เสียงถีบประตูไม้เก่าจนบานพับหลุดร่วงลงพื้นฝุ่นตลบ ไม่ได้ทำให้หลินอันสะดุ้งแม้แต่น้อย เธอยังคงใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบเขม่าบนเตาไฟดินเหนียวอย่างใจเย็น ราวกับเสียงดังโครมครามเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านหน้าต่าง
"นังตัวดี! ใครอนุญาตให้แกเหยียบเข้ามาในบ้านหลังนี้!"
เสียงแหลมปรี๊ดของ "ป้าสะใภ้หวัง" แผดลั่นจนนกบนหลังคากระพือปีกหนี หวังชุนฮวาในชุดผ้าฝ้ายสีหม่นเดินจ้ำอ้าวเข้ามา มือเท้าสะเอว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวราวกับเห็นโจรปล้นบ้าน ด้านหลังมีลุงใหญ่วัยกลางคนเดินตามมาด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตากวาดมองสภาพบ้านที่ทรุดโทรมแต่กลับถูกทำความสะอาดจนดูเป็นระเบียบผิดหูผิดตาด้วยแววตาระแวง
หลินอันวางผ้าในมือลงอย่างเชื่องช้า เธอปัดฝุ่นตามชายเสื้อเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นญาติผู้ใหญ่ด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือเกรงใจอย่างที่เคยเป็นในอดีต
"บ้านหลังนี้เป็นมรดกที่ท่านพ่อทิ้งไว้ให้ฉัน ก่อนท่านจะสิ้นใจโฉนดที่ดินระบุชัดเจนว่าเป็นชื่อของหลินอันคนนี้ ป้าสะใภ้... ท่านมีสิทธิ์อะไรมาตะโกนโวยวายในบ้านของคนอื่นครับ... อ้อ หรือว่าสมองเริ่มเสื่อมจนลืมกฎหมายบ้านเมืองไปแล้ว?"
คำพูดที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่นิ่มนวล กลับเชือดเฉือนจนหวังชุนฮวาหน้าชาวาบ นางอ้าปากพะงาบๆ ชี้หน้าหลินอันด้วยความแค้นเคือง
"ปะ... ปากเก่งนักนะนังเด็กนี่! พ่อแม่แกตายไปตั้งแต่แกยังไม่ทันโต ถ้าไม่ได้พวกฉันคอยหยิบยื่นข้าวสารกรอกหม้อ ป่านนี้แกคงเป็นผีเฝ้าข้างถนนไปนานแล้ว! บ้านหลังนี้ปล่อยทิ้งร้างมาหลายปี พวกฉันเข้ามาดูแลรักษา ซ่อมแซมหลังคา ถือเป็นค่าตอบแทนมันก็สมเหตุสมผลแล้ว! แกไม่มีสิทธิ์มาไล่!"
หลินอันหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่แฝงความเย้ยหยันไว้อย่างไม่ปิดบัง เธอเดินเข้าไปใกล้ป้าสะใภ้ทีละก้าว แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างเพรียวบางทำให้หวังชุนฮวาต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"ดูแลรักษา? ซ่อมแซม?" หลินอันทวนคำพลางกวาดสายตามองไปรอบห้องหลัก เสาไม้ผุกร่อน ผนังดินแตกระแหง ฝุ่นหนาเตอะจนหนาเป็นนิ้ว "นี่หรือครับที่เรียกว่าดูแลรักษา? ตลอดสามปีที่ฉันไปทำงานในเมืองเพื่อส่งเงินมาให้พวกท่านใช้หนี้แทนพี่ใหญ่ บ้านหลังนี้ถูกปล่อยให้กลายเป็นคอกหมู ไร้การเหลียวแล แถมข้าวของเครื่องใช้ในบ้านที่ท่านพ่อสะสมไว้... เกรงว่าคงจะถูกพวกท่านขนไปขายจนหมดเกลี้ยง เพื่อเอาเงินไปส่งเสียลูกชายคนโปรดสอบจอหงส์ในเมืองหลวงแล้วกระมัง?"
