พนักงานบัญชีสายดิ่งกับอาจารย์สาวผู้อ่านความตาย•ตอนที่ 9

ความจริงในเอกสารเก่า

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
"ถ้าเอกสารชุดนี้ถูกต้องตามกฎหมายการเงินจริง ตึกนี้คงไม่ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนของความตายมานานถึงสามสิบปีหรอกครับ คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำของศิลากล่าวลอดผ่านความเงียบงันของห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าผสมผสานกับกลิ่นอ਼สของสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวกำลังพลิกกระดาษไขแผ่นบางที่เริ่มกรอบเหลืองตามกาลเวลาอย่างระมัดระวัง แสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนแปลนอาคารชุดเดิม ซึ่งมีรอยหมึกสีแดงวงทับจุดที่ถูกลบเลือนด้วยน้ำยาลบคำผิดชนิดหนาเตอะ—ร่องรอยของการปกปิดที่หยาบคายแต่ทรงประสิทธิภาพในอดีต รินรดาในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเข้มยืนกอดอกพิงชั้นเหล็กสูงชะลูด ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องแผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธอยกมือขึ้นดันกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เพื่อพิจารณาตัวเลขชุดย่อยที่ถูกจดบันทึกด้วยลายมือหวัดๆ ไว้ที่มุมกระดาษ "คุณกำลังบอกว่า งบประมาณการก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2537 มีส่วนต่างหายไปกว่าสี่สิบเปอร์เซ็นต์โดยไม่มีชื่อผู้รับเหมาช่วงรองรับอย่างนั้นหรือคะ... เอ่อ หมายถึง อย่างนั้นหรือครับ" รินรดาเกือบเผลอหลุดสำนวนติดปาก แต่ด้วยความคุ้นเคยกับบรรยากาศการทำงานร่วมกับสุภาพบุรุษหนุ่มอย่างศิลา เธอจึงรีบปรับสรรพนามและน้ำเสียงให้ราบเรียบตามสไตล์ที่เขากำหนด "ไม่ใช่แค่สี่สิบเปอร์เซ็นต์ครับ" ศิลาหันกลับมาสบตา เธอสังเกตเห็นประกายระยิบระยับในดวงตาคู่คมนั้น—ประกายของนักวิเคราะห์ผู้พบเบาะแสชิ้นสำคัญ "แต่เงินจำนวนนั้นถูกโยกย้ายผ่านบัญชีพักหนี้ของบริษัทในเครือที่ถูกยุบเลิกไปในเวลาไล่เลี่ยกัน แปลนตึกที่คุณถืออยู่กับแปลนที่ยื่นขออนุญาตจากเขตไม่ตรงกันครับ... ตึกนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มีแค่ชั้นใต้ดินชั้นเดียว แต่มันมี 'โครงสร้างซ้อนทับ' ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปิดตายบางสิ่งบางอย่างตั้งแต่เริ่มลงเสาเข็มแล้ว" คำว่า 'โครงสร้างซ้อนทับ' ทำให้บรรยากาศในห้องเอกสารแคบๆ แห่งนี้หนาทึบขึ้นมาทันตาเห็น อุณห็ภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจของทั้งคู่กลายเป็นไอสีขาวจางๆ ในอากาศ รินรดากวาดสายตามองไปตามชั้นเอกสารที่ตั้งเรียงรายราวกับป่าเหล็กทึบ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อตระหนักได้ว่า กุญแจที่เธอกำลังถือครองอยู่ ไม่ใช่แค่กุญแจที่ใช้เปิดประตูมิติระหว่างคนเป็นกับคนตายทั่วไป แต่มันคือรหัสผ่านที่ถูกฝังไว้ในระบบบัญชีเพื่อปิดปากพนักงานกลุ่มแรกที่ล่วงรู้ความจริงเมื่อสามสิบปีก่อน "ถ้าโครงสร้างนั้นมีอยู่จริง..." รินรดากล่าวเสียงแผ่วเบา พร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้เก่าๆ ที่ศิลานั่งอยู่ "แปลว่าวิศวกรผู้ควบคุมงานในยุคนั้นไม่ได้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเครนถล่มตามข่าวที่ถูกตีแผ่ในหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อปี 2537 สินะครับ" "ถูกต้องครับ" ศิลาตอบรับอย่างรวดเร็ว ราวกับเขากำลังรอให้เธอเชื่อมโยงจุดนี้เข้าด้วยกันพอดี เขาดึงสมุดบัญชีเล่มสีน้ำเงินเข้มที่ปกหนังแท้เริ่มเปื่อยยุ่ยออกมาจากแฟ้มคดีเก่า