ประกายไฟสีส้มอมแดงที่แตกกระเซ็นออกจากทั่งตีเหล็ก สะท้อนลงบนนัยน์ตาคู่คมที่กำลังหรี่มองชิ้นงานโลหะตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ เสียงเหล็กกระทบเหล็กดัง “กว๊าง… กว๊าง…” เป็นจังหวะสม่ำเสมอสะท้อนก้องภายในโรงตีเหล็กส่วนตัวของอาณาจักรเวทมนตร์อาร์เคเดีย บรรยากาศรอบข้างอบอวลไปด้วยความร้อนระอุและกลิ่นอายของแร่ไมธิลที่ถูกเผาจนหลอมละลาย ทว่าความเงียบสงบภายในห้องกลับถูกทำลายลงด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ยืนกอดอกพิงผนังหินอยู่ไม่ไกล
"นายตอกมุมองศานั้นผิดไปสามองศา... เซน"
ศิลาเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาไปจากแผ่นโลหะในมือของเพื่อนร่วมงาน สติปัญญาและความสังเกตอันเฉียบคมของอดีตหัวหน้างานสายเนี๊ยบคนนี้ไม่เคยลดน้อยลงเลย แม้กระทั่งในโลก VRMMO ที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์และระบบโค้ดที่ซับซ้อน ศิลายังคงสามารถวิเคราะห์ทุกการเคลื่อนไหวของเซนได้อย่างแม่นยำราวกับกำลังตรวจสอบรายงานงบประมาณประจำปี
เซนหยุดมือที่ถือค้อนโลหะลงชั่วขณะ ลมหายใจของเขาผ่อนออกมาช้าๆ เพื่อระบายความร้อนและความเหนื่อยล้าจากการตีขึ้นรูปศาสตราวุธระดับสูงมานานหลายชั่วโมง เขายืดตัวตรง เหลתมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่มุมห้องด้วยหางตา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด
"สามองศาที่คุณว่า... ถ้าเป็นช่างตีเหล็กทั่วไปคงมองไม่ออกหรอกครับ ศิลา" เซนวางค้อนลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายตรงๆ "สายตาที่ละเมียดละไมขนาดนี้ แถมยังชอบจับผิดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบไม่ยอมปล่อยผ่าน... ชักจะทำให้ผมสงสัยขึ้นมาจริงๆ แล้วสิครับว่า ในโลกความเป็นจริง คุณทำอาชีพอะไรกันแน่"
คำพูดนั้นไม่ได้เจือด้วยความโกรธเคือง ทว่าแฝงไว้ด้วยความนัยที่ลึกซึ้งและคมคาย เซนจับจ้องปฏิกิริยาของศิลาอย่างเงียบงัน ในโลกเสมือนจริงแห่งนี้ ผู้คนมากมายต่างสวมหน้ากาก ซ่อนตัวตนที่แท้จริงไว้เบื้องหลังอวาตาร์ที่ถูกสร้างขึ้น แต่ทว่า... สัญชาตญาณ ทักษะเฉพาะตัว และวิธีคิดในการแก้ปัญหาของศิลานั้น มันช่างทับซ้อนกับความทรงจำอันเลือนรางของโปรแกรมเมอร์หนุ่มสมัยที่พวกเขายังต้องนั่งปั่นโปรเจกต์ข้ามคืนในออฟฟิศเก่าแห่งนั้นเหลือเกิน
ศิลาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาหลังกรอบแว่นไร้ขอบไหววับอย่างรวดเร็วก่อนจะกลับคืนสู่ความนิ่งสงบ เขายกมือขึ้นดันแว่นตาตามความคุ้นชิน—กิริยาอาการที่ต่อให้แปลงโฉมเป็นนักรบเวทมนตร์เลเวลสูงแค่ไหนก็ไม่อาจลบเลือนความเนี๊ยบแบบพนักงานออฟฟิศสายเคร่งครัดไปได้
"โลกนี้มีคนเก่งตั้งมากมาย เซน นายอย่าเอาบรรทัดฐานแคบๆ มาตัดสินความสามารถคนอื่นเลย" ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พยายามกลบเกลื่อนความไหววับในแววตานั้นด้วยท่าทีเยือกเย็น "อีกอย่าง... เราอยู่ในเกมนะ การที่ฉันสังเกตเห็นจุดอ่อนของงานตีเหล็ก มันก็แค่ผลลัพธ์จากการอ่านค่าสถานะและคู่มือระบบที่ละเอียดถี่ถ้วนเท่านั้นเอง ไม่เห็นจะมีอะไรน่าแปลกใจ"
"งั้นเหรอครับ..." เซนก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นทีละก้าว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินดังสะท้อนก้อง "คู่มือระบบสอนให้คนจับผิดองศาการตีด้วยการมองแค่แวบเดียวได้ด้วยหรือครับ? หรือว่า... มันเป็นความคุ้นเคยของคนที่เคยตรวจทานโค้ดโปรแกรมมานับแสนบรรทัดเหมือนกัน?"