"แก!... นังสารเลว กล้าดียังไงมาใส่ร้ายพวกเรา!" ลุงใหญ่ทนฟังต่อไปไม่ไหว ก้าวเข้าเงื้อมมือหมายจะตบสั่งสอนเด็กเหลือขอที่บังiอาจมาลบหลู่เกียรติของผู้นำตระกูล
ทว่า... มือหนาหยาบกร้านคู่หนึ่งกลับคว้าข้อมือของลุงใหญ่ไว้กลางอากาศได้อย่างแม่นยำ ราวกับคีมเหล็กที่หลอมด้วยความร้อน แรงบีบมหาศาลทำให้ลุงใหญ่ต้องร้องโอดครวญออกมาด้วยความเจ็บปวด
"การลงมือทำร้ายผู้หญิง... ดูท่าทางท่านลุงใหญ่คงจะลืมไปแล้วกระมังครับว่า กฎหมายทหารในยุคนี้ ห้ามการใช้ความรุนแรงในครัวเรือนและชุมชนอย่างไรบ้าง"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านประตูบ้านที่พังทลายขับให้ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเขียวเข้มของนายทหารดูโดดเด่นและน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคายสันกรามคมชัด ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีวาดมองผู้มาเยือนทั้งสองด้วยความเย็นชา จางหย่งปรายตามองลุงใหญ่ก่อนจะสะบัดมือออกอย่างไร้เยื่อใย จนลุงใหญ่เซถลาไปชนชั้นวางของล้มระเนระนาด
หวังชุนฮวาลนลานเข้าไปประคองสามี ปากก็ร้องโวยวายเสียงหลง "พวกแก... พวกแกมันคู่ผัวตัวเมียนอกคอก! พาคนนอกมารังแกญาติผู้ใหญ่ ทหารรังแกประชาชน ชาวบ้านจ๋า ช่วยด้วย! คนตระกูลหลินรังแกคนแก่..."
"หยุดแหกปากเสียทีครับ ป้าสะใภ้"
หลินอันเอ่ยแทรกขึ้นมา น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นและเด็ดขาด เธอหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อคลุม กางออกให้ทั้งสองคนได้เห็นลายเซ็นและตราประทับสีแดงฉานอย่างชัดเจน
"นี่คือโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองกรรมสิทธิ์ตัวจริง ที่ฉันเพิ่งไปคัดมาจากสำนักงานที่ดินอำเภอเมื่อเช้าวันนี้ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป พื้นที่สามไร่ตรงนี้ รวมถึงแปลงนาข้าวบาร์เลย์ด้านหลัง กลับมาเป็นของฉันอย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย หากพวกท่านยังไม่อยากข้อหาบุกรุกและลักทรัพย์สินส่วนบุคคลเข้าไปนอนซังเตในคุกมืดละก็... เชิญไสกหัวออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้ครับ!"
บรรยากาศภายในบ้านตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ หวังชุนฮวาหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นตราประทับราชการชัดเจน นางรู้ดีว่าหากเรื่องถึงทางการ ตนเองและสามีต่างหากที่จะซวยเพราะแอบลักลอบตัดไม้และขายของในบ้านนี้ไปหลายชิ้น
ลุงใหญ่กัดฟันกรอดด้วยความแค้น ข้อมูลที่ได้มาบอกว่านังนี่เป็นแค่เด็กสาวหัวอ่อนในเมืองหลวง เหตุใดจึงกลายเป็นคนเขี้ยวลากดินและมีนายทหารหนุ่มยศสูงมาหนุนหลังได้เล่า?
