เส้นหมึกสีดำสนิทบนกระดาษไขแผ่นใหญ่ถูกขีดเขียนลงไปด้วยแรงกดที่หนักหน่วงเกินความจำเป็น ปลายปากกาพล็อตเตอร์หัวเข็ม 0.1 มิลลิเมตรกรีดผ่านผิวสัมผัสเรียบเนียนจนเกิดเสียงเสียดสีเบาๆ ในห้องประชุมใหญ่ที่เงียบเชียบ รินรดาขยับแว่นสายตาไร้กรอบของเธอเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจดจ้องอยู่กับเส้นกริดความหนาแน่นสูงบนหน้าจอแท็บเล็ตสเปกสูงในมือ สลับกับพิมพ์เขียวโครงสร้างอาคารพาณิชย์โบราณอายุกว่าห้าสิบปีที่ถูกกางแผ่หลาอยู่บนโต๊ะประชุมไม้สักทอง
นี่คือโปรเจกต์รีโนเวตคอมเพล็กซ์ใจกลางย่านเก่าแก่ งานชิ้นแรกที่เธอต้องพิสูจน์ฝีมือในฐานะหัวหน้าทีมสถาปนิกหญิงรุ่นใหม่ เพื่อก้าวให้พ้นจากร่มเงาความสำเร็จของบิดาผู้ล่วงลับ—ผู้สร้างชื่อเสียงไว้จนกลายเป็นกำแพงสูงใหญ่ที่คอยกดทับทุกย่างก้าวของเธอ
"เส้นท่อระบายน้ำตรงจุดนี้... คุณคำนวณผิดไปสิบห้ามิลลิเมตรนะคะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเย้าหยวนดังขึ้นจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ธันวา วิศวกรหนุ่มคู่หูในโปรเจกต์นี้ ซึ่งควบตำแหน่ง 'ความปวดหัวอันดับหนึ่ง' ในชีวิตการทำงานของเธอ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ขายาวกางออกเล็กน้อยในท่าทางที่ดูไม่ค่อยสำรวมนักสำหรับสถานที่ราชการหรือห้องประชุมบริษัท ในมือของเขามีกาแฟดำแก้วกระดาษที่ส่งกลิ่นคั่วเข้มคละคลุ้ง
รินรดาตวัดสายตาขึ้นมองเขาทันที ประกายไฟแห่งความไม่พอใจพาดผ่านนัยน์ตาคู่สวย เธอเกลียดความสะินสะอื้นและความไม่เป๊ะเป็นที่สุด "ฉันตรวจสอบด้วยโปรแกรมจำลองแรงดันน้ำสามรอบแล้วค่ะ คุณธันวา ไม่มีทางที่จะคลาดเคลื่อนแม้แต่มิลลิเมตรเดียว... เว้นเสียแต่ว่าคุณจะไม่อ่านสเปกวัสดุที่ฉันอัปเดตเข้าระบบส่วนกลางเมื่อคืน"
ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นนุ่มนวลแต่มันช่างน่าหมั่นไส้ในความรู้สึกของเธอ เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดัง *ปึก* ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งที่เธอนั่งโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อใช้มือเรียวยาวชี้ไปยังจุดตัดของโครงสร้างคานคอนกรีตบนพิมพ์เขียว
"สเปกวัสดุที่คุณอัปเดต... มันคือทฤษฎีในห้องเรียนค่ะ คุณสถาปนิก" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "แต่หน้างานจริง ตึกเก่าอายุครึ่งศตวรรษหลังนี้ ทรุดตัวไม่เท่ากันตามแนวรอยเลื่อนใต้ดิน หินปูนด้านล่างกำลังกัดกร่อนฐานราก ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้ท่อพลาสติกเกรดพรีเมียมตามแบบเป๊ะๆ แรงดันน้ำในฤดูฝนหน้าจะระเบิดข้อต่อท่อชั้นใต้ดินจนพังยับเยิน... หรือว่าคุณไม่เคยลงพื้นที่หน้างานจริงด้วยตัวเองเลยคะ ถึงเอาแต่ก้มหน้ามั่นใจกับเส้นตารางดิจิทัลบนจอพวกนั้น"
คำพูดนั้นจี้ใจดำของรินรดาเข้าอย่างจัง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะงัดอารมณ์เดือดดาลที่กำลังพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ การถูกสบประมาทเรื่องประสบการณ์ภาคสนามคือจุดอ่อนที่สุดของเธอ และเขาก็เลือกเหยียบมันได้อย่างแม่นยำราulfกับติดเรดาร์
รินรดาผุดลุกขึ้นยืนบ้าง ความสูงของเธอเมื่อสวมส้นสูงทำให้ส่วนสูงอยู่ในระดับที่เกือบจะประชิดใบหน้าคมเข้มของเขา ปลายจมูกแทบจะชนกันหากเธอขยับเข้าไปใกล้กว่านี้อีกนิด กลิ่นอายความเป็นชายผสมกับกลิ่นกาแฟจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนเธอต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัว
"ความรู้ทางทฤษฎีและโครงสร้างระบบที่ฉันออกแบบ มีกฎหมายและผลทดสอบทางวิศวกรรมรองรับค่ะ ไม่ใช่การคาดเดาตามสัญชาตญาณดิบๆ แบบที่คุณชอบทำหน้างาน!" รินรดาตอกกลับเสียงแข็ง ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าคุณมีความสามารถพอที่จะอ่านพิมพ์เขียวให้ลึกซึ้งกว่าการมองหาข้อผิดพลาดเพื่อบลัฟคนอื่น คุณจะเห็นว่าฉันเว้นระยะเซฟตี้โซนไว้เผื่อการทรุดตัวสามเซนติเมตรแล้วค่ะ!"
