ย้อนเวลาไปเป็นยอดกุนซือ ในยุคที่ต้องแย่งชิงความมั่งคั่งด้วยมือเปล่า•ตอนที่ 1

หวนคืนสู่ภพในคราบคนแปลกหน้า

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอายของยาต้มสมุนไพรขมปร่าและกลิ่นอับชื้นของกระดาษสาเก่าเก็บ ยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายประสาทสัมผัส ราวกับว่าห้วงเวลาแห่งการประหารด้วยผ้าแพรขาวเมื่อยามราตรีที่ตำหนักในยังไม่จางหาย ซูเหม่ยหลินกะพริบตาช้าๆ เพื่อขับไล่ภาพความทรงจำอันเลือดเย็นเหล่านั้นออกไป ทว่าสิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่คานไม้แกะสลักลายหงส์อันวิจิตรตระการตา หรือม่านมุ้งไหมแพรปักดิ้นทองคำ หากแต่เป็นผนังปูนฉาบหยาบสีตุ่นๆ ที่มีรอยกะเทาะจนเห็นอิฐมอญด้านใน และปฏิทินกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าแก่ที่แขวนเอียงกระנטอน บอกศักราช ค.ศ. 1980 อย่างชัดเจน "ตื่นเสียทีนะ นังเด็กคนนี้ นอนอืดเป็นปลาเค็มตากแห้งอยู่ได้ ทางคอมมูนเขาประกาศเรียกประชุมเรื่องโควต้าแรงงานแล้ว หากแกยังนอนโอ้เอ้อยู่แบบนี้ พี่สะใภ้คงต้องไปแบกรับภาระแทนแกอีกตามเคย!" เสียงแหลมสูงตวัดบาดหูของ ‘ป้าสะใภ้เฉิน’ ดังแว่วมาจากห้องโถงด้านนอก พร้อมกับเสียงกระแทกกระทั้นของถังน้ำสังกะสีที่ถูกวางลงบนพื้นอย่างจงใจ สัญชาตญาณอันเฉียบคมของอดีตกุนซือหญิงผู้เคยผ่านสมรภูมิการเมืองในราชสำนักมาอย่างโชกโชน ทำ1ให้ซูเหม่ยหลินไม่แสดงอาการตื่นตระหนกออกมาแม้แต่น้อย นางเพียงแต่นอนนิ่ง ทอดสายตาพิจารณาสภาพแวดล้อมรอบกายอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว นิ้วเรียวสวยที่เคยตวัดพู่กันวางแผนยุทธศาสตร์พลิกแผ่นดิน บัดนี้กลับผอมแห้งและมีรอยด้านหนาจากการจับจามบำเหน็จแรงงานในทุ่งนา เนื้อผ้าฝ้ายหยาบสีเทาทึบที่สวมอยู่ให้สัมผัสสากระด้างจนผิวเนื้อระคายเคือง ช่างแตกต่างจากชุดผ้าไหมปักลายเมฆาและหยกมันแพะที่นางเคยครอบครองราวฟ้ากับเหว กระนั้น รอยยิ้มเยาะหยันก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของสرิปัญญาเลิศล้ำ *สวรรค์ช่างเล่นตลกนัก... ให้ข้าต้องตายด้วยยาพิษจากราชโองการปลอม แต่กลับส่งดวงวิญญาณมาอยู่ในร่างของหญิงสาวชาวนาผู้สิ้นไร้ไม้ตอกในยุคสมัยที่ผู้คนกำลังแย่งชิงเศษเสี้ยวความมั่งคั่งด้วยมือเปล่าเช่นนี้* ซูเหม่ยหลินยันกายลุกขึ้นช้าๆ ท่าทางและการเคลื่อนไหวของนางเปี่ยมด้วยความสง่างามเยือกเย็น แม้จะอยู่ในชุดคนงานเก่าคร่ำคร่า แต่งτραงค์และแววตาดุดั่งพญาหงส์คุกคามทำให้ผู้ที่พบเห็นต้องรู้สึกเกรงกลัวโดยไร้เหตุผล นางก้าวเท้าลงจากเตียงไม้กระดานแข็งๆ เดินไปหยุดอยู่หน้ากระจกเงาบานเล็กที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่น ร่างสะท้อนในกระจกเป็นหญิงสาววัยสิบเก้าปี ใบหน้าซีดเซียวตอบรับกับโหนกแก้มที่เด่นชัด ดวงตากลมโตคู่คมกริบฉายแววฉลาดเฉลียวและดุดัน เป็นดวงตาคู่เดียวกับซูเหม่ยหลินผู้เคยเหยียบย่ำขุนนางนับร้อยให้สยบแทบเท้า "เหมยหลิน! แกหูหนวกหรืออย่างไร ข้าเรียกไม่ได้ยินรึ!" เสียงฝีเท้าหนักๆ ใกล้เข้ามาพร้อมกับประตูห้องที่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ป้าสะใภ้เฉินก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง มือท้าวสะเอวเตรียมพ่นคำด่าทอชุดใหญ่ ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมกริบที่หันกลับมามองนิ่งๆ คำพูดทั้งหมดก็พลันติดอยู่ที่ลำคอ ร่างท้วมสะジุ้งเฮือกโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านจากสันหลังวาบขึ้นสู่ท้ายทอย