บรรยากาศภายในโรงตีเหล็กพลันตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น ความร้อนจากเตาหลอมด้านหลังดูเหมือนจะกลายเป็นเพียงอากาศธาตุเมื่อเทียบกับความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวของคนทั้งสอง ศิลานิ่งเงียบ ไม่ยอมหลบสายตา ทว่ากล้ามเนื้อบริเวณกรามกลับขยับเล็กน้อยบ่งบอกถึงความลังเลใจและความระแวดระวังที่ถูกกระตุ้นขึ้นมา
ความเงียบงันปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่เซนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ และเปลี่ยนเป็นฝ่ายผ่อนคลายบรรยากาศลงเสียเอง เขารู้ดีว่าการเร่งรัดเอาคำตอบในตอนนี้มีแต่จะสร้างกำแพงกั้นระหว่างกันให้สูงขึ้นไปอีก สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่การบังคับสารภาพ แต่เป็นการค่อยๆ แกะรอยร้าวในอดีตที่พวกเขาทั้งคู่ต่างพยายามกลบฝังมันไว้
"ช่างเถอะครับ... ถ้าคุณยังไม่พร้อมจะพูดตอนนี้ ผมก็ไม่ได้บังคับอะไรหรอกนะ" เซนหันกลับไปหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาซับเหงื่อบนใบหน้า "แต่จำไว้นะครับศิลา ความลับในโลกนี้น่ะ ต่อให้ซ่อนเก่งแค่ไหน วันหนึ่งระบบหรือโชคชะตาก็ต้องเปิดเผยมันออกมาอยู่ดี... เหมือนกับรอยร้าวเล็กๆ ในเนื้อเหล็ก ถ้าไม่ยอมซ่อมแซมตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อรับแรงกระแทกมากๆ เข้า มันก็จะพังทลายลงมาทั้งชิ้น"
ศิลามองแผ่นหลังของเซนที่กำลังเดินไปหยิบวัตถุดิบชิ้นใหม่ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ปมในอดีตเรื่องความไว้วางใจที่เขาเคยสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองจากความผิดหวัง กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรงภายใต้ความจริงใจและความอัจฉริยะของเพื่อนร่วมงานคนนี้ ความรู้สึกระแคะระคายเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของศิลาเช่นกัน... หรือจริงๆ แล้ว เซนเองก็รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาตั้งนานแล้ว?
ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับคืนสู่ความปกติ เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางของเกมก็ดัง “ติ๊ง!”กังวานขึ้นในโสตประสาทของคนทั้งสอง พร้อมกับหน้าต่างสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไร้สัญญาณเตือนล่วงหน้า
[ประกาศจากระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของข้อมูลในเขตแดนชั้นที่ 4 — "เหมืองแร่โบราณอวิ๋นซี"]
[แจ้งเตือนผู้เล่น: สัญญาณชีพของสิ่งมีชีวิตระดับบอสลับ "มังกรเหล็กกล้าโบราณ (Ancient Steel Dragon)" ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นก่อนกำหนด เนื่องจากมีผู้บุกรุกไม่ทราบฝ่ายทำการเจาะเข้าสู่ระบบแกนกลาง]
[ภารกิจฉุกเฉินระดับ SSS: "คำพิพากษาของช่างตีเหล็กผู้ล่วงลับ" ถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ ผู้เล่นเซนและผู้เล่นศิลาถูกกำหนดให้เป็นเป้าหมายในการกวาดล้าง!]
เซนขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองข้อความสีแดงฉานตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนที่สายตาจะตวัดกลับไปมองศิลาที่กำลังมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน และในวินาทีนั้นเอง หน้าจอระบบก็แสดงภาพโฮโลแกรมจำลองเหตุการณ์จริงจากเหมืองแร่... เงาร่างของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าศิลาตีเหล็กโบราณ พร้อมกับถือ "ค้อนโบราณ" หน้าตาคุ้นเคยที่เซนจำได้แม่นยำว่าเป็นของตกทอดประจำตระกูลของเขาเอง!
เซนสูดหายใจเข้าลึก and เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟันด้วยความตกตะลึงระคนสงสัย "นั่นมัน... ค้อนแห่งพันธสัญญาของพ่อผมนี่นา แล้วไอฟอนด์หมอนั่น... เป็นใครกันแน่?"
ตีเหล็กให้คมในโลกเสมือน กับเพื่อนร่วมงานที่อ่านใจไม่ได้•ตอนที่ 8
รอยร้าวในอดีต
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตีเหล็กให้คมในโลกเสมือน กับเพื่อนร่วมงานที่อ่านใจไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!