เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารสันห่วงสีดำลงบนโต๊ะไม้สักยาว ไม่ได้ดังพอจะกลบเสียงถอนหายใจจากรอบห้องประชุม แต่เสียงนั้นคมชัดพอที่จะดึงสายตาทุกคู่ให้หันมามองเป็นจุดเดียว
รินรดานั่งนิ่งอยู่หลังกองพิมพ์เขียวโครงการฟื้นฟูย่านเก่า "ตรอกสำเภาทอง" ปลายปากกาหมึกซึมในมือของเธอยังคงค้างอยู่เหนือกระดาษไข เธอยังไม่เงยหน้าขึ้นทันที ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่บีบอัดบรรยากาศในห้องแอร์เย็นเฉียบนี้ให้ตึงเครียดขึ้นอีกสักนิด ก่อนจะค่อยๆ เงยขึ้นสบตาผู้ชายที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม
ธันวา เจ้าของร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンที่ท่อนแขนจากการถือกล่องลังบรรจุตัวอย่างวัสดุก่อสร้าง เขายังไม่ได้นั่งลงตั้งแต่เข้ามาในห้องประชุมสภาเขตแห่งนี้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมกวาดมองแผ่นแปลนที่กางอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออกระหว่างความเบื่อหน่ายกับความระแวง
"แปลนของคุณสวยดีครับ รินรดา" ธันวาเปิดฉากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล "แต่ในโลกความเป็นจริง อาคารไม่ได้ถูกค้ำจุนด้วยความโรแมนติกของสถาปนิก"
รินรดายิ้มรับมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เธอวางปากกาลงอย่างใจเย็นแล้วประสานมือไว้บนตัก
"และโครงสร้างก็ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขังผู้คนไว้ในกล่องคอนกรีตไร้จิตวิญญาณเหมือนกันค่ะ... เอ้ย... เช่นกันครับ" รินรดาเกือบเผลอหลุดสำนวนคุ้นเคย แต่เธอดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคม "ฉันเชื่อว่าคุณธันวาคงเข้าใจความหมายของ 'พื้นที่สาธารณะ' ดีพอๆ กับที่เข้าใจเรื่องค่ารับแรงอัดของคอนกรีตนะคะ... ขออภัยครับ ผมหมายถึง 'ครับ'"
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยกับความลื่นไหลในการแก้คำพูดของเธอ เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้โต๊ะประชุม วางมือลงบนขอบโต๊ะแล้วโน้มตัวลงเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงความอึดอัดที่จับต้องได้
"คุณกำลังพยายามจะรักษา 'จิตวิญญาณชุมชน' ด้วยการเก็บตึกแถวไม้เก่าอายุเจ็ดสิบปีเอาไว้" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ "คุณรินรดาครับ ไม้พวกนั้นผุกร่อนเกินกว่าจะรับน้ำหนักคานเหล็กเสริมแรงรุ่นใหม่ได้แล้ว ถ้าเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา หรือแม้แต่ลมมรสุมธรรมดา ตึกพวกนั้นจะพังครืนลงมาทับชีวิตคนครึ่งซอย... นั่นคือสิ่งที่คุณเรียกว่าลมหายใจของผู้คนอย่างนั้นหรือครับ?"
"ตึกเหล่านั้นไม่ได้รอให้วิศวกรอย่างคุณมาเมตตาต่ออายุให้หรอกนะคะ... ครับ" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้เธอจะตัวเล็กกว่าเขา แต่แววตาของเธอกลับไม่มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้ามบ้าง ระยะห่างระหว่างสายตาทั้งสองคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ "เพราะที่ผ่านมา พวกเขาอยู่รอดมาได้ด้วยหยาดเหงื่อและความผูกพัน ไม่ใช่ด้วยตัวเลขกำไรขาดทุนในงบประมาณที่คุณถืออยู่ในมือ"
"ตัวเลขไม่เคยโกหกใครครับ รินรดา" ธันวากระซิบตอบ เสียงของเขาต่ำและทรงพลัง "มันบอกความจริงที่เจ็บปวดเสมอว่า งบประมาณที่เรามีจำกัด และความปลอดภัยของคนในเมืองนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เราจะเอาความรู้สึกส่วนตัวมาเสี่ยงได้ ถ้าคุณอยากสร้างสวนสาธารณะบนซากปรักหักพัง คุณก็แค่หาที่อื่นที่ไม่ใช่โปรเจกต์ของผม"
"โปรเจกต์ของคุณ?" รินรดาย้อนถาม เสียงสูงขึ้นเล็กน้อย "นี่คือพื้นที่ของประชาชนค่ะ... ของประชาชนครับ ไม่ใช่โครงการส่วนตัวที่คุณจะเอาไว้สร้างผลงานประดับเรซูเม่ก่อนย้ายไปเป็นผู้บริหารระดับสูง!"