ราวกับนางไม่ได้กำลังยืนอยู่หน้าหลานสาวผู้อ่อนแอ หากแต่กำลังเผชิญหน้ากับนายอำเภอผู้มีอำนาจชี้เป็นชี้ตาย "ป้าสะใภ้..." ซูเหม่ยหลินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าก้องกังวานและทรงอำนาจโดยธรรมชาติ "ท่านเสียงดังเกินไปแล้ว รบกวนเวลาพักผ่อนของข้า" "แก... แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับข้า!" ป้าสะใภ้เฉินละลล้าละลัอกด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยวที่ถูกเด็กที่เคยตบตีได้ง่ายดายย้อนศร "อย่าลืมนะว่าถ้าไม่มีข้าวต้มบ้านเรา แกคงอดตายไปนานแล้ว! วันนี้ทางการเปิดให้ลงทะเบียนสัมปทานร้านค้าสหกรณ์และโควต้าผ้าฝ้ายล็อตแรก แกต้องรีบไปแย่งชิงมาก่อนที่พวกตระกูลเฉินฝั่งโน้นจะฮุบไปหมด!" คำว่า "ตระกูลเฉิน" ทำให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ในความทรงจำของร่างนี้ ‘เฉินเฟย’ บุตรชายของคหบดีใหญ่ประจำตำบลผู้ฉ้อฉล คือคนที่คอยตามรังควานและบีบคั้นครอบครัวนี้ให้อยู่ในภาวะยากลำบากมาโดยตลอด เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมทุกวิถีทางในการกว้านซื้อที่ดินและโควต้าการค้า เพื่อผูกขาดเศรษฐกิจในท้องถิ่นแห่งนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว *คิดจะใช้เล่ห์กลตื้นเขินเช่นนี้ครอบครองความมั่งคั่งงั้นหรือ... ช่างน่าขันสิ้นดี* ซูเหม่ยหลินยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ แววตาฉายประกายแห่งความกระหายในชัยชนะ เกมกระดานนี้ไม่ใช่ราชสำนักที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายโลหิต แต่เป็นโลกธุรกิจยุค 1980 ที่ใช้เงินตราและมันสมองเป็นอาวุธ และนาง—อดีตกุนซือผู้พลิกแผ่นดิน—พร้อมแล้วที่จะเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ทั้งหมด ในจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็กร่อนดังขึ้นสามครั้งจากหน้าบ้าน น้ำเสียงทุ้มต่ำและเยียบเย็นของบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยแทรกขึ้นผ่านความเงียบ "ขอถาม... นี่คือบ้านของสหายซูเหม่ยหลินใช่หรือไม่? ทางสำนักงานเขตมีเรื่องต้องแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับการโอนสิทธิ์ที่ดินแปลงพิเศษ" ป้าสะใภ้เฉินสะดุ้งสุดตัว รีบหันไปมองนอกหน้าต่างด้วยความตื่นตระหนก ทว่าซูเหม่ยหลินกลับนิ่งสงบ นางจัดสาบเสื้อผ้าฝ้ายหยาบของตนเองให้เรียบร้อยอย่างพิถีพิถัน ราวกับกำลังจะก้าวออกไปรับพระราชโองการจากฮ่องเต้ ก่อนที่นางจะก้าวเท้าพ้นธรณีประตู สายตากลับเหลือบไปเห็นจดหมายลับฉบับหนึ่งที่ถูกสอดไว้ใต้ช่องลมหน้าต่าง กระดาษแผ่นนั้นมีตราประทับลับของตระกูลหลี่—ตระกูลนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในภาคเหนือที่เพิ่งล่มสลายไปเมื่อสิบปีก่อน และบัดนี้ ทายาทผู้รอดชีวิตกำลังก้าวเข้าสู่เกมนี้เช่นกัน ซูเหม่ยหลินหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาเปิดอ่านด้วยมือข้างหนึ่ง นัยน์ตาสีรัตติกาลหรี่แคบลงเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวอักษรลายมือหวัดลึกที่เขียนไว้สั้นๆ แต่ทิ่มแทงหัวใจ *[เกมเริ่มต้นแล้ว ระวังตัวจากเงาที่อยู่เบื้องหลังเฉินเฟย... จากคนคุ้นเคย]* ขอบคุณที่ร่วมเดินทางข้ามเวลาและร่วมไขว่คว้าอำนาจไปกับส้มหวานมิติลับนะคะ!
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปเป็นยอดกุนซือ ในยุคที่ต้องแย่งชิงความมั่งคั่งด้วยมือเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%