อัลกอริทึมแห่งความทรงจำ กับสถาปนิกโลกเสมือนผู้อยู่หลังฉาก•ตอนที่ 14

การปกป้องสิ่งที่ไร้ค่า

ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
เสียงรองเท้าบูทหนังของกองทัพกิลด์ ‘มหาอำนาจโลหิต’ กระแทกพื้นหินอ่อนของจัตุรัสกลางเมืองโบราณดังสะท้อนก้อง มันคือเสียงที่บ่งบอกถึงการคุกคามอย่างไร้ความปรานี ในขณะที่เรย์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูไม้บานเก่าของ ‘ห้องสมุดพฤกษาลืมเลือน’ สถานที่เก็บข้อมูลโค้ดดิ้งยุคเริ่มต้นที่ถูกมองว่าเป็นเพียงขยะดิจิทัลไร้ค่าในสายตาของมหาอำนาจ "เรย์ นายแน่ใจนะว่าเราจะต้านพวกมันไหว?" วาเลนเอ่ยขึ้น เสียงของเขาเจือไปด้วยความกังวล มือเรียวบางกำลังรัวนิ้วลงบนหน้าต่างโฮโลแกรมเพื่อรีเซ็ตไฟร์วอลล์ขั้นสุดท้าย ดวงตาหลังกรอบแว่นส่องประกายสีฟ้าอมม่วงของโค้ดระบบที่กำลังรันอย่างบ้าคลั่ง "ถ้าเรายอมแพ้ให้กับตรรกะที่ว่า 'สิ่งใดไร้ประโยชน์ต้องถูกลบ' โลกใบนี้ก็คงไม่ต่างอะไรกับโรงงานผลิตข้อมูลดิบที่ไร้จิตวิญญาณหรอกครับ วาเลน" เรย์ตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการหายใจ สายตาสفัดมองไปยังแถวหน้าของผู้เล่นนับร้อยคนที่ถืออาวุธเรืองแสงสีแดงฉานจ้องจะเข้ามาทำลายทุกอย่างที่เขากับวาเลนใช้เวลาสร้างมันมานานนับเดือน บาโลน หัวหน้ากองรบของกิลด์มหาอำนาจโลหิตก้าวออกมาจากแถว รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนใบหน้าที่มีแผลเป็นจากรอยดาบ "ไอ้สถาปนิกสติเฟื่องกับแฮกเกอร์ตกอับ พวกแกยังดื้อด้านอยู่สินะ? สถานที่ผุพังนี่มีค่าแค่โค้ดขยะ เอาเวลาไปล่าบอสระดับตำนานไม่ดีกว่าหรือไง ถึงพวกแกจะปกป้องมันไป NPC ความจำเสื่อมพวกนั้นก็ไม่ได้ทำให้พวกแกได้ไอเทมเทพอะไรขึ้นมาหรอก!" เรย์ไม่ได้โกรธเคืองคำดูถูกนั้น เขากลับแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มของช่างฝีมือผู้มองเห็นคุณค่าในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม มือขวาของเขาแตะเบาๆ ที่กำแพงหินของห้องสมุด สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของข้อมูลที่ยังคงเต้นระรัวราวกับหัวใจของสิ่งมีชีวิต "คุณพูดถูกครับ บาโลน... ในมุมมองของผลกำไรและความคุ้มค่าทางธุรกิจ สถานที่แห่งนี้ไร้ค่าสิ้นดี" เรย์เอ่ยขึ้น ชายหนุ่มก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายแผ่ออร่าสีครามจางๆ ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการปรับแต่งสถาปัตยกรรมระบบขั้นสูง "แต่วัฒนธรรม ความทรงจำ และความผูกพันที่หล่อหลอมให้ NPC เหล่านี้มีชีวิต มันไม่ใช่ตัวเลขที่จะเอามาคำนวณเป็นค่าประสบการณ์ได้หรอกนะครับ" "ฆ่ามัน! ทำลายเซิร์ฟเวอร์ย่อยของพวกมันให้สิ้นซาก!" บาโลนคำรามลั่น สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วบริเวณ กองทัพผู้เล่นนับร้อยพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกันราวกับคลื่นมนุษย์ที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง "วาเลน ตอนนี้แหละ!" เรย์ออกคำสั่งเฉียบขาด วาเลนกัดฟันกรอด นิ้วมือทั้งสิบกดลงบนแป้นพิมพ์ล่องหนครั้งสุดท้าย เสียงคำรามต่ำของระบบดังขึ้นพร้อมกับม่านพลังงานสีฟ้าเข้มที่ถูกกางออกครอบคลุมห้องสมุดทั้งหมด มันคือ ‘สถาปัตยกรรมป้องกันสะท้อนกลับ’ ที่เรย์ออกแบบขึ้นโดยใช้โค้ดต้นกำเนิดที่หลงเหลืออยู่ แรงกระแทกจากการโจมตีระลอกแรกพุ่งเข้าชนม่านพลังงานจนเกิดประกายไฟสีขาวโพลนกระจายไปทั่วทิศทาง แรงกดดันมหาศาลทำให้เรย์ต้องก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผม ความซับซ้อนของการต้านทานผู้เล่นจำนวนมากด้วยทรัพยากรที่มีจำกัดทำให้ซีพียูในสมองของเขาทำงานหนักเกินขีดจำกัด