เซฟเฮาส์เบเกอรี่กับสามีดีเด่นสายแบก•ตอนที่ 1

ถูกไล่ออกจากกองมรดก

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
ลายเซ็นของรินรดาถูกกดลงบนกระดาษแผ่นสุดท้ายด้วยแรงที่มากพอจะทำให้ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงหักคามือ หากไม่ใช่เพราะความอดกลั้นที่สะสมมานานแรมปี ป่านนี้เอกสารสละสิทธิ์มรดกฉบับนี้คงลอยเคคว้างอยู่กลางอากาศ พร้อมกับเศษหน้าของคนตระกูลวรโชติที่นั่งล้อมวงละเลียดกาแฟกันอย่างสำราญใจในห้องรับแขก “เซ็นเสร็จเสียทีนะรินรดา อย่าทำหน้าเหมือนพวกเราไปปล้นใครเลย สภาพร้านเบเกอรี่ของคุณในตอนนี้ ต่อให้ดึงดันยื้อยุดต่อไป ก็มีแต่จะพาพนักงานทั้งร้านลงเหว ล้มละลายจนต้องไปกราบขอทานข้างถนนเปล่าๆ” เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ ‘กิ่งกาญจน์’ ดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักในลำคอ นางกวาดสายตามองกระดาษในมือด้วยแววตาพึงพอใจราวกับเสือได้เนื้อชิ้นโต รอยยิ้มบนใบหน้าของญาติผู้ใหญ่แต่ละคนช่างน่าสะอิดสะเอียนจนรินรดาอยากจะคว้าถาดอบร้อนๆ มากระแทกใส่หน้าพวกเขาสักทีสองทีให้สาสม นี่คือผลลัพธ์ของการไว้ใจคนในสายเลือดเดียวกัน หลังจากที่บิดามารดาของเธอจากไปอย่างกะทันหัน ทิ้งมรดกชิ้นสุดท้ายเป็นร้านเบเกอรี่เก่าแก่ใจกลางเมืองและที่ดินผืนงามไว้ให้ ญาติฝั่งพ่อที่เกาะแกะคอยสูบเลือดสูบเนื้อมาตลอดก็ร่วมมือกันวางแผนฮุบกิจการ พวกเขาปล่อยข่าวลือเสียๆ หายๆ ตัดสินใจปล่อยกู้ดอกเบี้ยมหาศาลโดยใช้ชื่อเธอค้ำประกัน จนกระทั่งวันนี้... วันที่เธอถูกบีบให้จนมุมด้วยหนี้สินที่ไม่ได้ก่อ พร้อมกับข้อเสนอจอมปลอมที่ว่า ‘สละสิทธิ์มรดกทั้งหมด แล้วตระกูลจะช่วยปลดภาระให้ครึ่งหนึ่ง’ ครึ่งหนึ่งบบ้าอะไรล่ะ! พวกมันแค่ต้องการฮุบตึกและสูบเงินก้อนสุดท้ายไปเสวยสุขกันต่างหาก รินรดาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สายตาคู่คมที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เธอมองหน้าญาติผู้พี่และป้าสะใภ้ทีละคนอย่างจดจำ ท่วงท่าการนั่งไขว่ห้างและการเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยไม่ได้ดูน่าสมเพชเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม รัศมีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับทำให้คนกลุ่มนั้นชะงักไปชั่วขณะ “เชิญเอาไปให้Jสะใจเถอะค่ะ ป้ากิ่งกาญจน์” รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่ทรงพลังจนทุกคนในห้องเงียบกริบ “ตึกเก่าๆ กับหนี้เน่าๆ ที่พวกท่านพยายามยัดเยียดให้ฉัน... จากนี้ไป มันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฉันอีกแล้ว สัญญาฉบับนี้ถือเป็นอันสิ้นสุด เราตัดขาดกันตรงนี้” “เธออย่ามาทำปากดีนะยัยรินรดา! คิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าพูดจาแบบนี้ใส่ผู้ใหญ่!” ลูกพี่ลูกน้องชายหนุ่มที่นั่งเงียบมานานตบโต๊ะเสียงดังลั่น “ผู้ใหญ่ที่จ้องแต่จะเอาเปรียบหลานตัวเองในวันที่ตกอับน่ะเหรอคะ? ฉันเรียกว่า ‘โจรในคราบญาติ’ ต่างหากล่ะ” รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หยิบกระเป๋าถือคู่ใจขึ้นมาสะพาย เธอกวาดสายตามองรอบห้องด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก “จำคำของฉันไว้นะคะ สมบัติที่พวกท่านแย่งไปจากฉันวันนี้ วันหน้าต่อให้คุกเข่ากราบกรานขอร้องให้ฉันกลับมาช่วยกู้กิจการ ฉันก็ไม่มีวันเหยียบกลับเข้ามาในตระกูลวรโชติอีกเด็ดขาด!” สิ้นคำพูดนั้น