เล่มบัญชีที่บันทึกรายจ่ายจิปาถะ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการซื้อปูนซีเมนต์พิเศษและสารเคมีป้องกันการกัดกร่อนจำนวนมหาศาล "นี่คือสมุดบัญชีต้นฉบับที่รอดพ้นจากการถูกทำลายเพราะมันถูกซ่อนไว้หลังช่องลมของห้องน้ำชั้นใต้ดิน... ชั้นที่เป็นรอยต่อระหว่างลิฟต์แก้วที่เราใช้ลงมากับพื้นที่ที่ระบบระบุว่าเป็น 'พื้นที่สูญหาย'" ในฐานะนักบัญชี ศิลาไม่ได้มองเห็นแค่ตัวเลขและจำนวนเงิน แต่วิสัยทัศน์เฉพาะตัวของเขาทำให้ตัวเลขเหล่านั้นแปลสภาพเป็น 'พิกัดทางกายภาพ' ตัวเลขยอดเงินที่โอนเข้าออกในแต่ละวันสะท้อนถึงปริมาณวัสดุก่อสร้าง แรงงาน และระยะเวลาที่ใช้ในการสร้างห้องลับใต้ดินแห่งนั้น การคำนวณของเขาแม่นยำรา과เครื่องจักรกลชั้นยอด ไม่มีข้อผิดพลาด และไม่มีที่ว่างให้ความงมงายใดๆ เข้ามาแทรกแซง—แม้ว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวพวกเขาในตอนนี้จะเต็มไปด้วยเสียงกระซิบประหลาดที่ดังมาจากเพดานก็ตาม *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะสามครั้งดังขึ้นจากด้านหลังผนังปูนเปลือย ห่างจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ไม่ถึงสองเมตร มันไม่ใช่เสียงลมพัดผ่านท่อระบายอากาศ แต่เป็นเสียงเคาะที่จงใจเว้นจังหวะ—หนึ่ง สอง สาม... สัญญาณรหัสที่ศิลาคุ้นเคยจากเอกสารการเบิกจ่ายงบประมาณลับเมื่อสามสิบปีก่อน: รหัสประจำตัวของหัวหน้าทีมวิศวกรผู้ล่วงลับ ศิลาไม่แม้แต่จะสะดุ้งตกใจ เขาเพียงแค่ค่อยๆ วางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะ จัดเรียงเอกสารแต่ละแผ่นเข้าแฟ้มอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยความนิ่งสงบผิดมนุคมนา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์สาวที่กำลังถือแท่งโลหะโบราณไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "ดูเหมือนว่าเจ้าของบัญชีตัวจริงเขาจะมาร่วมตรวจสอบความถูกต้องของงบประมาณชุดนี้ด้วยตัวเองแล้วนะครับ คุณรินรดา" ศิรากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพราบเรียบ แววตาไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความกระหายใคร่รู้แบบนักสืบผู้พบเบาะแสชิ้นใหญ่ที่สุดในชีวิต รินรดากัดริมฝีปากเล็กน้อย เธอยกแท่งโลหะในมือขึ้นรับกับแสงไฟจากโคมไฟ เกิดประกายแสงสีฟ้าจางๆ วาบขึ้นรอบตัว เป็นสัญญาณเตือนว่าเขตแดนระหว่างโลกทั้งสองใบกำลังถูกบีบอัดให้แคบลงเรื่อยๆ "ถ้าเขาต้องการให้เราตรวจสอบบัญชีนี้ให้เสร็จสิ้น... เราก็คงต้องเปิดหน้าสุดท้ายของงบการเงินนี้ให้เขาดูสินะครับ" รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนมุมปากของศิลา เขาหยิบกระดาษแผ่นสุดท้ายขึ้นมา—แผ่นกระดาษที่มีลายเซ็นอนุมัติเบิกจ่ายงบประมาณก้อนสุดท้ายเมื่อสามสิบปีก่อน ลายเซ็นที่ระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์คนสุดท้าย ก่อนที่ตึกสำนักงานแห่งนี้จะถูกสร้างครอบทับลงไปทั้งเป็น ทันใดนั้น ผนังปูนด้านหลังชั้นเอกสารก็เริ่มปริแตกออก เสียงเหล็กเส้นภายในโครงสร้างส่งเสียงคำรามลั่นราวกับกระดูกที่กำลังหักสะบั้น ฝุ่นละอองและเศษปูนร่วงหล่นลงมาเป็นทางยาว ท่ามกลางความมืดมิดที่แผ่ขยายเข้ามาจากรอยแยกนั้น เงาร่างสูงใหญ่โปร่งแสงนับสิบชีวิตค่อยๆ ก้าวล่วงผ่านกำแพงปูนออกมาอย่างเชื่องช้า ดวงตาทุกคู่จับจ้องมาที่โต๊ะทำงานของศิลา และที่น่ากลัวที่สุดคือ... บนหน้าอกของเงาร่างตรงกลาง มีป้ายชื่อพนักงานบริษัทที่สลักชื่อเดียวกับศิลาไม่มีผิดเพี้ยน! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานบัญชีสายดิ่งกับอาจารย์สาวผู้อ่านความตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%