กลิ่นคาวสนิมของแท่งชอล์กเวทมนตร์และเสียงฝนที่กำลังซัดสาดเข้ากับกระจกสีสเตนดลาสของหอประชุมใหญ่ คือดนตรีประกอบที่เซรีนเกลียดชังที่สุดในรอบปี
"ถ้าความเข้าใจเวทมนตร์ของเธอมีค่าเท่ากับเศษเสี้ยวของความมั่นใจบนใบหน้า ป่านนี้อาณาจักรคงไม่ต้องล่มสลายไปสามรอบแล้วล่ะนะ... คุณเซรีน"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราطใบมีดโกนของศาสตราจารย์ไอริส ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของเหล่านักเรียนปีสอง เธอไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสารบนโต๊ะยาวไม้โอ๊ก ปลายนิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำหมุนปากกาขนนกไปมาช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
เซรีนยืนอยู่เบื้องหน้าวงแหวนเวทมนตร์ขนาดใหญ่ที่ถูกสลักลงบนพื้นหินอ่อน รัศมีสีฟ้าอ่อนของมันกำลังกะพริบถี่อย่างไม่เสถียร สะท้อนภาพเด็กหนุ่มผมสีดำยุ่งเหยิงในชุดเครื่องแบบนักเรียนที่หลุดลุ่ยเล็กน้อย นัยน์ตาสีเทาเข้มของเขาไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย มีเพียงร่องรอยของการคำนวณอย่างเงียบเชียบ
"ศาสตราจารย์ครับ" เซรีนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่แพ้กัน รอยยิ้มมุมปากที่มักจะกวนประสาทผู้ฟังถูกยกขึ้นเล็กน้อย "ปัญหาไม่ใช่ความมั่นใจของผมหรอกครับ แต่มันคือสมการการกระจายตัวของมานาในรัศมีสามเมตรนี้ต่างหาก... พวกคุณตั้งค่าตัวแปร $\alpha$ ผิดพลาดมาตั้งแต่แรกเริ่มแล้วต่างหากล่ะครับ"
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากกลุ่มนักเรียนที่นั่งชมการทดสอบอยู่บนอัฒจันทร์ หลายคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตกใจ ไม่มีใครในโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้กล้าทฤษฎีบทของสถาบัน ต่อหน้า 'ไอริส เวนเดอร์ส' ผู้คุมกฎและอดีตจอมเวทหลวงผู้ไร้พ่าย หญิงสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและไร้ความปรานี
ไอริสหยุดหมุนปากกาในมือทันที
เงาจากปีกหมวกปีกกว้างทอดลงมาบังดวงตาคู่สวยที่ซ่อนความเย็นชาเอาไว้ เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงระหงภายใต้เสื้อคลุมยาวสีเทาเข้มทำให้บรรยากาศในห้องประชุมดูแคบลงไปถนัดตา
"เธอว่าอย่างไรนะ...?" ไอริสทวนคำ เสียงของเธอลดต่ำลงจนน่ากลัว ก้าวเท้าลงจากแท่นพิธีทีละน้อย เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินดังก้องกังวาน ราวกับนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบของเซรีน
"ผมบอกว่า..." เซรีนไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขายกแท่งชอล์กในมือขึ้นชี้ไปยังจุดตัดของวงแหวนเวทมนตร์บนพื้น "ถ้าเรามองเวทมนตร์เป็นแค่พลังงานที่ต้องพึ่งพาอารมณ์และความศรัทธา มันก็จะไม่มีวันเสถียรหรอกครับ แต่ถ้าเราแปลงโครงสร้างของมันให้อยู่ในรูปของแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์... ทุกอย่างมันก็จะแก้ได้ด้วยบรรทัดเดียว"
สิ้นคำพูดของเซรีน เขาก้มลงใช้ชอล์กในมือลากเส้นเพิ่มเติมลงบนวงแหวนเวทมนตร์อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เส้นสายสีฟ้าที่เคยกระพริบปั่นป่วนกลับนิ่งสนิทลงทันที ราวกับสายน้ำที่ถูกเขื่อนกั้นให้อยู่ในร่องรอยอันสมบูรณ์แบบ ตัวเลขและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ถูกเขียนซ้อนทับลงบนอักขระโบราณอย่างน่าพิศวง
ไอริสชะงักฝีเท้าลง ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่ความตกตะลึงฉายชัดในแววตาของเธอ ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาดังเดิม
"นี่มัน... อะไรกัน?" เสียงของเธอลดความเย่อหยิ่งลงไปครึ่งส่วน
"สมการเวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องครับ" เซรีนหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ให้ พร้อมกับเคาะปลายชอล์กเบาๆ ลงบนจุดศูนย์กลางของวงแหวน "เร็วกว่า ทรงพลังกว่า และที่สำคัญ... ใช้พลังงานมานาน้อยกว่าวิธีมาตรฐานของอาจารย์ถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์"
*ตูม—!*
สิ้นเสียงของเซรีน วงแหวนเวทมนตร์ระเบิดแสงสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานหอประชุม สะเก็ดประกายไฟเวทมนตร์แตกกระจายออกเป็นละอองดาวร่วงหล่นลงมาอย่างงดงาม ราวกับการแสดงดอกไม้ไฟในค่ำคืนแห่งเทศกาล ท่ามกลางความตกตะลึงอ้าปากค้างของทุกคนในห้อง
เซรีนยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางแสงสว่างนั้น ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ แววตาของเขาจับจ้องไปยังใบหน้าของอาจารย์สาวที่กำลังยืนนิ่งสนิท ห่างออกไปเพียงแค่เอื้อมมือ
ไอริสไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ เธอมองดูร่องรอยสมการคณิตศาสตร์ที่แปลกประหลาดแต่สมบูรณ์แบบบนพื้นหิน มือภายใต้ถุงมือหนังกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ความทรงจำบางอย่างจากอดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ลึกที่สุดกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาด้วยเด็กหนุ่มผู้ไม่อยู่ในร่องในรอยคนนี้
บรรยากาศในห้องเงียบสงบลงจนได้ยินแม้แต่เสียงฝนตกกระทบกระจกด้านนอก
"เก่งมาก... คุณเซรีน" ไอริสสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติ แม้ว่าหัวใจของเธอจะเต้นผิดจังหวะไปแล้วก็ตาม เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเด็กหนุ่มจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นหมึกเวทมนตร์ลอยเข้าจมูก "แต่จำเอาไว้ว่า... โลกของเวทมนตร์ไม่ได้มีความเมตตาต่อคนที่ฉลาดเฉลียวเกินไปนักหรอกนะ"
เซรีนสบตากับเธออย่างไม่เกรงกลัว มุมปากยังคงมีรอยยิ้มจางๆ "ขอบคุณสำหรับคำเตือนครับศาสตราจารย์ แต่ผมคิดว่า... ผมชอบความท้าทายมากกว่าคำสอนเดิมๆ เสียอีก"
ในจังหวะที่เซรีนกำลังจะหันหลังเดินกลับเข้าแถว เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมมืดของเพดานหอประชุม—จุดที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีสิ่งมีชีวิตใดๆ หลบซ่อนอยู่
*"ช่างเป็นทฤษฎีที่น่าสนใจเสียจริง... เจ้าหนู มนุษย์ผู้บังคับบัญชาตัวเลข"*
เซรีนชะงักกึก ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ความรู้สึกหนתเหน็บราวกับถูกความตายลูบไล้หลังคอแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง เช่นเดียวกับไอริสที่ใบหน้าเปลี่ยนสีไปในทันที เธอกระชากดาบเวทมนตร์ออกจากฝักข้างเอวอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ พร้อมๆ กับที่เงาดำมหึมาขนาดยักษ์ค่อยๆ กางปีกออกปกคลุมท้องฟ้าจำลองเหนือเพดานหอประชุม ดวงตาสสีแดงฉานคู่หนึ่งลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิด พร้อมกับเสียงหัวเราะก้องกังวานที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากแรกไปพร้อมกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนต่อไปนะครับ
ทฤษฎีเวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์ผู้คุมกฎจอมเฮี้ยบ•ตอนที่ 1
กฎของเวทมนตร์เริ่มต้นที่ตัวเลข
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทฤษฎีเวทมนตร์ฉบับเด็กหลังห้องกับอาจารย์ผู้คุมกฎจอมเฮี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
