ภัณฑารักษ์สาวกับศิลปินนอกรีตในคืนสีเลือด•ตอนที่ 1

รอยสีบนผืนผ้าใบแห่งความจองหอง

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นหอมฉุนของน้ำมันสนและสีอะคริลิกราคาแพงที่ลอยคลุ้งอยู่ในความมืด คือหลักฐานชิ้นแรกที่บอกให้นลินรู้ว่า... คืนนี้เธอกำลังเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกที่ไม่ได้รับเชิญ รองเท้าส้นสูงคู่โปรดหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าประตูห้องจัดแสดงนิทรรศการหลัก ปลายเล็บที่เคลือบด้วยยาทาเล็บสีแดงเข้มจิกเข้าหากันแน่นจนเนื้อเล็บแทบจะปริร้าว นลินไม่จำเป็นต้องเปิดไฟเพื่อสำรวจความเสียหาย เธอก็สัมผัสได้ถึงความอัปยศอดสูที่ถูกละเลงลงบนผืนผ้าใบแคนวาสขนาดใหญ่ ผลงานชิ้นเอกที่เธอใช้เวลาคัดสรรและจัดวางอย่างพิถีพิถันเพื่อเปิดงานนิทรรศการเดี่ยวในวันพรุ่งนี้ บัดนี้ถูกพ่นทับด้วยสเปรย์สีแดงฉานเป็นรูปกากบาทขนาดมหึมา ลายเส้นหยาบกระด้างและทรงพลังนั้นตะโกนก้องถึงความเย่อหยิ่งของผู้สร้างสรรค์ และมีเพียงคนเดียวเท่านั้นในเมืองนี้ที่มีฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์และนิสัยสันดานดิบเถื่อนเช่นนี้ "คิดจะทำลายงานของฉันเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจอะไรอีก พาย?" เสียงหวานนุ่มทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้นในความมืด นลินไม่ได้ตื่นตระหนก เธอเพียงแค่เอื้อมมือไปกดสวิทซ์ไฟที่ข้างผนังอย่างใจเย็น แสงไฟสีขาวนวลจากหลอดฮาโลเจนสาดส่องลงมาอาบไล้บรรยากาศภายในห้องให้สว่างวาบขึ้นในทันที และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของภัณฑารักษ์สาวสะดุดกึก ร่างเพรียวบางของหญิงสาวในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำเซอร์ๆ กำลังยืนไขว่ห้างอยู่บนบันไดอลูมิเนียม มือข้างหนึ่งถือกระป๋องสเปรย์สีดำสนิท ดวงตากลมโตคมกริบราวกับแมวป่าหันกลับมามองผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความท้าทาย พายไม่ได้มีท่าทีสะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด เธอกลับค่อยๆ ถอดถุงมือยางออกช้าๆ โยนมันลงบนพื้นอย่างไร้ความยำเกรง "มาเร็วกว่าที่คิดนี่ นลิน... นึกว่าจะมัวแต่ตรวจเช็คความเรียบร้อยของดอกไม้ประดับงานจนลืมดูหัวใจตัวเองซะอีก" เสียงห้าวเจือความกวนประสาทเอ่ยขึ้น พายก้าวลงจากบันไดด้วยท่าทางยียวน ชวนให้คนมองรู้สึกคันไม้คันมืออยากจะเข้าไปคว้าไม้เรียวมาฟาดสักทีสองที นลินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The Muscle นัยน์ตาคู่สวยคมกริบกวาดมองร่องรอยความเสียหายบนผืนผ้าใบสลับกับใบหน้าที่เปื้อนคราบสีของคนตรงหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีผู้ดี "คุณนี่มัน... ไร้การศึกษา ไร้กาลเทศะ และไร้ซึ่งจิตสำนึกสิ้นดี!" นลินก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ความห่างระหว่างพวกเธอเหลือเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นสีของพายลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้ความรู้สึกต่อต้านพุ่งพล่าน "นี่คือแกลเลอรีระดับท็อปของประเทศ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นให้เด็กมีปัญหาอย่างคุณมาพ่นสีระบายอารมณ์ระยำพวกนี้!" พายเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาไหววับด้วยความสนุกสนานยามที่ได้เห็นภัณฑารักษ์ผู้แสนจะเจ้าระเบียบและเย่อหยิ่งคนนี้สติแตก ศิลปินสาวก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อพิงสะโพกเข้ากับขอบโต๊ะทำงานของนลิน ท่าทางสบายๆ นั้นช่างขัดแย้งกับสถานการณ์ตึงเครียดลิบลับ "ระยำเหรอ? ฉันว่างานนี้น่ะมันซื่อตรงกว่าภาพวาดน่าเบื่อพวกนี้ตั้งเยอะ" พายใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะที่คางของตัวเองทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะก้มลงมองหน้าคนที่ตัวเตี้ยกว่านิดหน่อยด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ "ภาพพวกนั้นมันหลอกลวง นลิน... เหมือนกับรอยยิ้มการค้าที่คุณใช้ต้อนรับแขกไฮโซนั่นแหละ จอมปลอมสิ้นดี" "หุบปากนะ!" นลินตวาดลั่น มือเรียวผลักเข้าที่อกของคนตรงหน้าอย่างแรงด้วยความเหลืออด แต่พายกลับไม่มีทีท่าว่าจะสะเทือน แถมยังฉวยโอกาสคว้าข้อมือนิ่มเอาไว้ได้ทัน รวบมันไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดายแล้วดึงร่างบางเข้าไปชิดจนแผ่นอกแนบชิดกัน ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าทำให้หัวใจของนลินกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความรู้สึกแปลกประหลาดที่ร้อนรุ่มและอันตรายยิ่งกว่า "ปล่อยนะ พาย!" นลินพยายามดึงมือกลับ แต่แรงบีบกระชับที่ข้อมือนั้นมั่นคงราวกับคีมเหล็ก พายโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของภัณฑารักษ์สาวจนเธอต้องเม้มปากแน่นด้วยความประหม่า "ถ้าฉันไม่ปล่อย... คุณจะทำไมล่ะ นลิน? จะฟ้องตำรวจ? หรือจะจูบปากฉันเพื่อหยุดความบ้าคลั่งนี้ดีล่ะ?" คำพูดจาจาบจ้วงและสายตาพราวระยับที่มองมาทำให้นลินโกรธจนหน้าดำคร่ำเครียด เธอนับหนึ่งถึงสิบในใจเพื่อดึงสติที่กำลังกระเจิงกลับคืนมา นลินเงยหน้าขึ้น สบตากับคนกวนประสาทตรงๆ พยายามซ่อนความสั่นไหวในแววตาไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความหยิ่งทะนง "คุณคิดว่าตัวเองเท่มากสินะ ที่ทำตัวเป็นศิลปินนอกรีตเหยียบย่ำกฎเกณฑ์ของคนอื่น?" นลินเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "แต่ความจริงแล้ว คุณก็แค่เด็กมีปัญหาที่เรียกร้องความสนใจ กลัวว่าฝีมือห่วยๆ ของตัวเองจะไม่มีใครเหลียวแลต่างหากล่ะ!" เพล้ง! ประโยคเชือดเฉือนนั้นราวกับลูกดอกที่ปักเข้ากลางเป้า รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าของพายแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง ข้อมือที่จับไว้กระชับแน่นขึ้นจนนลินต้องนิหน้าด้วยความเจ็บ บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ที่ดังสะท้อนก้อง พายจ้องมองริมฝีปากที่เอาแต่ต่อปากต่อคำไม่ยอมหยุดด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ ศิลปินสาวโน้มใบหน้าลงต่ำอีกนิด ริมฝีปากหยักสวยเฉียดผ่านแก้มเนียนนุ่มไปกระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ "ปากเก่งแบบนี้... น่าลองจูบให้ร้องไห้คาอกดูสักทีเหมือนกันนะ นลิน" นลินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล เธอกำลังจะอ้าปากด่ากราดกลับไปเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ทว่า... แกร๊ก! เสียงปลดล็อกประตูกระจกบานใหญ่ด้านหน้าแกลเลอรีดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟสว่างวาบที่ลอดผ่านเข้ามาตามด้วยเสียงรองเท้าส้นสูงและเสียงพูดคุยของใครบางคน "นลินจ๊ะ อยู่ข้างในหรือเปล่า? ฉันแวะเอาเอกสารสำคัญมาให้... อุ๊ย!" เสียงแหลมสูงของรินรดา ทายาทแกลเลอรีคู่แข่งตัวฉกาจดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ พร้อมกับร่างระหงที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องจัดแสดง ก่อนที่ดวงตาคู่โฉบเฉี่ยวของเธอจะเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อเห็นภาพภัณฑารักษ์สาวผู้แสนเย่อหยิ่งกำลังถูกศิลปินสตรีทอาร์ตตัวแสบต้อนจนมุม แนบชิดติดขอบโต๊ะในท่าทางที่ล่อแหลมเกินกว่าจะจินตนาการ ขอบคุณที่ติดตามผลงานของบลัดดี้แมรี่นะคะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์สาวกับศิลปินนอกรีตในคืนสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%