บรรยากาศในห้องประชุมเดือดพล่านขึ้นมาทันที เจ้าหน้าที่เขตที่นั่งอยู่มุมห้องต่างพากันก้มหน้ามองเอกสารในมือราวกับว่ามันน่าสนใจเสีย.หนาตา ไม่มีใครกล้าสอดปากเข้ามาระหว่างการปะทะกันของสองมันสมองแถวหน้าของวงการพัฒนาเมือง ธันวานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขายังคงจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ดวงตาที่ฉายแววดื้อรั้นแต่ม2มีประกายความฉลาดเฉลียวที่หาได้ยากในคนรุ่นเดียวกันลึกๆ แล้ว เขายอมรับในฝีมือการออกแบบของเธอ แต่ในทางปฏิบัติ อุดมการณ์ของเธอมันคือ 'ความฝันอันตราย' ที่เขาไม่อาจปล่อยให้ผ่านไปได้
"คุณดื้อรั้นอย่างไร้เหตุผลสิ้นเชิง" ธันวาถอนหายใจยาว พลางส่ายหน้าช้าๆ "แต่เอาเถอะครับ ถ้าคุณมั่นใจนักว่าตึกพวกนั้นยังแข็งแรงพอจะรับกิจกรรมชุมชนที่คุณฝันหวานเอาไว้ ผมก็มีข้อเสนอ..."
เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลทึบที่ถือติดมือมาด้วยผลักข้ามโต๊ะมาหยุดตรงหน้าเธอ รินรดาก้มมองซองนั้นอย่างระแวดระวัง
"นี่คืออะไรคะ... ครับ"
"ผลการตรวจสอบสภาพฐานรากตึกแถวโซน A โดยทีมวิศวกรอิสระที่ผมเพิ่งได้รับมาเมื่อเช้าตรู่" ธันวายิ้มเยาะที่มุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้รินรดารู้สึกสังหรณ์ใจอย่างประหลาด "มันบอกชัดเจนว่าเสาเข็มต้นหลักของตึกที่คุณอยากอนุรักษ์ไว้... ทรุดตัวเกินร้อยละสิ P-Load เกินพิกัดความปลอดภัยขั้นวิกฤต และถ้าคุณยังยืนกรานจะเปิดประชาพิจารณ์ในสัปดาห์หน้าเพื่อใช้ตึกนั้นเป็นศูนย์กิจกรรม... คุณอาจจะต้องรับผิดชอบทางอาญา หากเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นจริงๆ"
รินรดาชะงัก นิ้วมือที่กำขอบโต๊ะเริ่มเกร็งแน่น หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความตกใจแต่ภายนอกเธอยังคงพยายามรักษาความนิ่งเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เธอยื่นมือไปหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ แรงเสียดทานระหว่างเธอกับเขาในตอนนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความเห็นทางวิชาชีพอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือเดิมพันที่แลกด้วยอนาคตของคนทั้งชุมชน
เธอกำลังจะดึงลิ้นแฟ้มเพื่อเปิดดูเอกสารแผ่นนั้น แต่ก่อนที่นิ้วของเธอจะสัมผัสโดนกระดาษ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต เลขานุการหน้าห้องก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด หอบหายใจถี่กระชั้นราวกับวิ่งหนีอะไรบางอย่างมาตลอดทาง
"คุณธันวาครับ... คุณรินรดาครับ ขอโทษที่ต้องขัดจังหวะสำคัญ..." เสียงของเลขาขาดห้วยเป็นช่วงๆ ด้วยความตื่นตระหนก "ทาง... ทางสำนักการโยธาเพิ่งโทรมาแจ้งด่วนครับ... เกิดเหตุผนังตึกแถวเลขที่ 42 ในโซน A ทรุดตัวลงมาทับคนงานที่แอบเข้าไปรื้อถอนเมื่อสิบนาทีที่แล้ว... ตอนนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งเคลียร์พื้นที่ และ... และพวกเขากำลังพบหลักฐานบางอย่างใต้ซากปรักหักพัง ซึ่งอาจจะพลิกโฉมหน้าโปรเจกต์นี้ทั้งหมดครับ!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของตัวละครผ่านตัวอักษรของผมนะครับ
เศษเสี้ยวคอนกรีตใต้เงามืดของไม้บรรทัด•ตอนที่ 1
เส้นขนานในพิมพ์เขียว
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวคอนกรีตใต้เงามืดของไม้บรรทัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