รินรดาก็หันหลังเดินออกจากบ้านหลังใหญ่ทันที ท่ามกลางเสียงโวยวายด้วยความโกรธเกรี้ยวไล่หลังมาของป้าสะใภ้ที่ดังแว่วๆ แต่เธอไม่แม้แต่จะชายตามองกลับไป ลมหนาวพัดปะทะใบหน้าทันทีที่ก้าวพ้นประตูรั้ว รินรดากลั้นหายใจเฮือกใหญ่เพื่อขับไล่ความอึดอัดทั้งหมดทิ้งไป แม้ภายนอกเธอจะดูเข้มแข็งและเด็ดขาดเพียงใด แต่ภายในอกข้างซ้ายกลับปวดหนึบไม่น้อย การถูกหักหลังโดยคนสายเลือดเดียวกันมันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกมีดกรีดเสียอีก แต่เธอก็รู้ดีว่าน้ำตาไม่มีค่าพอจะเสียให้คนพวกนั้น ในมือของเธอตอนนี้เหลือเพียงกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบ เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินรกร้างผืนสุดท้ายที่อยู่ปลายแถวชนบทห่างไกลความเจริญ ซึ่งพวกตระกูลวรโชติเมินหน้าหนีและยกให้เธอมาแบบปัดสิม ‘ที่ดินตาบอด’ ที่ไม่มีแม้แต่น้ำหรือไฟฟ้าเข้าถึง เต็มไปด้วยวัชพืชและดินแห้งแล้ง แต่ใครจะรู้เล่าว่า... ภายใต้ความวิกฤตินั้น รินรดากลับมีความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ เสียง ‘ติ๊ง!’ แผ่วเบาดังก้องขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตาของเธอเพียงคนเดียว—ระบบ ‘มิติฟาร์มเบเกอรี่มหัศจรรย์’ ที่เธอเพิ่งปลุกมันขึ้นมาได้เมื่อคืนก่อน! มิติลับที่อุดมไปด้วยดินอุดมสมบูรณ์ เมล็ดพันธุ์พืชวิเศษ เตาอบในตำนาน และวัตถุดิบชั้นเลิศจากต่างโลก ที่พร้อมจะเนรมิตทุกความฝันให้กลายเป็นจริง ขอแค่เธอมีความกล้าพอที่จะเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ เมื่อรถโดยสารประจำทางสายชนบทจอดเทียบท่า รินรดาก้าวขึ้นรถด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น ไม่มีตึกใจกลางเมือง ไม่มีเงินก้อนโต แต่เธอยังมีสองมือ สมอง และความรู้ด้านการทำเบเกอรี่และการค้าขายที่สั่งสมมาทั้งชีวิต ตระกูลวรโชติอาจคิดว่าพวกเขาเป็นผู้ชนะที่ขับไล่เธอออกมาอย่างไร้ที่ซ่อน แต่พวกเขากำลังจะรู้ว่า... การปล่อยเสือกลับเข้าป่านั้นคือความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต การเดินทางกินเวลาหลายชั่วโมงจนกระทั่งแสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ รินรดาก้าวลงจากรถในหมู่บ้านเล็กๆ ที่รายล้อมด้วยผืนป่าและภูเขาอากาศบริสุทธิ์ ที่ดินรกร้างของเธอนั้นตั้งอยู่ลึกเข้าไปในเขตตีนเขา สภาพรอบด้านเงียบสงบจนน่าใจหาย กระท่อมไม้เก่าๆ หลังคาผุพังคือสิ่งเดียวที่รอต้อนรับเธอในยามนี้ รินรดากลืนน้ำลายลงคอเล็กน้อยเมื่อยืนอยู่หน้าประตูบ้านที่ผุพัง เธอวางกระเป๋าเดินทางลง กำลังจะเอื้อมมือไปผลักประตูป้องกันความหนาวเย็นยามค่ำคืน แต่จังหวะนั้นเอง... กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้ผสมผสานกับความหอมหวานคาราเมลอันล้ำลึก ก็โชยทะลุออกมาจากรอยแตกของประตูไม้เก่าๆ นั้น ทั้งๆที่ไม่มีใครอาศัยอยู่มานานนับสิบปี! และก่อนที่เธอจะได้ทันตั้งตัว มือหนาอันอบอุ่นของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิร์ตพับแขนและกางเกงทำงานลุยสวน ก็เปิดประตูผางออกมา พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยทักทายด้วยแววตาพราวระยับ “มาช้าเสียจริงนะครับ... ภรรยาของผม” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุนเบเกอรี่มิติต่างโลกมาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์เบเกอรี่กับสามีดีเด่นสายแบก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%