แปลนรักฉบับแก้ไขในหัวใจนายสถาปนิก•ตอนที่ 1

แบบร่างที่ไร้ทางออก

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
"ถ้าคุณยังยืนกรานจะทุบผนังรับน้ำหนักตรงนี้ทิ้งเพื่อความ ‘โปร่งโล่ง’ ตามใจรสนิยมอันแสนตื้นเขินของคุณล่ะก็ ฉันแนะนำให้คุณเตรียมเงินสดไว้จ่ายค่าเสียหายตอนตึกถล่มลงมาทับหัวคนงานด้วยนะคะ คุณธันวา" สุ้มเสียงหวานใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้น ท่ามกลางเสียงเครื่องเจาะกระแทกคอนกรีตอันหนרתหูของไซต์งานรีโนเวทหอศิลป์เก่ากลางกรุง พริมา ในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก กางเกงสแลคเข้ารูป และรองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กที่เปื้อนฝุ่นปูน ยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือยด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งท้าทาย ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ห่างไปเพียงสามก้าวด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล ธันวา ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดสูทลำลองและหมวกนิรภัยสีขาว ชะงักมือที่กำลังพลิกม้วนกระดาษแปลนพิมพ์เขียวลง เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร... มาจากไหน ถึงกล้าดีอย่างไรมาวิจารณ์งานออกแบบที่ผ่านการคำนวณโครงสร้างอย่างประณีตบรรจงของเขาด้วยน้ำเสียงดูแคลนเช่นนั้น สถาปนิกหนุ่มค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบใต้กรอบคิ้วหนาเข้มมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ความเงียบงันชั่วขณะแผ่ขยายออกมาระหว่างคนทั้งคู่ ท่ามกลางความวุ่นวายของคนงานก่อสร้างรอบด้าน ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่บ่งบอกถึงความหยันราวีอย่างชัดเจน "ตื้นเขินอย่างนั้นหรือครับคุณภัณฑารักษ์... อ้อ ขอโทษที ฉันลืมไปว่าคนจบประวัติศาสตร์ศิลป์มาอย่างคุณ คงเข้าใจโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมลึกซึ้งเท่ากับที่ฉันเข้าใจงานปั้นดินเผาสมัยสุโขทัยสินะคะ" ธันวาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'นะคะ' ด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย ถือโอกาสสวนกลับทันควันด้วยประโยคที่แสบคันไม่แพ้กัน พริมาย่นหัวคิ้วเรียวสวยเข้าหากันทันที ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มเนียนที่ตอนนี้มีคราบฝุ่นปูนจางๆ ประดับอยู่ เธอไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร และแน่นอนว่าไม่มีทางยอมให้นายสถาปนิกหน้าตาย ปากจัด และหลงตัวเองคนนี้มาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมืออาชีพของเธอเด็ดขาด "ถ้าคุณใช้สมองคิดวิเคราะห์ให้มากกว่าการนั่งเทียนเขียนแบบตามใจชอบ คุณก็น่าจะรู้ว่าผนังตรงนี้คือหัวใจสำคัญของห้องจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน งานศิลปะมูลค่าหลายสิบล้านที่ฉันกำลังจะเอาเข้ามาจัดแสดง ต้องการพื้นที่ทึบเพื่อควบคุมแสงและอุณหภูมิ ไม่ใช่พื้นที่กระจกใสบ้องแบ๋วตามจินตนาการเพ้อเจ้อของคุณ!" พริมาสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวเขา ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงคืบเดียว จนธันวาได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่เจือปนอยู่กับกลิ่นฝุ่นปูนและเหงื่อจากการทำงาน ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกรุกรานพื้นที่ส่วนตัวอย่างกะทันหัน กลิ่นกายหอมสะอาดนั้นทำเอาสมาธิในการเถียงของเขาหลุดลอยไปชั่วขณะ แต่ด้วยความเย่อหยิ่งที่ค้ำคออยู่ สถาปนิกหนุ่มจึงทำเพียงแค่ยืดตัวขึ้นให้สูงกว่าเดิมเพื่อกดดันเธอกลับ ดวงตาคมกราบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตาเธอนิ่ง "งานศิลปะของคุณจะไม่มีวันได้ถูกนำมาจัดแสดงที่นี่หรอกครับ... ถ้าโครงสร้างตึกมันพังทลายลงมาเสียก่อน เพราะความหัวรั้นอย่างไร้เหตุผลของคุณ" ธันวาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบแตะต้องความรู้สึกของพริมาจนเธอเผลอกลั้นหายใจ "นี่คุณ!" พริมาเงื้อมือขึ้นโดยสัญชาตญาณ หมายจะผลักอกแกร่งของอีกฝ่ายให้ถอยห่างจากความใกล้ชิดอันตรายนี้ แต่ทว่า... บรึ้มมม! เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากชั้นใต้ดินของอาคาร แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าทรุดฮวบลงทันที ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เสียงกรีดร้องของคนงานและเสียงสัญญาณเตือนภัยดังระդับไปทั่วตึกเก่า ธันวาเบิกตากว้าง สัญชาตญาณความเป็นผู้นำและสถาปนิกผู้รับผิดชอบไซต์งานทำงานเร็วกว่าความคิด เขารวบเอวบางของพริมาเข้าหาตัวด้วยมือข้างเดียวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพุ่งตัวหลบเสาปูนขนาดใหญ่ที่กำลังปริร้าวและร่วงหล่นลงมาทับจุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่ ร่างของทั้งคู่กลิ้งหลบไปกระแทกกับกองกระสอบปูนซีเมนต์ที่มุมห้อง แรงกระแทกทำให้ธันวาต้องใช้ร่างหนาของตัวเองเป็นเกราะกำบังปกป้องพริมาไว้ทั้งหมด ฝุ่นปูนหนาทึบและเศษปูนที่ร่วงกราวลงมาทำให้ทัศนวิสัยมืดมัวจนมองไม่เห็นสิ่งใด พริมาซบหน้าลงกับแผงอกกว้างของสถาปนิกหนุ่ม หัวใจของเธอดังกระหน่ำรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก ลมหายใจอุ่นร้อนของธันวาเป่ารดอยู่บริเวณขมับของเธอ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะท่ามกลางเสียงระุกฮือของคนงานด้านนอก ธันวาก้มมองหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขน ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่มิลลิเมตร จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่สั่นเทาของกันและกัน สายตาของเขาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและถือดี บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากจะคาดเดา ขณะที่พริมาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในความสลัวของฝุ่นควัน หัวใจที่เคยแข็งกระด้างกลับเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง "คุณ... เจ็บตรงไหนไหม" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยถามแผ่วเบา ต่างจากน้ำเสียงเชือดเฉือนเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง พริมาอ้าปากจะตอบ แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากจะได้ขยับเปล่งเสียงใดๆ ออกมา แสงไฟฉายสว่างวาบก็ส่องตรงเข้ามายังซอกมุมที่พวกเขากำลังกอดก่ายกันอยู่ พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของหัวหน้าคนงานที่วิ่งเข้ามา "คุณธันวา! คุณพริมา! อยู่แถวนี้ไหมครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... มีคนแอบมาลักลอบตัดโครงสร้างเหล็กใต้ดินจนคานรับน้ำหนักหลักหัก พวกลงมาดูนี่เร็วเข้า!" ธันวายังคงไม่ขยับตัวออกจากร่างของพริมา สายตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนก มือหนาที่ยังโอบเอวบางอยู่กระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่เขาจะกระซิบประโยคสุดท้ายใส่ริมหอนของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ "ดูเหมือนว่า... เราสองคนคงต้องติดอยู่ที่นี่ด้วยกันยาวๆ แล้วล่ะครับ คุณภัณฑารักษ์" โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ (ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาเปิดหน้าแรกของแปลนรักฉบับนี้นะคะ)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับแก้ไขในหัวใจนายสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%