เสียงตบแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะประชุมกระจกใสเสียงดังสนั่น จนแก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงบนโต๊ะถึงกับกระกระเด็นน้ำกาแฟสีเข้มกระฉอกออกมาเล็กน้อย รินรดาไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอยืนหลังตรงสง่างามในชุดสูทเข้ารูปสีเบจ ผมยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตเผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวเกินร้อย ท่ามกลางสายตานับสิบที่มองมาด้วยความสมเพชและรอสมน้ำหน้าจากเหตุการณ์ที่ศรุตจงใจปล่อยข้อมูลโปรเจกต์รั่วไหล
“รินรดา! คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่?” เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเยาะหยันของคินน์ดังขึ้น ประธานหนุ่มจอมกวนประสาทเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังชมละครสัตว์ฉากโปรด ใบหน้าคมคายสวมแว่นตากรอบทองที่เขาจงใจใส่เพื่อเพิ่มลุควิชาการ แต่มันกลับยิ่งขับเน้นความกวนเบื้องล่างให้เด่นชัดขึ้นไปอีก “ข้อมูลระดับความลับของบริษัทหลุดไปอยู่กับศรุตได้ แถมคุณยังเสนอแผนงานที่ทางนั้นรู้ทันทุกย่างก้าว... แบบนี้เขาไม่เรียกว่าความผิดพลาดนะรินรดา เขาเรียกว่า ‘ความไร้ความสามารถ’ ต่างหาก”
เสียงซุบซิบในห้องประชุมดังระงับราวกับผึ้งแตกรัง ศรุตที่นั่งยิ้มระรื่นอยู่ฝั่งตรงข้ามยกมุมปากขึ้นอย่างผู้ชนะ เขารู้ดีว่าแผนการที่ร่วมมือกับหนอนกระร่อนภายในสำเร็จลุล่วง และตอนนี้กำลังรอเวลาเห็นคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้เย่อหยิ่งคนนี้คุกเข่าสารภาพความผิด
แต่รินรดาไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก กวาดสายตาคมกริบมองไปยังใบหน้าของทุกคนในห้องทีละคน ก่อนจะหยุดอยู่ที่ดวงตาสีเข้มพราวระยับของคินน์ที่กำลังส่งสายตากวนประสาทกลับมา เธอยกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ทำเอาคินน์ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ เพราะมันไม่ใช่รอยยิ้มของคนจนตรอก แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ถือไพ่เหนือกว่า
“ท่านประธานคะ... ขอบคุณที่เป็นห่วงความรู้สึกของดิฉันนะคะ” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง กังวานชัดเจนไปทั่วห้องประชุม “แต่ก่อนที่คุณคินน์จะรีบด่วนสรุปว่าดิฉันพาบริษัทเดินเข้าถ้ำเสือตามที่ใครบางคนวางแผนไว้... ไม่ทราบว่าคุณได้เปิดอ่านเอกสารหน้าสุดท้ายของแฟ้มที่ดิฉันเพิ่งวางลงไปหรือยังคะ?”
คินน์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาก้มมองแฟ้มเอกสารสีดำสนิทตรงหน้า มือเรียวยาวเอื้อมไปเปิดมันออกด้วยความไม่ใส่ใจนัก แต่ทันทีที่สายตาคมกวาดผ่านข้อความและตัวเลขบนกระดาษแผ่นสุดท้าย รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของเขาก็แข็งค้าง รอยเลือดฝาดบนริมฝีปากดูเหมือนจะจางลงทันตาเห็น
“นี่มัน...” คินน์พึมพำออกมาเบาๆ ดวงตาคมกวาดมองตัวเลขการวิเคราะห์ตลาดและกลยุทธ์การพลิกเกมที่ฉียบคมจนน่ากลัว
“ใช่ค่ะ” รินรดาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะประชุมอีกนิด โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้เขารับรู้ถึงแรงกดดันที่เธอตั้งใจส่งตรงไป “ข้อมูลที่ศรุตได้ไป... เป็นแผนงานเวอร์ชันเก่าที่ดิฉันจงใจปล่อยให้หลุดออกไปต่างหากล่ะคะ เพื่อล่อให้ปลาตัวใหญ่ติดเบ็ด และในขณะเดียวกัน แผนงานจริงที่พรีเมียมกว่า ทุนต่ำกว่า แต่ทำกำไรได้มากกว่าถึงสามร้อยเปอร์เซ็นต์... อยู่ในมือของดิฉันเรียบร้อยแล้วค่ะ”
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เปลี่ยนเป็นเสียงสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง ศรุตหน้าถอดสีทันที เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ชี้หน้าหญิงสาวด้วยมือที่สั่นเทา “เธอ! เธอเล่นตลกอะไร รินรดา นั่นมันข้อมูลที่บริษัทเราลงทุนซื้อมาร่วมสิบล้านนะ!”
