตึกนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้อยู่ อาคารนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ 'กักขัง' สิ่งที่สถาปนิกยุคก่อนหน้าไม่กล้าแม้แต่จะเผชิญหน้าต่างหาก" ความทรงจำระดับภาพถ่ายของรินทร์ทำงานทันที ภาพแปลนสถาปัตยกรรมนับร้อยแผ่น ไดอะแกรมการรับน้ำหนัก และทิศทางการไหลเวียนของลมในอาคารพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองอย่างเป็นระเบียบ เขากวาดสายตามองแผงควบคุมลิฟต์ที่มีปุ่มขึ้นลงปกติ แต่ด้านล่างสุดกลับมีปุ่มโลหะสีดำสนิทที่สลักคำว่า [B13] ซึ่งไม่เคยมีอยู่จริงในแบบแปลนวิศวกรรมทั่วไป 120 วินาที… "แปลนเดิมระบุว่าแกนกลางของตึก (Core) รับน้ำหนักบรรทุกจร (Live Load) ได้ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน..." รินทร์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อตระหนักถึงความผิดปกติทางเรขาคณิต "แต่นี่มันไม่ใช่ตึกสิบสามชั้นธรรมดา... แกนกลางของมันถูกออกแบบให้เป็น 'คานยื่น (Cantilever)' ขนาดมหึมาที่ดึงน้ำหนักทั้งหมดเข้าหาจุดศูนย์กลางที่ชั้นลบ! ถ้าเราเลือก 'รื้อถอน' โครงสร้างหลักจะสูญเสียจุดรับแรง และตึกทั้งหลังจะถล่มทับลงมาทับเรา แต่ถ้าเราเลือก 'ถูกกลืนกิน'..." "เราจะต้องเข้าไปในลิฟต์ตัวนี้ แล้วปล่อยให้แรงดันลบดึงเราลงไปสู่ชั้น 13 ที่ถูกลบหายไปจากผังเมืองครับ" อาจารย์ศิรินทร์กล่าวต่อให้ทันที น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคม "เลือกเอาครับคุณรินทร์ จะยอมตายแบบซากปรักหักพัง หรือจะลองเดิมพันกับวิชาสถาปัตยกรรมมรณะที่ผมกำลังจะสอนคุณในอีกสามวินาทีข้างหน้า?" 90 วินาที… เสียงโครมครามดังสนั่นมาจากเพดานเหนือศีรษะ เศษปูนและฝุ่นละอองร่วงกราวลงมา ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมากำลังคลานอยู่บนฝ้าเพดาน และมันกำลังมุ่งหน้ามายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ แรงกดอากาศในโถงทางเดินลดต่ำลงจนแก้วหูอื้ออึง รินทร์รู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ไต่ขึ้นมาจากพื้นคอนกรีต มันไม่ใช่ความเย็นของเครื่องปรับอากาศ แต่มันคือความหนาวเหน็บของความตายที่ไร้รูปทรง รินทร์หันไปมองอาจารย์สาว เธอไม่ได้ขยับหนี เธอยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่รอคอยการพิสูจน์ทฤษฎี ในฐานะสถาปนิก… เขาเชื่อมั่นในโครงสร้าง และโครงสร้างตรงหน้ากำลังบอกว่า ทางรอดเดียวที่มีความเป็นไปได้ทางคณิตศาสตร์ คือการก้าวข้ามผ่านกฎเกณฑ์ของฟิสิกส์ดั้งเดิม "ถ้าตึกนี้ออกแบบโครงสร้างมาผิดหลักการวิศวกรรม..." รินทร์สูดหายใจเข้าลึกอีกครั้ง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นความมุ่งมั่นเฉียบคม มือขวายื่นออกไปกดปุ่มสีดำสนิทที่สลักคำว่า [B13] บนแผงควบคุมลิฟต์อย่างเด็ดเดี่ยว "ในฐานะสถาปนิกผู้รับผิดชอบโครงการ ผมจะเป็นคนเข้าไปแก้ไขมันเองครับ!" *คลิก!* เสียงกลไกโลหะหนักอึ้งดีดตัวรับคำสั่ง ประตูลิฟต์เหล็กกล้าที่ปิดตายมานานนับทศวรรษค่อยๆ แยกตัวออกจากกันอย่างฝืดเคือง เผยให้เห็นความมืดมิดสนิทที่ไร้ก้นบึ้งภายในตัวลิฟต์ ทว่า ทันทีที่ประตูเปิดออก กลิ่นอับชื้นของดินและสนิมเหล็กก็พวยพุ่งออกมาพร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาหลายร้อยเสียงที่ดังระงมมาจากความมืดเบื้องล่าง *“ยินดีต้อนรับสู่… โครงสร้างส่วนต่อขยายที่ไม่มีวันสิ้นสุด…”* ระบบแจ้งเตือนสีแดงหายวับไป แทนที่ด้วยหน้าจอสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมเสียงระฆังใสราhกังวาน: *[ปลดล็อกทักษะพื้นฐาน: 'สายตาสถาปนิกมองทะลุวิญญาณ' เลเวล 1 สำเร็จ!]* รินทร์ก้าวเท้าเตรียมจะก้าวเข้าไปในความมืดโดยมีอาจารย์ศิรินทร์เดินตามหลังมาติดๆ ทว่า ในวินาทีที่รองเท้าหนังของเขากำลังจะข้ามธรณีประตูลิฟต์ พื้นคอนกรีตด้านหลังพวกเขาก็พังทลายลงกลายเป็นหลุมลึกสีดำสนิท และมือสีขาวซีดไร้เลือดนับสิบข้างก็พุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นดินคว้าข้อเท้าของอาจารย์ศิรินทร์ไว้แน่นในพริบตา! "อาจารย์ครับ!" รินทร์อุทานลั่นด้วยความตกใจ รีบเอื้อมมือไปคว้าแขนเสื้อของเธอไว้ แต่แรงดึงมหาศาลจากเบื้องล่างกลับกระชากร่างของอาจารย์สาวร่วงหล่นลงไปในความมืดมิดอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เสียงสุดท้ายของเธอจะลอยแว่วขึ้นมาทิ้งท้ายท่ามกลางความเงียบงัน... *"จำไว้ให้ดีนะครับคุณรินทร์… คนที่ยืนอยู่ข้างคุณเมื่อกี้… ไม่ใช่อาจารย์ศิรินทร์ตัวจริงตั้งแต่แรกแล้วครับ"* --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจโครงสร้างหลอนนี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างหลอนกับอาจารย์สอนวิชามรณะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%