เศษเสี้ยวคอนกรีตใต้เงามืดของไม้บรรทัด•ตอนที่ 3

ไม้บรรทัดที่ไร้ใจ

ผลงานโดย คนมองเมือง
แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งสาดวาบตัดความมืดเข้าใส่ใบหน้าของธันวาเต็มแรง จนชายหนุ่มต้องยกมือขึ้นปัดลำแสงนั้นออกไปอย่างไม่ใส่ใจนัก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาหยุดลงห่างจากพวกเขาไม่ถึงห้าเมตร เงาร่างสูงใหญ่ภายใต้เสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวสีเข้มค่อยๆ ก้าวพ้นแนวแท่งคอนกรีตดิบเปลือยที่ยังสร้างไม่เสร็จ กลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์ผสมกับฝุ่นละอองลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่เงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจ "นึกว่าใคร..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาของวิศวกรหนุ่มไม่มีร่องรอยของความตกใจแม้แต่น้อย ราวกับเขาคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าการลงมาตรวจไซต์งานยามวิกาลครั้งนี้จะไม่จบลงแค่เรื่องโครงสร้างร้าว รินรดาก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังของเธอชนเข้ากับเสาคอนกรีตเย็นเยียบ หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสจ้องมองไปยังผู้มาใหม่ที่ค่อยๆ เผยใบหน้าใต้หมวกแก๊ปสีดำ ชายคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหัวหน้าคุมงานก่อสร้างประจำโครงการนี้—คนที่ควรจะกลับบ้านไปตั้งแต่หกโมงเย็นแล้ว "คุณธันวา... คุณรินรดาดึกดื่นค่ำมืดป่านนี้ยังไม่กลับกันอีกเหรอครับ" เสียงของชายคนนั้นเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว รอยยิ้มที่ปรากฏบนมุมปากไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคู่ที่จดจ้องตรงมายังพวกเขาทั้งสองคน "ระวังหน่อยนะครับ แถ่นคอนกรีตตรงนี้มันยังเซ็ตตัวไม่เต็มที่ เผลอๆ อาจจะมีอะไรหล่นลงมาทับหัวเอาได้ง่ายๆ" บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ธันวาก้าวเท้าเข้ามาขวางรินรดาไว้เล็กน้อย เป็นการกระทำโดยสัญชาตญาณที่ปกป้อง แม้ว่าสีหน้าของเขาจะยังคงนิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ก็ตาม มือหนาข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ต หลวมๆ แต่เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน "ขอบคุณที่เป็นห่วงครับคุณชาติ" ธันวาเอ่ยตอบ น้ำเสียงทุ้มต่ำกังวานในความเงียบ "แต่ผมว่าสิ่งที่เราควรระวังมากกว่าคอนกรีตหล่นทับ น่าจะเป็นเอกสารงบประมาณที่ถูกแก้ไขตัวเลขลับหลังมากกว่านะครับ" คำพูดของธันวาทำเอาผู้รับเหมาหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง ดวงตาไหววับด้วยความตกใจก่อนจะกลับมาควบคุมอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว แต่มันก็มากพอที่จะทำให้รินรดาสังเกตเห็น รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติกลับคืนมา เธอไม่ใช่สถาปนิกอ่อนต่อโลกที่จะยอมตกเป็นเหยื่อของความกลัว "คุณชาติคะ... ผลการตรวจทานโครงสร้างส่วนต่อขยายพื้นที่สาธารณะที่เรายืนอยู่ตรงนี้ มันมีตัวเลขรับน้ำหนักที่ไม่ตรงกับแบบแปลนต้นฉบับที่คุณเซ็นอนุมัติเมื่อสัปดาห์ก่อน คุณอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไรคะ" ชาติหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่าขนลุก "สถาปนิกอย่างคุณก็รู้แค่ออกแบบให้มันสวยงามตามอุดมการณ์โลกสวยนั่นแหละครับ คุณรินรดา โลกความเป็นจริงมันขับเคลื่อนด้วยตัวเลขงบประมาณและการลดต้นทุนเพื่อส่งมอบงานให้ทันกำหนด ถ้าเราไม่ตัดเหล็กเสริมบางจุดออกไปตามที่ 'ผู้ใหญ่' เขาต้องการ ป่านนี้โครงการนี้คงถูกพับเก็บและพวกเราทุกคนก็คงตกงานกันหมดแล้ว" ธันวาหันไปมองรินรดาแวบหนึ่ง สายตาของวิศวกรหนุ่มไม่ได้มีแววตำหนิ แต่เป็นสายตาที่บ่งบอกว่า *'เห็นไหมครับ... ผมเตือนคุณแล้ว'* "การลดต้นทุนบนความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์ มันไม่ใช่การบริหารจัดการที่ดีครับคุณชาติ แต่มันคืออาชญากรรม" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเฉียบคม ชายหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดอีกฝ่ายทีละน้อยโดยไม่เกรงกลัว "และแบบดีไซน์อัฒจันทร์ไม้โปร่งโล่งที่รินรดาอุตส่าห์ร่างขึ้นมาเพื่อเชื่อมโยงผู้คนในชุมชนเก่าเข้ากับพื้นที่สีเขียว ก็ถูกพวกคุณปัดตกด้วยข้ออ้างเรื่องโครงสร้างไม่แข็งแรง ทั้งที่ความจริงแล้ว... มันขัดผลประโยชน์เรื่องการซุกซ่อนวัสดุด้อยคุณภาพของพวกคุณต่างหาก" รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย เธอหันขวับไปมองธันวา นี่เป็นครั้งแรกที่วิศวกรหนุ่มพูดถึงงานดีไซน์ของเธอในแง่บวก แถมยังวิเคราะห์เจาะลึกทะลุปรุโปร่งถึงเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมแบบของเธอถึงถูกคณะกรรมการโครงการตีตกมาโดยตลอด ทั้งที่เธอคิดมาตลอดว่าธันวาเป็นคนหัวโบราณที่เกลียดความเพ้อฝันของเธอเสียอีก "คุณ... คุณเข้าใจแบบของฉัน?" รินรดาเผลอหลุดปากถามท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด ธันวาเหลือบมองเธอนิดหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ชั่วเสี้ยววินาที "ผมเป็นวิศวกรครับคุณรินรดา ไม่ใช่หุ่นยนต์ไร้หัวใจอย่างที่คุณค่อนขอดผมในห้องประชุมหรอกครับ เพียงแต่ผมมองเห็นความเสี่ยงก่อนที่จะเห็นความฝันเท่านั้นเอง" ชาติหรี่ตามองคนทั้งสองที่ยังคงยืนเถียงกันท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นบนใบหน้าของหัวหน้าคุมงาน "พูดมากไปก็เท่านั้นครับ ในเมื่อพวกคุณบังเอิญรู้มากเกินไปในยามวิกาลแบบนี้... ผมว่าเรามาคุยกันใหม่ในที่ที่ไม่มีใครได้ยินดีกว่า" สิ้นเสียง ชาติชักท่อนเหล็กข้ออخدขนาดสั้นที่ซ่อนอยู่ด้านหลังออกมาจากเสื้อแจ็คเก็ต เสียงโลหะกระทบกับแท่งคอนกรีตดัง *กริ๊ก* บ่งบอกเจตนาชัดเจน รินรดาสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น แต่วินาทีที่ชาติก้าวเข้ามาพร้อมท่อนเหล็ก ธันวากลับไม่รอช้า วิศวกรหนุ่มพุ่งเข้าประชิดตัวผู้รับเหมาหนุ่มอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่อีกฝ่ายจะตั้งตัวทัน ทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่ริมขอบคอนกรีตที่ยังไม่มีแผงกั้น ความสูงสามชั้นที่มืดมิดเบื้องล่างรอคอยผู้ที่พลาดพลั้ง "รินรดา! วิ่งไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าผมที่วางอยู่บนกองแบบแปลน แล้วกดแจ้งตำรวจ!" ธันวาตะโกนบอกเสียงดังแข่งกับเสียงลม แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปกับพื้นฝุ่นละออง รินรดาลังเลอยู่เสี้ยววินาทีระหว่างจะหนีหรือจะช่วย แต่เมื่อเห็นชาติกำลังง้างท่อนเหล็กเตรียมฟาดใส่ศีรษะของธันวา เธอก็ตัดสินใจพุ่งเข้าไปคว้าท่อนไม้ใกล้ตัวแล้วฟาดเข้าที่แขนของชาติเต็มแรงจนท่อนเหล็กหลุดมือกระเด็นตกตึกเสียงดังสนั่น ความชุลมุนสงบลงชั่วขณะเมื่อชาติเสียหลักล้มกระแทกพื้นคอนกรีตจุกจนลุกไม่ขึ้น ธันวารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา หายใจหอบโยน เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นปูนขาวโพลน แต่สายตาคมกริบยังคงจดจ้องไปยังผู้รับเหมาที่นอนคุดคู้ ธันวาเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเอกสารพลาสติกที่ตกอยู่ใกล้ตัวซึ่งชาติพยายามจะซ่อนไว้ตั้งแต่แรก ชายหนุ่มเปิดมันออกท่ามกลางแสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่รินรดายกส่องให้ "นี่มันอะไรกัน..." รินรดาครางแผ่วเมื่อเห็นเอกสารด้านใน ไม่ใช่แค่เรื่องลดต้นทุนคอนกรีต แต่ในแฟ้มนั้นคือเอกสารอนุมัติงบประมาณลับที่มีลายเซ็นของ 'ผู้บริหารระดับสูง' ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ กำกับอนุมัติให้มีการใช้ 'วัสดุก่อสร้างเกรดต่ำ' ในโซนที่อยู่อาศัยของชาวชุมชนเก่าทั้งหมด เพื่อโยกย้ายงบส่วนต่างไปลงกับโซนคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำที่กำลังจะเปิดตัวใหม่ และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ลายเซ็นบรรทัดสุดท้ายของผู้ที่อนุมัติโครงการทั้งหมดให้ดำเนินต่อไป แม้จะรู้ว่ามีความเสี่ยงเรื่องโครงสร้างถล่ม คือลายมือชื่อของผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมส่วนกลาง ซึ่งก็คือ 'อาจารย์' ผู้มีพระคุณที่ธันวานับถือมาตลอดชีวิต ธันวานิ่งงันไปทันที ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นและมั่นอกมั่นใจมาตลอดกลับซีดเผือดลงถนัดตา ดวงตาคมกริบมองนิ่งไปยังลายเซ็นนั้น ราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า รินรดามองหน้าธันวาด้วยความตกใจและเห็นใจ เธอยื่นมือไปแตะที่แขนของเขาเบาๆ เป็นครั้งแรกที่เธอสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาภายใต้ความแข็งกร้าวของวิศวกรหนุ่ม "ธันวา..." รินรดากระซิบเรียกชื่อเขาเบาๆ ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ เสียงฝีเท้าอีกกลุ่มหนึ่ง—จำนวนหลายคู่—ก็ดังขึ้นจากทางบันไดหนีไฟ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและใกล้เข้ามาด้วยความเร็ว พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าหลายดวงที่สาดส่องตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ เงาร่างของชายชุดดำสามคนปรากฏขึ้นที่ทางเข้า พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำเย็นชาที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด "ดูท่าทาง... พวกคุณจะเจอของดีเข้าให้แล้วสินะครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางผ่านมุมมองของ "คนมองเมือง" ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวคอนกรีตใต้เงามืดของไม้บรรทัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%