แต่ดวงตาของเขายังคงแน่วแน่ เขามองผ่านม่านพลังงานไปยังกลุ่ม NPC ภายในห้องสมุด หญิงชราผู้ดูแลชั้นหนังสือและเด็กน้อย AI ที่กำลังกอดตุ๊กตาเก่าๆ ด้วยความหวาดกลัว ภาพนั้นย้ำเตือนเขาเสมอว่าทำไมเขาถึงต้องยืนหยัดตรงนี้ การปะทะกันดำเนินไปอย่างดุเดือด เสียงเหล็กกระทบกัน เสียงเวทมนตร์ระเบิดก้องกังวานไปทั่วจัตุรัส เรย์ใช้ทักษะ ‘วิเคราะห์โครงสร้างจุดอ่อน’ สลับกับการออกคำสั่งให้วาเลนปรับเปลี่ยนเส้นทางท่อส่งข้อมูลใต้ดินเพื่อเบี่ยงเบนความเสียหาย พวกเขาร่วมมือกันอย่างรู้ใจราวกับฟันเฟืองสองตัวที่ขบกันสนิทในเครื่องจักรกลที่ซับซ้อน แม้จำนวนฝ่ายตรงข้ามจะมากกว่าหลายเท่า แต่ด้วยความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่รัดกุม ทำให้กองทัพของกิลด์มหาอำนาจโลหิตไม่สามารถเจาะทะลวงแนวป้องกันเข้ามาได้แม้แต่ก้าวเดียว ผ่านไปสิบนาทีที่ยาวนานราวกับหลายชั่วโมง หอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้าเริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของวาเลน ม่านพลังงานเริ่มกะพริบถี่เตือนถึงปริมาณพลังงานที่ใกล้หมดลง "เรย์... ฉันยื้อต่อได้อีกไม่เกินสามสิบวินาที โค้ดสำรองสำนักพิมพ์ดึงมาใช้จนหมดเกลี้ยงแล้ว!" วาเลนตะโกนแข่งกับเสียงระเบิด บาโลนที่เห็นว่าแนวป้องกันกำลังจะพังทลาย หัวרויด้วยความสะใจ มันชandดาบยักษ์ในมือเรืองแสงสีเลือดเตรียมพุ่งเข้ามาเผด็จศึกด้วยตนเอง "หมดเวลาสนุกแล้วไอ้หนู เตรียมตัวกลายเป็นข้อมูลสูญสลายไปซะ!" เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือซ้ายของเขายกขึ้นสัมผัสกับแหวนวงเล็กที่นิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่ไม่ได้มีค่าพลังโจมตีใดๆ เลย แต่มันคือคีย์การ์ดลับที่เขาซ่อนไว้ลึกที่สุด "คุณคิดว่าผมยอมให้คุณทำลายมันง่ายๆ หรือครับ บาโลน?" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนอีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะ ทันใดนั้น หน้าจอระบบสีดำสนิทที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของเกมก็เด้งขึ้นตรงหน้าของผู้เล่นทุกคนในพื้นที่ ทั่วทั้งจัตุรัสพลันตกอยู่ในความเงียบงันอย่างฉับพลัน เสียงคำรามและเสียงต่อสู้ทั้งหมดถูกตัดขาดราวกับกดปุ่มปิดเสียง **[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบการปลุกการใช้งาน 'สถาปัตยกรรมลับแห่งอาเซอร์ร็อธ' (Project Genesis)]** **[คำเตือน: สิทธิ์การควบคุมเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดในเขตพื้นที่ 7 กำลังถูกถ่ายโอนไปยัง 'สถาปนิกหลัก']** **[ผู้เล่น 'เรย์' ได้ทำการเชื่อมต่อเข้าสู่แกนกลางระบบหลักสำเร็จ... เริ่มต้นกระบวนการรีเซ็ตกฎฟิสิกส์ในพื้นที่]** พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของบาโลนและกองทัพมหาอำนาจโลหิตเริ่มสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองระยิบระยับ ร่างกายของพวกเขาแข็งค้างขยับไม่ได้ดั่งใจหมาย ขณะที่ประตูไม้เก่าแก่ของห้องสมุดพฤกษาลืมเลือนกลับเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าขับไล่ความมืดมิดออกไปจนหมดสิ้น และก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว ประตูบานนั้นก็ค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นร่างเงาของบุคคลลึกลับก้าวออกมาจากแสงสว่าง... ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และปกป้องความทรงจำอันมีค่าไปพร้อมกับพวกเขานะครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งความทรงจำ กับสถาปนิกโลกเสมือนผู้อยู่หลังฉาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%