นิติเวชสายมู กับคู่หูสัมผัสเวร•ตอนที่ 3

รอยเท้าของสิ่งที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"ร่องรอยการฉีกขาดของผิวหนังระดับไมครอนแบบนี้... ไม่ใช่ฝีมือของคมมีดมนุษย์แน่ครับคุณปราชญ์" เสียงทุ้มต่ำของ ดร.อคิราห์ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันทึบของห้องเก็บศพชั่วคราว ณ สถานที่เกิดเหตุ ภายในคฤหาสน์โบราณริมแม่น้ำเจ้าพระยา กลิ่นอับชื้นของซากอิฐปูนผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ แพทย์นิติเวชหนุ่มสวมถุงมือยางสีขาว มือข้างหนึ่งถือคีมสเตนเลสคีบเส้นใยสีดำประหลาดที่ฝังอยู่ลึกในชั้นเนื้อเยื่อของผู้ตายขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด แว่นกรอบบางสะท้อนแสงไฟนีออนสีนวลเผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นทางวิทยาศาสตร์ ทว่า ปราชญ์ ซึ่งยืนกอดอกพิงขอบประตูไม้สักเก่าคร่ำคร่า กลับไม่ได้มองดูเศษเนื้อเยื่อหรือคราบเลือดเหล่านั้นเลย สายตาคมกริบของทายาทสำนักไสยเวทกำลังเพ่งมองผ่าน "ความว่างเปล่า" เหนือร่างไร้ลมหายใจของผู้ตายไปไกล "คุณกำลังใช้กล้องจุลทรรศน์หาคำตอบให้กับสิ่งที่แม้แต่แสงสว่างก็ยังส่องไปไม่ถึงนะครับหมออคิราห์" ปราชญ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยเจือความเย้ยหยันจางๆ "มองด้วยตาเปล่าสิครับ... รอยแผลนั่นไม่ได้ถูกเฉือนด้วยวัตถุ แต่มันถูก 'กระชาก' ด้วยแรงอาฆาตที่พยายามฉีกกระชากวิญญาณออกจากร่างต่างหาก ร่องรอยทางฟิสิกส์ที่คุณพยายามหาเหตุผล มันเป็นแค่ผลพลอยได้จากการที่ร่างเนื้อทนทานต่อแรงกดดันทางไสยเวทไม่ไหวเท่านั้นเอง" อคิราห์ชะงักมือเล็กน้อย เขาดึงหน้ากากอนามัยลงมาคล้องคอ ปรายตามองชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นคู่หูจำเป็นด้วยแววตาเย็นชาที่ฉายแววไม่ยอมแพ้ "ไสยเวท? แรงอาฆาต?" อคิราห์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาแห้งผากและเต็มไปด้วยความหยัน "โลกนี้ขับเคลื่อนด้วยตรรกะ กฎฟิสิกส์ และชีวเคมีครับคุณปราชญ์ ผมไม่ได้ปฏิเสธว่าคดีนี้มีความผิดปกติ แต่การที่คุณเอาคำว่า 'วิญญาณ' มาอธิบายทุกอย่างที่วิทยาศาสตร์ยังอธิบายไม่ได้ในตอนนี้ มันเป็นทางลัดของคนขี้เกียจคิดหาความจริง" ปราชญ์ถอนหายใจยาว ขยับตัวเดินเข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตรช้าๆ จนระยะห่างเหลือเพียงก้าวเดียว นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายเรืองแสงสีครามจางๆ ชั่วพริบตา ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแพทย์หนุ่ม "คนขี้เกียจคิดคือคนที่ปฏิเสธความจริงที่อยู่นอกเหนือกรอบตำราแพทย์ต่างหากครับหมอ" ปราชญ์โน้มตัวเข้าไปใกล้ น้ำเสียงจริงจังจนอคิราห์รู้สึกได้ถึงความกดดันบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมา "ลองก้มลงมองที่พื้นใต้โต๊ะชันสูตรของคุณสิครับ... แล้วบอกผมทีว่า รอยเท้านั่น เป็นของมนุษย์คนไหนในห้องนี้" อคิราห์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจกับท่าทีท้าทายนั้น แต่สัญชาตญาณนักวิทยาศาสตร์ก็สั่งให้เขาค้อมตัวลงมองตามที่อีกฝ่ายบอก แสงไฟฉายคาดหัวส่องกราดลงบนพื้นกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด... หัวใจของแพทย์หนุ่มกระตุกวูบ ทั่วทั้งห้องมีเพียงเขากับปราชญ์ยืนอยู่สองคน แต่บนพื้น กลับปรากฏรอยเท้าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำคร่ำสีดำสนิท เป็นรอยเท้าเปล่าเปลือยของมนุษย์ที่เดินวนเวียนอยู่รอบโต๊ะชันสูตรเป็นวงกลม รอยเท้าเหล่านั้นไม่ได้ทับซ้อนกับรองเท้าของพวกเขาแม้แต่น้อย และที่สำคัญที่สุด... มันเป็นรอยเท้าที่ลอยอยู่เหนือพื้นดินขึ้นมาประมาณหนึ่งเซนติเมตร! "นี่มัน..." อคิราห์สูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว สมองที่เคยยึดมั่นในตรรกะพยายามคำนวณหาความเป็นไปได้ทางกายภาพ ความชื้นสัมพัทธ์ การควบแน่นของไอน้ำ หรือภาพลวงตาจากการหักเหของแสง แต่ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ใดเล่าจะอธิบายรอยเท้าที่ลอยอยู่กลางอากาศและไร้ซึ่งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดเช่นนี้ได้ ปราชญ์ยืดตัวขึ้นยืนตรง ใบหน้ายังคงเรียบเฉย ทว่าแววตากลับจริงจังขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า "ความจริงไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียวหรอกครับหมอ บางครั้ง... สิ่งที่เรามองไม่เห็น อาจกำลังยืนหายใจรดต้นคอเราอยู่เพื่อรอเวลาทวงคืนความยุติธรรมในแบบของมัน" ก่อนที่อคิราห์จะได้โต้แย้งสิ่งใด ทันใดนั้น ไฟนีออนบนเพดานห้องชันสูตรก็กระพริบถี่รัวจนเกิดเสียงช็อตดัง *เปรี๊ยะ* สั้นๆ บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนอุณหภูมิติดลบอย่างกะทันหัน ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านหลังคอของทั้งคู่ทั้งที่หน้าต่างทุกบานปิดสนิท ร่างไร้ลมหายใจบนโต๊ะชันสูตรที่ควรจะแข็งทื่อตามกระบวนการทางชีวเคมีหลังการตาย... ค่อยๆ ขยับนิ้วมือทีละน้อยอย่างเชื่องช้า พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าข้างหูของอคิราห์ว่า *'แก... คือคนต่อไป'* ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านนะครับ - เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชสายมู กับคู่หูสัมผัสเวร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%