เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้สมญา•ตอนที่ 1

ธาตุที่ไร้ชื่อ

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
กลิ่นอายของผงศิลาเวทมนตร์คั่วไหม้ลอยตลบอบอวลอยู่ในห้องโถงประเมินธาตุประจำปี จนทำให้ปลายจมูกของลูคัสรู้สึกแสบเล็กน้อย แสงไฟจากคริสตัลอัคคีบนผนังหินแกรนิตส่องสะท้อนใบหน้าของเหล่าคณาจารย์ที่นั่งเรียงรายอยู่เบื้องสูง แววตานับคู่จับจ้องมายังวงแหวนเวทกลางห้องด้วยความคาดหวังระคนกระวนกระวาย เพราะนี่คือพิธีปลุกพลังของปีการศึกษาใหม่—จุดเริ่มต้นของสายสัมพันธ์ สถานะ และเส้นทางชีวิตในอาณาจักรเวทมนตร์แห่งนี้ "ผู้มีรายชื่อต่อไป... ลูคัส เกรย์" เสียงขานชื่อของอาจารย์คุมสอบดังขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความใส่ใจ ราวกับกำลังอ่านรายชื่อสิ่งของชำรุดที่ต้องคัดทิ้ง ลูคัสสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่กระหน่ำรัวอยู่ในอก เขาก้าวเท้าออกไปด้วยความมั่นคง แม้รองเท้าหนังจะกระทบกับพื้นศิลาจนเกิดเสียงก้องกังวาน ท่ามกลางสายตานับร้อยที่มองมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสมเพช เยาะเย้ย และบางเบาจนแทบไร้ตัวตน เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีเรือนผมสีดำสนิทและดวงตาสีเทาเข้มช่างสังเกต ก้าวขึ้นไปยืนกลางวงแหวนเวทแผ่นวงกลมที่สลักด้วยอักษรรูนโบราณ รอบตัวเขาคือละอองมานาสีฟ้าใสที่ล่องลอยอยู่ประปราย ตามหลักการของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ วงแหวนจะทำหน้าที่เร่งเร้าและดึงแก่นแท้พลังธาตุของผู้ทดสอบให้ออกมาปรากฏเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นเปลวเพลิง สายฟ้า สายน้ำ หรือพฤกษา "วางมือลงบนศิลาผนึก แล้วปล่อยจิตให้ไหลไปตามกระแสมานา" อาจารย์คุมสอบย้ำด้วยน้ำเสียงน่าเบื่อหน่าย ลูคัสไม่ลังเล เขาวางฝ่ามือลงบนศิลาสีดำสนิทที่เย็นเฉียบ ความเย็นยะเยือกนั้นซึมผ่านผิวเนื้อเข้าสู่กระดูก แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือภายในห้วงความคิดของเขา กลับไม่ได้รู้สึกว่างเปล่าตามที่ตำราเรียนระบุไว้ ในสายตาคนทั่วไป ศิลาผนึกและวงแหวนเวทมีหน้าที่ขับเคลื่อนธาตุพื้นฐานทั้งสี่ แต่สำหรับลูคัสแล้ว โลกของมานาช่างซับซ้อนและงดงามกว่านั้นมาก เขาเห็นโครงสร้างของเส้นใยแสงนับล้านเส้นที่ถักทอเข้าหากันเป็นตาข่ายพลังงาน มันไม่ใช่แค่ธาตุหยาบๆ อย่างดิน น้ำ ลม ไฟ แต่เป็นระบบระเบียบของอนุภาคแสงที่ละเอียดอ่อน ซึ่งเชื่อมโยงกันด้วยกฎเกณฑ์ทางคณิตศาสตร์เวทมนตร์ที่มนุษย์ทั่วไปมองไม่เห็น *ตึ้ง...* เสียงสะท้อนต่ำๆ ดังขึ้นจากศิลาผนึก ลูคัสรวบรวมสมาธิเพื่อควบคุมกระแสแสงที่ไหลวนอยู่ในร่างกายไม่ให้ทะลักออกมามากเกินไป เขาเลือกที่จะเก็บงำประกายแสงอันเจิดจ้าไว้ภายใน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตาของสถาบันที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน แต่ทว่า... ความระมัดระวังเกินเหตุนั้นกลับกลายเป็นดาบสองคม เวลาผ่านไปเนิ่นนาน วงแหวนเวทใต้ฝ่าเท้ายังคงนิ่งสนิท ไม่มีประกายไฟ ไม่มีสายลมพัดผ่าน หรือแม้แต่ละอองน้ำระเหย ความเงียบงันเริ่มโรยตัวเข้าปกคลุมห้องโถงกว้าง ก่อนที่เสียงหัวเราะเบาๆ จะดังขึ้นมาจากแถวหลังของกลุ่มนักเรียนปีหนึ่ง "ฮ่าๆ ดูนั่นสิ! ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักนิด" เสียงกระซิบกระซาบดังเซ็งแซ่ขึ้นทันที "สมคำร่ำลือจริงๆ... เด็กทุนจากสลัมปลายอาณาจักร ไร้ซึ่งพลังเวทโดยสิ้นเชิง" "แล้วเขาเข้ามาเรียนที่สถาบันเวทมนตร์ชั้นสูงนี่ได้ยังไงกัน เสียโควตาเปล่าๆ" บนระเบียงชั้นสอง ฟินน์ เพื่อนร่วมชั้นสายเวทธาตุลมที่เพิ่งผ่านการทดสอบด้วยการสร้างพายุหมุนขนาดเล็กบนฝ่ามือ กำลังยืนกอดอกพิงเสาหินด้วยสีหน้ากังวล ดวงตาสีฟ้าสดใสจ้องมองเพื่อนสนิทด้วยความไม่สบายใจ เขาขยับริมฝีปากคล้ายจะตะโกนบอกอะไรบางอย่าง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อถูกสายตาตำหนิของอาจารย์คุมสอบห้ามไว้ อาจารย์คุมสอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าแสดงความเบื่อหน่ายอย่างไม่ปิดบัง เขาขีดเขียนผลการทดสอบลงบนกระดาษแผ่นหนาด้วยปากกาขนนก "ลูคัส เกรย์... ผลการทดสอบ: ธาตุที่ไร้ชื่อ / ไร้ระดับพลังมานา" อาจารย์ประกาศกร้าวให้ได้ยินกันทั่วห้อง "ตกชั้นไปอยู่ห้องคลาส F... เชิญลงไปได้แล้ว อย่าเสียเวลาคนอื่น" เสียงซุบซิบดังระงมยิ่งกว่าเดิม ลูคัสค่อยๆ ลดมือลงจากศิลาผนึก ความเย็นเยียบของหินผาสลายหายไปแทนที่ด้วยความอบอุ่นจางๆ จากฝ่ามือของตนเอง เขาสบตากับอาจารย์คุมสอบเพียงแวบเดียว ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความเสียใจหรือความอับอาย มีเพียงความสงบเยือกเย็นและการวิเคราะห์อย่างเงียบเชียบเท่านั้น "ครับ" ลูคัสตอบรับสั้นๆ ก่อนจะเดินกลับลงมาจากแท่นประเมินด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคง ไม่ต่างจากตอนขาขึ้นแม้แต่น้อย "เฮ้ ลูคัส นายไหวไหมวะ?" ฟินน์รีบสาวเท้าเข้ามาหาทันทีที่ลูคัสเดินลงมาถึงด้านล่าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใยจนคิ้วขมวดมุ่น "ไอ้พวกนั้นปากเสียชะมัด นายก็รู้ว่าฉันเห็นนายฝึกควบคุมมานาในห้องสมุดตั้งบ่อย ทำไมจู่ๆ ศิลามันถึงไม่ตอบสนองล่ะ หรือว่าเครื่องวัดมันพัง?" "เปล่าหรอกฟินน์ เครื่องไม่ได้พัง" ลูคัสตอบเสียงเรียบ พลางปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเล็กน้อย "มันแค่... ไม่ยอมรับสิ่งที่มันไม่รู้จักต่างหาก" ฟินน์อ้าปากค้าง จะเอ่ยถามต่อแต่เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน ราวกับอุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงหลายองศาในชั่วพริบตา เหล่านักเรียนที่ยืนออกันอยู่ต่างรีบถอยร่นเปิดทางให้อย่างอัตโนมัติ ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมสีดำสนิทขลิบด้ายเงินก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชุด เส้นผมสีเงินยวงยาวสลวยสะท้อนกับแสงไฟจากคริสตัล ดวงตาคู่คมกริบสีม่วงอเมทิสต์ราวกับมองทะลุปรโปร่งทุกสรรพสิ่ง กลิ่นอายอันทรงพลังที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออกแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอ—อาจารย์เอลาร่า ผู้ดูแลหอสมุดชั้นใต้ดินและอาจารย์พิเศษผู้ไม่เคยปรากฏตัวในพิธีการใดๆ สายตาของเธอไม่ได้มองไปยังนักเรียนคนอื่นที่กำลังตัวสั่นด้วยความเกรงกลัว แต่กลับหยุดนิ่งอยู่ที่ลูคัส "ธาตุที่ไร้ชื่ออย่างนั้นหรือ..." เสียงหวานใสแต่เย็นชาดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบ เธอก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเด็กหนุ่ม ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ "เด็กน้อย... เธอซ่อนอะไรไว้ใต้เปลือกตาคู่นั้นกันแน่ ถึงทำให้ศิลาระดับสูงของสถาบันสั่นสะท้อนจนเกือบแหลกสลายได้ขนาดนั้น" คำพูดนั้นทำเอาห้องโถงทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสนิทช็อกค้าง ฟินน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ลูคัสเงยหน้าขึ้นสบตากับอาจารย์สาวลึกลับ หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักว่าความลับที่เขาพยายามปิดบังมาตลอด... ได้ถูกมองทะลุผ่านไปเสียแล้ว ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนใสๆ ที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้ยิน ก็ดังขึ้นในห้วงความคิดอย่างกะทันหัน [ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขลับปลดล็อก: ระบบวิเคราะห์มานาโบราณ (Ancient Mana System) ระดับ SSS เริ่มต้นการทำงาน...] [คำเตือน: ผู้ใช้งานอยู่ในรัศมีตรวจจับของตัวตนระดับภัยพิบัติ กรุณาเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอีก 3... 2...] ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับก้าวแรกของเวทมนตร์บทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้สมญา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%