สถาปนิกกาลเวลาผู้รื้อถอนความทรงจำ กับนักฟิสิกส์ควอนตัมผู้ปฏิเสธอนาคต•ตอนที่ 1

สถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำที่สูญหาย

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
"โครงสร้างควอนตัมชั้นที่สามกำลังบิดตัว ปริមាณเอนโทรปีที่รั่วไหลออกมาสูงเกินกว่าค่ามาตรฐานของสภาเมืองถึงร้อยละสี่สิบสอง หากปล่อยไว้ไม่เกินสิบห้านาที ย่านการค้าแห่งนี้จะถูกพับเก็บเข้าสู่ห้วงเวลาคู่ขนานและไม่มีวันถูกค้นพบอีกเลยครับ" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของเรมิ ยู ดังลอดผ่านระบบสื่อสารภายในของหมวกนิรภัยสถาปนิกกาลเวลา นิ้วเรียยาวภายใต้ถุงมือนาโนไฟเบอร์กำลังเคาะแป้นโฮโลแกรมกลางอากาศอย่างแม่นยำ ทุกสัมผัสคือการคำนวณโครงข่ายความทรงจำที่แตกสลายของเมืองนีโอ-ซีแอตเทิล ย่านดาวน์ทาวน์ในยามค่ำคืนนี้ไม่ได้ถูกอาบไล้ด้วยแสงไฟนีออนธรรมดา หากแต่กำลังถูกย้อมด้วยสีม่วงอมฟ้าของรอยแยกกาลเวลาที่ส่งกลิ่นอายเหมือนโอโซนหลังฝนตกและสนิมเหล็ก เบื้องหน้าของเรมิคือซากปรักหักพังของอาคารพาณิชย์สูงเจ็ดชั้นที่ถูก "รื้อถอน" ออกจากไทม์ไลน์อย่างไม่เป็นระเบียบ เศษเสี้ยวของเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อนซ้อนทับกับปัจจุบันราวกับภาพซ้อนของฟิล์มกระจก ผู้คนในอดีตที่เดินสวนกันไปมาทะลุผ่านร่างของเขาไปอย่างไร้ความรู้สึก เสียงรถรางและเสียงหัวเราะเจือจางอยู่ในอากาศ ราวกับเสียงกระซิบจากโลกหลังความตาย "คุณกำลังใช้มาตรการที่อ่อนโยนเกินไป เรมิ" น้ำเสียงติดจะเย้ยหยันเล็กน้อยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดคลุมกันสารเคมีสีขาวสะอาดสะอ้าน ดร.ไคโร คานะ ก้าวผ่านม่านรอยแยกความน่าจะเป็นเข้ามาอย่างไร้ความเกรงกลัว หน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวของเธอกำลังฉายกราฟฟังก์ชันคลื่นความน่าจะเป็นที่พุ่งดิ่งเหวเป็นเส้นตรง "ความทรงจำพวกนี้ไม่มีตัวตนทางกายภาพ ดร.คานะ มันเป็นเพียงขยะกาลเวลาที่ตกค้างจากการทดลองที่ล้มเหลวของใครบางคน การรื้อถอนต้องใช้ความประณีต ไม่ใช่การทำลายล้างแบบที่คุณชอบทำ" เรมิหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นปรับแสงอัตโนมัติมองลอดผ่านเลนส์ที่สะท้อนแสงสีฟ้าของโค้ดเวลา "เราไม่ต้องเสียเวลามานั่งประณีตกับสิ่งที่ตายไปแล้วหรอกครับ... หรือว่าคุณยังยึดติดกับ 'สิ่งนั้น' เมื่อสิบปีก่อนกันแน่?" ไคโรจงใจเน้นเสียงตรงคำว่าสิบปีก่อน ดวงตาสีเข้มของเธอหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความท้าทาย เธอก้าวเข้าไปใกล้รอยแยกจนเครื่องมือเตือนภัยที่ข้อมือส่งเสียงร้องเตือนเป็นจังหวะถี่กระชั้น เรมิชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที กล้ามเนื้อบริเวณกรามกระตุกเล็กน้อยก่อนจะกลับมาควบคุมสีหน้าให้เรียบเฉยดังเดิม ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์วันนั้น—วันที่บ้านเรือนและครอบครัวของเขาถูกกลืนหายไปในรอยแยกที่เกิดจากการคำนวณผิดพลาด—ยังคงสดใหม่ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เขาเลือกอาชีพสถาปนิกกาลเวลา ไม่ใช่เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใด แต่เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาและผู้ทำลายล้างความทรงจำที่เจ็บปวดเหล่านั้น เพื่อไม่ให้ใครต้องมาติดอยู่ในวังวนแห่งอดีตอีก "ความทรงจำไม่ใช่แค่ขยะ แต่มันคือรากฐานของปัจจุบัน ถ้าเราถอนรากมันออกอย่างไร้ความเข้าใจ โครงสร้างทั้งหมดของความจริงจะพังทลายลงมาทับเราเอง" เรมิเอ่ยเสียงนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด "ทฤษฎีโบราณคร่ำครึ" ไคโรแค่นหัวเราะในลำคอ เธอยกอุปกรณ์สแกนภาคสนามขึ้นชี้ไปยังใจกลางรอยแยก "อนาคตไม่มีอยู่จริง ความน่าจะเป็นทั้งหมดจบลงตั้งแต่เสี้ยววินาทีที่คุณเลือกที่จะยืนอยู่ตรงนี้แล้ว เรมิ หน้าที่ของฉันคือการปิดตายประตูมิติพวกนี้ด้วยอนุภาคสแตรปตัน ไม่ใช่มานั่งฟังคุณบรรยายสุนทรียศาสตร์ของการล่มสลาย" "ถ้าคุณยิงอนุภาคสแตรปตันลงไปในจุดเชื่อมโยงโครงสร้างระดับสามตอนนี้ แรงดันย้อนกลับจะทำลายโครงข่ายประสาทของทุกคนในรัศมีสามกิโลเมตร รวมถึงตัวคุณเองด้วย" เรมิคว้าข้อมือของเธอไว้โดยสัญชาตญาณ แรงปะทะจากอุณหภูมิร่างกายที่แตกต่างทำให้ทั้งคู่ชะงักไป ดวงตาของทั้งสองสบกันในระยะประชิด ท่ามกลางความโกลาหลของกาลเวลาที่กำลังบิดเบี้ยว สัมผัสจากปลายนิ้วผ่านถุงมือนาโนส่งผ่านกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ สื่อถึงความตึงเครียดที่มากกว่าแค่เรื่องงาน ไคโรไม่ยอมหลบตา เธอกลับโน้มตัวเข้าหาเล็กน้อย แววตาของนักฟิสิกส์สาวเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและอำนาจควบคุม "ปล่อยมือ, สถาปนิก... หรือคุณกลัวว่าความจริงที่คุณพยายามซ่อนไว้มันจะหลุดออกมาจากรอยแยกนี้กันแน่?" ก่อนที่เรมิจะได้ตอบโต้อะไร เสียงเตือนภัยระดับวิกฤตจากระบบ AI หลักก็ดังลั่นขึ้น *ซิลเวอเรี่ยน* ส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอโฮโลแกรมทุกตัวในบริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน [คำเตือน: ตรวจพบความผิดปกติทางฟิสิกส์ที่ไม่สามารถระบุแหล่งที่มา โครงสร้างรอยแยกไม่ได้เกิดจากการรั่วไหลของเอนโทรปีตามธรรมชาติ... แต่มันกำลังถูก 'เขียนทับ' จากบุคคลที่สาม] เรมิขมวดคิ้วแน่น เขาปล่อยมือจากข้อมือของไคโรทันที แล้วหันกลับไปมองที่ใจกลางรอยแยกซึ่งตอนนี้กลุ่มควันสีม่วงได้ม้วนตัวกลายเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อนเกินกว่าเทคโนโลยีของมนุษย์ยุคปัจจุบันจะสร้างขึ้นได้ "นั่นไม่ใช่รอยแยกจากความทรงจำที่เสื่อมสลาย..." เรมิพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ความเย็นชาและความมั่นใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวอย่างสูงสุด "มีใครบางคนกำลังใช้รอยแยกนี้เป็น... ทางเชื่อม" ไคโรหันไปมองหน้าจอของเธอเช่นกัน ตัวเลขค่าความน่าจะเป็นที่เคยเป็นศูนย์กำลังกระโดดขึ้นลงอย่างบ้าคลั่งราวกับมีชีวิต สีหน้ามั่นอกมั่นใจของนักฟิสิกส์สาวหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง "เป็นไปไม่ได้... สมการนี้ถูกปิดตายไปตั้งแต่ยุคสงครามควอนตัมแล้ว ไม่มีใครมีรหัสผ่านเข้าถึงแกนกลางของนีโอ-ซีแอตเทิลได้นอกจาก..." เสียงของเธอขาดหายไปเมื่อใจกลางรอยแยกนั้นเกิดระเบิดแสงสีขาวสว่างวาบจนแสบตา แรงอัดอากาศมหาศาลซัดร่างของทั้งคู่ให้ถอยหลังไปหลายก้าว กลิ่นอายของกาลเวลาที่ถูกบีบอัดจนเข้มข้นลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ และท่ามกลางแสงสว่างที่กำลังหรี่ลง เงาร่างหนึ่งก็ก้าวเท้าออกมาจากใจกลางรอยแยกนั้น... เป็นเงาร่างที่สวมชุดสถาปนิกกาลเวลารุ่นเก่าที่มีรอยขาดวิ่น และในมือของเงานั้นกำลังถืออุปกรณ์ถอดรหัสรุ่นเดียวกับที่เรมิใช้งานอยู่ทุกประการ พร้อมกับเสียงพูดทักทายที่ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงคุ้นเคยจนน่าขนลุก "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... เรมิ ยู รุ่นน้องของฉัน" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทแรกนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกกาลเวลาผู้รื้อถอนความทรงจำ กับนักฟิสิกส์ควอนตัมผู้ปฏิเสธอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%