"ดี! นังหลินอัน แกเก่งมาก จำคำวันนี้ไว้ให้ดี!" ลุงใหญ่ชี้หน้าคาดโทษด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะฉุดกระชากภรรยาให้เดินหนีออกจากบ้านไปอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่เริ่มมามุงดูเหตุการณ์
เมื่อร่างของสองสามีภรรยาหายลับไปจากรั้วบ้าน หลินอันจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ ความตึงเครียดในอากาศจางหายไป เหลือเพียงกลิ่นอายฝุ่นดินและกลิ่นหอมจางๆ ของธรรมชาติรอบตัว
เธอกลับหลังหันเพื่อจะกล่าวขอบคุณชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนนิ่งเป็นเสาหินอยู่ด้านข้าง ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่มองมาด้วยประกายระยิบระยับเต็มไปด้วยความชื่นชมและเอ็นดู หลินอันก็พลانรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มขึ้นมาเสียอย่างนั้น
"มองอะไรเล่าครับ? หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือ" หลินอันเอ่ยถามแก้เขิน พลางเบือนหน้าหนีไปทางเตาไฟ
จางหย่งอมยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เขาก้าวเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวหญิงสาว ร่างสูงก้มลงกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนใจสั่น
"เปล่าครับ... แค่คิดว่า... ภรรยาของผมนี่... ทั้งฉลาด ทั้งแสบสัน และน่ารักเสียจน... ผมเกรงว่าทหารในค่ายคงต้องอิจฉาผมจนตายแน่ๆ"
หลินอันค้อนใส่ชายหนุ่มวงใหญ่ ทว่าริมฝีปากกลับระบายยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ บรรยากาศความกดดันเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและผ่อนคลายอย่างรวดเร็ว
"ถ้ามัวแต่พูดจาหวานเลี่ยน ระวังจะไม่มีแรงช่วยฉันซ่อมแซมห้องครัวนะครับ จางหย่ง... เย็นนี้ฉันตั้งใจจะทำเมนูเด็ดต้อนรับการกลับบ้านของเราเสียหน่อย"
จางหย่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายวาววับเมื่อได้ยินคำว่า "เมนูเด็ด" จากปากภรรยาคนสวยผู้มีฝีมือทำอาหารเป็นเลิศ
หลินอันหมุนตัวเดินไปเปิดกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ เธอหยิบขวดโหลแก้วบรรจุ "หัวเชื้อน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนสูตรลับ" ออกมาจากมิติลับในห้วงจิตสำนึก ทันทีที่ฝาขวดถูกเปิดออก กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศ สมุนไพรตุ๋นเคี่ยวจนเข้มข้น และความหอมหวานละมุนของกระดูกหมูเคี่ยวไฟอ่อนๆ ก็ระเบิดออกทันที!
กลิ่นหอมเย้ายวนใจอันเป็นเอกลักษณ์พวยพุ่งทะลุผ่านหน้าต่างที่พังทลาย ลอยละลิ่วไปตามสายลมยามเย็น กระจายตัวปกคลุมไปทั่วทั้งหุบเขาไร้ชื่ออย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิต
ชาวบ้านที่กำลังเดินกลับบ้านต่างต้องหยุดเดิน สูตรดกลิ่นหอมลึกลับที่ลอยมาตามลมด้วยความงุนงงและน้ำลายสอ
ในขณะเดียวกัน ที่ชายป่าท้ายหมู่บ้าน ร่างของชายแปลกหน้าผู้หนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ซึ่งเพิ่งก้าวเท้าลงมาจากรถจี๊ปทหารรุ่นหายาก ชะงักกึกทันทีเมื่อสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าไป ดวงตาภายใต้ปีกหมวกสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับเสียงพึมพำเบาๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปาก
"กลิ่นนี้... หรือว่านางจะกลับมาจริงๆ..."
-(โปรดติดตามตอนต่อไป)-
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนหุบเขาไร้ชื่อแห่งนี้ด้วยกันนะครับ
แม่ครัวสายฟาร์มกับนายทหารผู้คลั่งรักในทุ่งข้าวบาร์เลย์•ตอนที่ 1
หวนคืนสู่หุบเขาไร้ชื่อ
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวสายฟาร์มกับนายทหารผู้คลั่งรักในทุ่งข้าวบาร์เลย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
