สถาปนิกหน้านิ่งกับโปรดิวเซอร์มือทอง•ตอนที่ 1

รอยร้าวบนพิมพ์เขียว

ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
พิมพ์เขียวแผ่นนั้นไม่ได้ผิดพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว... แต่คนเซ็นชื่อต่างหากที่กำลังบิดเบือนความจริง เสียงกระดาษร่างแบบสถาปัตยกรรมราคาแพงถูกขยำทิ้งลงถังขยะในมุมห้องทำงานส่วนตัวอย่างไร้เยื่อใย แรงกระแทกของปลายนิ้วที่ขยำมันบ่งบอกถึงความอัดอั้นที่สะสมมานานนับปี คิมหันต์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ากระจกใสบานใหญ่ของตึกระฟ้าใจกลางเมือง แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทดูแข็งกร้าวและโดดเดี่ยวไม่ต่างจากรูปทรงเรขาคณิตที่เขาร่างขึ้นมา โลกทั้งใบของเขาถูกจำกัดด้วยเส้นบรรทัด มุมฉาก และความสมบูรณ์แบบที่ไม่อนุญาตให้ความผิดพลาดใดๆ เข้ามาแทรกแซง—โดยเฉพาะความผิดพลาดที่ชื่อว่า 'มนุษย์' "คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ คุณคิมหันต์" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเย้าหยวนดังขึ้นจากมุมมืดของห้องรับรองแขก ธิรดา ก้าวออกมาจากเงาสลัว ร่างโปร่งในชุดสูทตัดเย็บประณีตเข้ารูปทว่าปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างไร้ระเบียบ ดวงตาคมปลาวาฬคู่นั้นกวาดมองผลงานโมเดลสถาปัตยกรรมบนโต๊ะทำงานด้วยความชื่นชมระคนเย้ยหยัน คิมหันต์ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขาแค่นเสียงลอดไรฟัน "ผมปฏิเสธโปรเจกต์นี้ไปแล้ว เมื่อสามวันก่อน และคำตอบของผมก็ยังเหมือนเดิม... ผมไม่รับงานร่วมกับโปรดิวเซอร์ที่ทำงานโดยใช้แค่อารมณ์ความรู้สึกเหนือเหตุผล" "อุ๊ย แรงจังนะครับ" ธิรดาหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ห่างจากแผ่นหลังของสถาปนิกหนุ่มเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความดาร์กเบอร์รีโชยแตะจมูก คิมหันต์ขบกรามแน่น สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากร่างของอีกฝ่าย "แต่เสียดายจังนะฃรับ ที่บอร์ดบริหารไม่ได้คิดแบบคุณ... พวกเขาเซ็นสัญญาอนุมัติงบพันล้านไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีเงื่อนไขเดียว คือตึกสตูดิโอเพลงแห่งนี้ ต้องออกแบบโดย 'คิมหันต์' คนนี้เท่านั้น" คิมหันต์หมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบสีนิลฉายแววเกรี้ยวกราดอย่างปิดไม่มิด สันจมูกโด่งเป็นสันคมยามที่เขาขบกรามจนกล้ามเนื้อกรามกระตุก "คุณเล่นตลกอะไรกับผู้บริหาร ธิรดา?" "ผมไม่ได้เล่นตลกครับ ผมทำธุรกิจ" ธิรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งของคิมหันต์ "คุณเกลียดผม ใช่ไหมล่ะครับ? เกลียดความระยำที่เพื่อนร่วมงานเก่าของคุณทำไว้ จนพาลเกลียดคนทั้งวงการบันเทิงไปด้วย... แต่เชื่อเถอะว่า โปรเจกต์นี้แหละ ที่จะบังคับให้คุณต้องก้มหน้าก้มตาทำงานร่วมกับผม จนกว่าตึกนี้จะสร้างเสร็จ" "ผมลาออกได้" คิมหันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีด "ลองดูสิครับ" ธิรดาก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด จนคิมหันต์ต้องเป็นฝ่ายถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานโดยไม่รู้ตัว ปลายจั๊กจี้ของความอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วผิวหนัง "ถ้าคุณลาออกตอนนี้ บริษัทสถาปนิกของคุณที่กำลังจะล้มละลาย จะถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายสี่ร้อยล้านบาท... และคนที่อยู่เบื้องหลังการฟ้องร้องนั้น ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนห่างไกลหรอกครับ... กรวีร์ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของคุณไงล่ะ" ชื่อนั้น... ทำเอาบรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงราวกับติดลบ คิมหันต์เบิก Tตาค้างเล็กน้อย ความทรงจำสีเลือดเมื่อสามปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว สมุดบันทึกแบบแปลนที่ถูกขโมยไป สัญญาที่ถูกสับเปลี่ยน และคำว่า 'เพื่อน' ที่กรวีร์ใช้เป็นมีดแทงข้างหลังจนเขาแทบกระอักเลือด ธิรดามองปฏิกิริยานั้นด้วยความพอใจ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะปกเสื้อเชิ้ตของคิมหันต์เบาๆ ราวกับจะปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นออกให้ ทว่าจังหวะการสัมผัสนั้นจงใจยืดเยื้อและท้าทาย "จำรสชาติของการถูกหักหลังได้ดีใช่ไหมครับ?" ธิรนากระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของสถาปนิกหนุ่ม ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนคิมหันต์ต้องเอียงหน้าหนีด้วยความสะท้าน "ดังนั้น... เลิกทำตัวเป็นเด็กอมมือแล้วยอมรับความจริงเถอะครับ คุณคิมหันต์ คุณไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเซ็นสัญญาฉบับนี้ แล้วมาเป็นทาสรับใช้บนโต๊ะออกแบบร่วมกับผม" คิมหันต์จับข้อมือเรียวของธิรดากดลงข้างลำตัวอย่างแรง แรงบีบที่ข้อมือนั้นมากพอจะทำให้ผิวเนื้อขาวเนียนขึ้นรอยแดง ทว่าธิรดากลับไม่แสดงอาการเจ็บปวดเลยสักนิด มีเพียงรอยยิ้มเย้ยหยันที่ระบายอยู่บนริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ "อย่ามาล้ำเส้นผม ธิรดา" คิมหันต์เค้นเสียงคำรามต่ำในลำคอ นัยน์ตาคู่นั้นลุกโชนด้วยไฟโทสะที่ถูกกดทับไว้ "คุณคิดว่าคุณคุมเกมอยู่คนเดียวเหรอ?" "ผมไม่ได้คิดว่าผมคุมเกมครับ..." ธิรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความท้าทายอันตราย "แต่ผมมั่นใจว่า... คุณเกลียดผมไม่ลงหรอก เมื่อเราเริ่มลงมือ 'สร้าง' มันขึ้นมาจริงๆ" ในวินาทีที่คิมหันต์กำลังจะตอกกลับด้วยคำพูดเชือดเฉือนเพื่อตัดรอนความเย่อหยิ่งของโปรดิวเซอร์หนุ่ม ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของเลขานุการสาววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบซีดเผือด มือถือซองเอกสารสีน้ำตาลยับยู่ยี่สั่นเทาน้อยๆ ยื่นมาตรงหน้าคิมหันต์ "คะ...คุณคิมหันต์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" เลขานุการละล่ำละลัก "มีคนส่งพัสดุตีตราด่วนพิเศษมาหน้าล็อบบี้... ระบุชื่อผู้รับเป็นคุณโดยตรง และ... และบอกว่ามันเกี่ยวข้องกับคดีของบริษัทคุณเมื่อสามปีก่อนค่ะ" คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่น ละสายตาจากธิรดาที่หุบยิ้มลงทันที เขารับซองเอกสารนั้นมาด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ปลายนิ้วแกร่งฉีกผนึกซองออกอย่างไม่รอช้า เอกสารแผ่นแรกถูกดึงออกมา ดวงตาคมกริบกวาดมองข้อความบนกระดาษเพียงปราดเดียว ก่อนที่เลือดในกายจะเย็นเฉียบลงฉับพลัน ลมหายใจสะดุดกكَค้างกลางคอเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นที่สอง— ภาพถ่ายใบเสร็จโอนเงินย้อนหลังเมื่อสามปีก่อน... ที่ระบุชื่อผู้รับปลายทางคือ 'กรวีร์' และชื่อผู้โอนเงินก้อนโตหลักล้านบาท... ...ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็นชื่อของ 'ธิรดา' ที่ยืนอยู่ข้างกายเขาในตอนนี้เอง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงดราม่าเชือดเฉือนอารมณ์นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับโปรดิวเซอร์มือทอง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%