“สิบล้านถือว่าราคาถูกมากนะคะสำหรับการซื้อตั๋วเข้าสู่ความพินาศของบริษัทคุณ” แพรวที่นั่งเงียบอยู่นอกวงประชุมมานานเอ่ยแทรกขึ้น พร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานหยดแต่เชือดเฉือนไปให้ศรุต “ต้องขอบคุณคุณศรุตจริงๆ นะคะที่ช่วยเป็นสะพานโอนเงินมาให้เราถึงที่ แถมยังช่วยตบตาคู่แข่งรายอื่นให้อย่างแนบเนียนจนโปรเจกต์นี้กลายเป็นผูกขาดของเราแต่เพียงผู้เดียว... แบบนี้เขาไม่เรียกว่าโง่หรอกค่ะ แต่เรียกว่า ‘ใจบุญสุนทาน’ มากกว่านะคะ”
คินน์เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสาร มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความทึ่งและความระคนประหลาดใจที่ฉายชัดอยู่ในดวงูคู่นั้น เขาไม่เคยคิดเลยว่าคุณหนูผู้เอาแต่ใจในสายตาใครหลายคน จะซ่อนเขี้ยวเล็บที่แหลมคมและสมองอันปราดเปรื่องไว้ภายใต้ภาพลักษณ์ที่อ่อนหวานเช่นนี้
รินรดาหันกลับมาสบตากับคินน์ตรงๆ เธอยกคางขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย “ว่าอย่างไรคะท่านประธาน... แผนงาน ‘ฟาดหน้าหงายด้วยไอเดียพรีเมียม’ ฉบับนี้ พอจะทำให้คุณเลิกดูถูกดิฉัน แล้วตั้งใจฟังการพรีเซนต์งานอย่างจริงจังได้หรือยังคะ?”
ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ทุกสายตาจับจ้องมาที่คินน์เพื่อรอดูท่าทีของซีอีโอหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเด็ดขาดและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร คินน์นิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะค่อยๆ คลี่9ยิ้มออกมา—ไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาทแบบเดิม แต่เป็นรอยยิ้มพึงพอใจที่ลึกล้ำจนรินรดาเผลอใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
“เก่งมาก... คุณหนูรินรดา” คินน์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง “คุณทำให้ผมเซอร์ไพรส์ได้มากกว่าที่คิดไว้เสียอีก สงสัยว่าโปรเจกต์นี้เราคงต้องร่วมงานกัน ‘อย่างใกล้ชิด’ มากขึ้นกว่าเดิมเสียแล้วล่ะครับ”
คำว่า ‘อย่างใกล้ชิด’ ของเขามาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้รินรด้ารู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าขึ้นมาดื้อๆ แต่เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอกกลับอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคินน์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียดในห้อง
คินน์เหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์เพียงแวบเดียว รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็จางหายไปทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ—มันคือเบอร์โทรศัพท์ของบุคคลลึกลับที่เชื่อมโยงกับปมการสูญเสียบริษัทของครอบครัวเขาในอดีต
ชายหนุ่มกดรับสายทันทีโดยไม่ลังเล เปิดสปีกเกอร์โฟนให้ทุกคนในห้องได้ยินเสียงปลายสายที่หัวเราะร่าด้วยความสะใจผ่านความเงียบสงบ
“ใช่ครับท่านประธาน... แต่อย่าเพิ่งใจร้อนดีใจไปกับชัยชนะจอมปลอมนั่นเลยครับ” เสียงแหบพร่าปลายสายเอ่ยลอดออกมา “เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้... ของขวัญชิ้นใหญ่ที่สุดที่ผมเตรียมไว้ต้อนรับคุณหนูรินรดา กำลังจะระเบิดขึ้นที่หน้าบริษัทของคุณแล้วล่ะครับ หึๆ”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและความสะใจในตอนนี้นะคะ!
คุณหนูสายสตรองกับบอสหนุ่มจอมกวนประสาท•ตอนที่ 3
ฟาดหน้าหงายด้วยไอเดียพรีเมียม
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรองกับบอสหนุ่มจอมกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
