นิติเวชสายมู กับคู่หูสัมผัสเวร•ตอนที่ 1

ศพที่ไร้รอยมีด

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นฟอร์มาลินในห้องผ่าศพห้องที่สามของสถาบันนิติเวชวิทยาไม่ได้ฉุนจัดจนแสบจมูกเหมือนอย่างเคย มันถูกเจือจางด้วยความเย็นเยียบจากระบบปรับอากาศที่ตั้งอุณหภูมิไว้ต่ำกว่าสิบแปดองศาเซลเซียส เพื่อรักษา ‘วัตถุพยาน’ บนเตียงสแตนเลสให้คงสภาพใกล้เคียงกับตอนที่ยังมีลมหายใจมากที่สุด “คุณอคิราห์ครับ ผลตรวจเลือดเบื้องต้นออกแล้ว ไม่มีสารเคมีกลุ่มออกาโนฟอสเฟต ไม่พบสารหนู ไซยาไนด์ หรือแม้แต่ยากล่อมประสาทกลุ่มเบนโซไดอาซีพีนที่มักใช้กันในคดีอำพรางศพ” เสียงของเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยหนุ่มดังขึ้นทำลายความเงียบ เขายื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่มุมกระดาษยังเปียกชื้นหยดน้ำควบแน่นมาให้ ดร. อคิราห์ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นรับทันที ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือยางสีขาวยังคงกดลงไปบนผิวหนังบริเวณลำคอของร่างไร้ชีวิตตรงหน้า แรงกดนั้นหนักแน่นพอที่จะพิสูจน์ความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ แต่เบามือเสียจนไม่ทิ้งรอยช้ำเพิ่ม ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองสำรวจร่องรอยทุกตารางนิ้วบนร่างของหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ผู้มีใบหน้าสงบราวกับกำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียงนอนนุ่มๆ ในห้องนอนของตัวเอง มากกว่าจะเป็นศพที่ถูกส่งมาตรวจพิสูจน์การตายปริศนา ไม่มีรอยฟกช้ำ ไม่มีรอยรัดที่ลำคอ ไม่มีรอยแผลจากคมมีด หรือร่องรอยการต่อสู้ใดๆ ทั้งสิ้น “แปลกใช่ไหมล่ะครับหมอ สภาพภายนอกเหมือนคนนอนหลับไปเฉยๆ ชีพจรหยุดเต้นตอนไหนก็ไม่มีใครรู้ตัวญาติบอกว่าตื่นมาแล้วปลุกไม่ตื่นอีกเลย” เจ้าหน้าที่คนเดิมเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเจือความประหลาดใจ อคิราห์ถอนหายใจเบาๆ ผ่านหน้ากากอนามัย สายตาคมกริบมองลอดผ่านเลนส์แว่นไปยังผิวหนังที่ซีดเซียว เขายึดมั่นในหลักการทางวิทยาศาสตร์และตรรกะมาโดยตลอด ทุกอย่างบนโลกนี้ต้องมีคำอธิบายด้วยเหตุและผล กฎทางฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา ไม่เคยโกหกใคร หากหัวใจหยุดเต้น ย่อมต้องมีสาเหตุความผิดปกติของระบบไหลเวียนโลหิต หรือความล้มเหลวของอวัยวะภายในสักแห่ง แต่ทว่า... ในฐานะแพทย์นิติเวชที่ผ่านเคสมานับร้อย เขารู้สึกได้ถึง ‘ความผิดปกติ’ บางอย่างที่ตรรกะทางการแพทย์ชุดเดิมเริ่มอธิบายไม่ได้ กลิ่นอายบางอย่างที่ลอยวนเวียนอยู่ในห้องผ่าศพแห่งนี้ มันไม่ใช่กลิ่นเน่าเปื่อยของซากศพ แต่มันคือกลิ่นอับชื้นที่คล้ายกับดินร่วนใต้รากไม้โบราณ—กลิ่นที่เขาเกลียดชังและพยายามหลบหนีมาตลอดชีวิต ตั้งแต่วันอุบัติเหตุครั้งนั้น... วันที่พรากครอบครัวของเขาไปต่อหน้าต่อตาด้วยเงื่อนงำที่วิทยาศาสตร์ไม่เคยให้คำตอบที่กระจ่างชัดแก่เขาได้เลย “เตรียมชุดเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อจากก้านสมองและไขสันหลังเพิ่มครับ ผมต้องการส่งตรวจวิเคราะห์โครงสร้างระดับโมเลกุลอย่างละเอียดอีกครั้ง” อคิราห์เอ่ยเสียงเรียบ น้ำนิ่งแต่เฉียบขาด “แต่หมอครับ เราส่งตรวจทางพิษวิทยาไปหมดทุกแผงมาตรฐานแล้วนะ ผลก็คือเป็นลบ...” “ผมไม่ได้บอกว่ามันคือสารพิษตามตำราแพทย์แผนปัจจุบัน” อคิราห์หันไปสบตาผู้ช่วย นัยน์ตาสสีเข้มคมปลาบจนอีกฝ่ายต้องรีบพยักหน้ารับคำสั่งอย่างรวดเร็วโดยไม่กล้าซักไซ้ต่อ ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องผ่าศพที่ควรจะปิดสนิทกลับถูกผลักเปิดออกด้วยแรงลมประหลาด ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีการเคาะขออนุญาต ร่างโปร่งของชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิร์ตสีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ปราชญ์ยืนนิ่งอยู่ตรงกรอบประตู ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เตียงผ่าศพ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความรื่นรมย์ แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่กำลังมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น “กลิ่นอายความตายแบบนี้... ไม่ใช่แค่หัวใจวายเฉียบพลันหรอกครับคุณหมอ” ปราชญ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ก้องกังวานในความเงียบ อคิราห์ขมวดคิ้วมุ่น เขาหันขวับไปมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยความไม่พอใจ “ที่นี่คือห้องผ่าศพปลอดเชื้อ คุณเข้ามาได้ยังไง และใครอนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่ควบคุม” ปราชญ์ไม่ตอบคำถาม เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้เตียงศพเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอคิราห์ ดวงตาของชายหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนที่ประกายแสงสีทองจางๆ จะสะท้อนวูบผ่านม่านตาชั่วพริบตาเดียว—ประกายแสงที่คนธรรมดาย่อมไม่มีวันมองเห็น “คุณหมอไม่สังเกตเหรอครับว่า... ร่างกายของเธอยังอุ่นเกินไปสำหรับศพที่เสียชีวิตมาแล้วเกินหกชั่วโมง” ปราชญ์เอ่ยพร้อมกับยื่นมือออกไปเหนเหนือร่างไร้วิญญาณ ปลายนิ้วของเขาไม่ได้สัมผัสโดนผิวหนังโดยตรง แต่ห่างออกไปราวนิ้วเศษ ทว่าทันใดนั้นเอง เส้นสายสีดำบางรา ใยแมงมุมที่แผ่ขยายอยู่เหนือร่างของหญิงสาวก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาของปราชญ์ มันคือร่องรอยอาถรรพ์... ร่องรอยของ ‘พิษ’ ที่ไร้ตัวตนในทางวิทยาศาสตร์ แต่มันกัดกินวิญญาณและสูบกลืนพลังชีวิตจากภายในอย่างเลือดเย็น อคิราห์ชะงักไป เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากปลายนิ้วของอีกฝ่าย แม้เขาจะไม่เชื่อเรื่องไสยเวท แต่มิตรภาพและความร่วมมือประหลาดที่เคยผ่านศึกมาด้วยกันในหลายเคสที่ผ่านมา ทำให้เขารู้ว่า... ทุกครั้งที่ปราชญ์แสดงสีหน้าแบบนี้ นั่นหมายความว่าคดีธรรมดาๆ กำลังจะกลายเป็นฝันร้ายที่ยากเกินกว่าจะจินตนาการ “สารพิษชนิดที่ไม่รู้จัก...” อคิราห์พึมพำกับตัวเองเบาๆ สายตานิ่งงันเมื่อก้มลงมองผลตรวจในมือสลับกับร่างบนเตียง ปราชญ์เงยหน้าขึ้นสบตากับแพทย์หนุ่ม แววตาคมกวาดมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ที่กั้นระหว่างห้องผ่าศพกับโถงทางเดินด้านนอก ก่อนที่รอยยิ้มบนมุมปากจะจางหายไปแทนที่ด้วยความตึงเครียด “ไม่ใช่แค่ไม่รู้จักหครับหมอ...” ปราชญ์กระซิบเสียงแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศ “...แต่มีใครบางคนกำลัง ‘ยืนดู’ เราอยู่จากตรงนั้น” อคิราห์ตวัดสายตาขวับไปมองตามทิศทางของปราชญ์ทันที บนโถงทางเดินที่ควรจะว่างเปล่าและปิดล็อกในยามวิกาล กลับปรากฏเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเข้มยืนนิ่งสนิท ใบหน้าครึ่งซีกถูกซ่อนไว้ภายใต้เงาฮู้ด แต่ดวงตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองตรงมายังพวกเขาผ่านกระจกใส... ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน และประกายแสงสีแดงฉานที่ส่องวาบขึ้นในความมืดมิด! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาเปิดฉากความลับดำมืดนี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ "เข็มทิศมองวิญญาณ"
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชสายมู กับคู่หูสัมผัสเวร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%