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่เธอมองว่ากวนประสาทที่สุดในสามโลก "สามเซนติเมตร? นั่นมันตัวเลขสำหรับตึกสร้างใหม่นะคะคุณรินรดา แต่ตึกนี้... เมธา กำลังจ้องจะทุบมันทิ้งเพื่อสร้างคอนโดหรูอยู่แล้ว คุณคิดจริงๆ เหรอว่าเขาจะยอมให้เราใช้งบประมาณมหาศาลมาซ่อมแซมฐานรากที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแบบนั้น"
ชื่อของ *เมธา* ถูกโยนเข้ามากลางวงสนทนา ราวกับก้อนหินที่ถูกทิ้งลงบนผิวน้ำนิ่งสนิท แรงกระเพื่อมทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เมธา นักลงทุนอศังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพลและเป็นอดีตหุ้นส่วนใหญ่ของตระกูลเธอ ชายผู้ต้องการทำลายมรดกทางสถาปัตยกรรมชิ้นสุดท้ายที่พ่อของเธอทิ้งไว้ เพื่อแลกกับผลกำไรมหาศาลจากคอนโดมิเนียมไฮไลส์
รินรดากลืนก้อนความขมขื่นลงคอ เธอรู้ดีว่าการร่วมมือกันครั้งนี้ระหว่างเธอกับธันวา เปรียบเสมือนการเดินอยู่บนเส้นด้ายที่ขึงข้ามปากเหว หากพวกเขาพลาดแม้แต่ก้าวเดียว เมธาจะฉีกสัญญานี้ทิ้งและเปลี่ยนประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมย่านนี้ให้กลายเป็นเศษปูนทันที
"ฉันไม่สนใจว่าคุณเมธาจะคิดอะไร" รินรดาเชิดหน้าขึ้น น้ำเสียงของเธอกลับมาควบคุมความเยือกเย็นได้อีกครั้ง แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความโกรธ "หน้าที่ของเราคือรักษาโครงสร้างนี้ไว้ตามเงื่อนไขสัญญา ถ้าคุณไม่อยากทำร่วมกับฉัน ก็ทำเรื่องย้ายตัวซะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป การตัดสินใจทุกอย่างในโปรเจกต์นี้ต้องผ่านฉัน!"
ธันวาไม่โต้เอน เขายังคงยืนนิ่ง จ้องมองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ประกายความสนใจบางอย่างสะท้อนอยู่ในดวงตานั้น ราวกับเขากำลังสนุกกับการได้เห็นลูกแมวพยศแยกเขี้ยวใส่
ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ เสียงสัญญาณเตือนภัยความปลอดภัยระดับสูงจากระบบโครงข่ายอัจฉริยะ (Smart Building System) ที่เชื่อมต่อกับเซนเซอร์รอบตึกโบราณก็ดังขึ้น *ปี๊ป! ปี๊ป! ปี๊ป!* เสียงนั้นแหลมสูงและดุดันผิดปกติ หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะสว่างวาบขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
รินรดาก้มลงมองหน้าจอ หัวใจกระตุกวูบเมื่อระบบแจ้งเตือนข้อความสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมกับข้อความโค้ดลับที่ถูกส่งตรงมาจากเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางของสำนักงานเขต
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของแรงสั่นสะเทือนผิดปกติบริเวณโซน C (ห้องใต้ดินชั้นใต้ดินระดับ -2) — พิกัดตรงกับจุดที่ไม่มีการบันทึกไว้ในพิมพ์เขียวประวัติศาสตร์]*
ธันวาหุบยิ้มทันที แววตาขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นความตื่นตัวระดับสูงสุด เขากวาดสายตามองพิมพ์เขียวบนโต๊ะสลับกับหน้าจอแท็บเล็ตในมือรินรดาอย่างรวดเร็ว
"ดูเหมือนว่า... ตึกนี้จะมีความลับที่เราสองคนยังไม่รู้ซ่อนอยู่" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบเบาๆ แต่ชัดเจนท่ามกลางเสียงเตือนภัยที่ยังคงดังระรัว "และมันไม่ได้อยู่ในพิมพ์เขียวที่คุณมั่นนักหนาหรอกนะ... คุณสถาปนิก"
รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความเย่อหยิ่งทิฐิที่มีเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยใคร่รู้ที่พุ่งสูงจนทะดเพดาน เธอหยิบหมวกนิรภัยสีขาวบนเก้าอี้ขึ้นมาสวมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหยิบไฟฉายแรงสูงคู่ใจ "ถ้าอย่างนั้นก็ลงไปดูกันค่ะ ว่าใต้เท้าของเรา... มันมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแผ่นแรกนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
— น้ำผึ้งหยดแรก
สถาปนิกสาวกับเงาสะท้อนที่ไม่อาจหลบเร้น•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวที่ไร้รอยต่อ
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับเงาสะท้อนที่ไม่อาจหลบเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
