"เซ็นซะ ริน..."
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเป็นดั่งสรวงสวรรค์สำหรับเธอในอดีต บัดนี้กลับฟังดูเยือกเย็นราวกับมีดโกนที่จ่ออยู่บนผิวเนื้อ คีรินโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้สักขัดเงา แรงกระแทกของมันเบาหวิว แต่กลับหนักอึ้งราวกับภูเขาที่กดทับลงบนทรวงอกของรินรดา
หญิงสาวจ้องมองใบหย่าที่ไร้ลายเซ็นของเขาด้วยแววตาที่สงบนิ่ง ผิดกับพายุที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ในใจ เธอไม่ได้คาดหวังความเมตตาจากชายที่เคยบอกว่าเธอเป็นเพียง 'เครื่องประดับ' ที่เขาหยิบยื่นสถานะให้เพียงเพื่อความเหมาะสมของตระกูล แต่การที่เขายังคงนิ่งเฉยต่อการเรียกร้องอิสรภาพของเธอ มันช่างเป็นความเห็นแก่ตัวที่น่าสมเพชที่สุด
"คุณต้องการอะไรอีกคะ คีริน ในเมื่อคุณก็มีผู้หญิงคนนั้นอยู่ข้างกายมาตลอดสามปีที่ดิฉันหายไป การรั้งคนที่ไม่เหลือใจเอาไว้ มันไม่ได้ทำให้คุณดูสูงส่งขึ้นหรอกนะคะ"
รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบ หากทว่าคมกริบดั่งใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง คีรินกระตุกยิ้มที่มุมปาก แววตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องใบหน้าของอดีตภรรยาอย่างไม่วางตา ราวกับต้องการจะแยกชิ้นส่วนความกล้าหาญที่พอกพูนขึ้นมานั้นให้ออกเป็นเสี่ยงๆ
"เกมนี้ยังไม่จบ ถ้าฉันยังไม่อนุญาตให้จบ" เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์ที่คุ้นเคยทำเอาลมหายใจของรินรดาขัดข้อง เธอถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังปะทะกับผนังห้องสตูดิโอวาดภาพที่เขาจงใจซื้อไว้เพื่อกักขังเธอ
"คุณไม่มีสิทธิ์ตัดสินชีวิตใครทั้งนั้น คีริน เราจบกันตั้งแต่วันที่คุณปล่อยให้ดิฉันเดินออกมาจากคฤหาสน์หลังนั้นพร้อมกับความว่างเปล่า"
"ความว่างเปล่าอย่างนั้นหรือ?" คีรินแค่นหัวเราะ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมฝีปากของเธอ "งั้นอธิบายมาสิ ว่าทำไมถึงมีรอยร้าวที่ปลายพู่กันในรูปวาดพวกนี้... รอยร้าวที่เหมือนกับชีวิตของเราเหลือเกิน"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก เธอไม่ยอมให้เขารู้เด็ดขาดว่า 'ความลับ' ที่เธอปกป้องไว้ด้วยชีวิต ไม่ใช่แค่ภาพวาดเหล่านี้ แต่มันคือ 'เลือดเนื้อเชื้อไข' ที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในบ้านพักชายทะเลที่เขาไม่มีวันหาเจอ
"มันเป็นแค่ศิลปะค่ะ... งานศิลปะที่สื่อถึงความตายของความรู้สึก" เธอตอบ ก่อนจะอาศัยจังหวะที่เขาชะงักผลักร่างสูงใหญ่ให้พ้นทาง แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง
คืนนั้น... ณ บ้านไม้หลังเล็กที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอทะเล รินรดากอดร่างเล็กๆ ของ 'น้องรินทร์' ลูกชายวัยสองขวบไว้แนบแน่น ดวงตากลมโตที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อราวกับพิมพ์เขียว ทำให้หัวใจของคนเป็นแม่เจ็บแปลบทุกครั้งที่มอง
"แม่ครับ... ทำไมคืนนี้แม่ถึงร้องไห้?" เสียงเล็กๆ ของเด็กน้อยเอ่ยถาม พร้อมกับมือป้อมๆ ที่เอื้อมมาเช็ดน้ำตาให้มารดา
รินรดาหัวใจแทบสลาย เธอจูบลงบนหน้าผากเนียนละเอียดของลูกรัก "แม่ไม่ได้ร้องไห้ค่ะคนดี แม่แค่กำลังตัดสินใจ... ตัดสินใจว่าจะพาหนูไปให้ไกลจากโลกที่โหดร้ายใบนี้"
เธอหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง มือที่สั่นเทาเริ่มจรดลงบนผ้าใบ รอยร้าวที่เธอวาดไม่ใช่แค่เทคนิค แต่คือการประกาศอิสรภาพ เธอตัดสินใจแล้ว ว่าในวันพรุ่งนี้ จะไม่มีผู้หญิงที่ชื่อรินรดาอยู่ในเมืองนี้อีกต่อไป เธอจะทิ้งทุกอย่าง ทิ้งอดีต และทิ้งรอยแผลที่เขาทิ้งไว้ให้
ทว่า... ในขณะที่เธอกำลังจัดกระเป๋า เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างหนักหน่วงในยามวิกาล รินรดาใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอรีบอุ้มลูกชายไปซ่อนในตู้เสื้อผ้าไม้โอ๊คเก่าๆ ก่อนจะค่อยๆ แง้มประตูออกดู
ภาพที่เห็นทำเอาลมหายใจของเธอหยุดกึก คีรินยืนอยู่ตรงนั้น... สภาพที่ดูไม่เหมือนประธานบริษัทผู้หยิ่งยศ เขากำลังถือตุ๊กตาทหารไม้ตัวเล็กๆ ที่เธอเคยปั้นให้ลูกชายเล่น... ตุ๊กตาตัวเดียวกับที่เธอทำหล่นไว้ในห้องทำงานของเขาเมื่อบ่ายนี้
คีรินเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาเปลี่ยนไป จากความแค้นเคืองกลายเป็นความสั่นไหวที่หาคำบรรยายไม่ได้ เขามองตุ๊กตาในมือสลับกับใบหน้าที่ซีดเผือดของรินรดา
"เด็กคนนี้..." เขาเอ่ยขึ้น เสียงสั่นพร่าไม่ต่างจากคนเสียสติ "เขาเป็นลูกของใคร... ทำไมหน้าตาของเขา ถึงเหมือนฉันจนน่ากลัวแบบนี้ รินรดา... ตอบฉันมา!"
ประตูตู้เสื้อผ้าด้านหลังเปิดออกเพียงเสี้ยว... สายตาคมกริบของคีรินเหลือบไปเห็นดวงตากลมโตคู่นั้นที่โผล่พ้นรอยแยกของไม้
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนลงในวินาทีนั้นเอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเส้นทางชีวิตที่แสนเปราะบางนี้ไปกับมิคายามวิกาลนะคะ
ทัณฑ์รักรอยร้าวที่ปลายพู่กัน•ตอนที่ 2
ใบหย่าที่ไร้ลายเซ็น
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยร้าวที่ปลายพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
