"สาม… สอง… หนึ่ง…"
เสียงนับถอยหลังของระบบสังเคราะห์ด้วยเสียงสังเคราะห์ดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของห้องโถงใต้ดิน แสงสีแดงฉานจากหน้าต่างแจ้งเตือนฉุกเฉินสาดทาบทับลงบนใบหน้าด้านข้างของเรย์ ขับเน้นให้ดวงตาคู่คมที่กำลังจดจ้องอยู่กับแผงควบคุมโค้ดเสมือนดูเคร่งขรึมยิ่งขึ้นไปอีก ร่างอวาตาร์ของเขายังคงนิ่งสนิท ทว่าปลายนิ้วที่กำลังรัวลงบนคีย์บอร์ดแสงนั้นกลับไม่มีทีท่าว่าจะสั่นไหวแม้แต่น้อย
"สภาผู้ดูแลสูงสุดกำลังจะมาเคาะประตูบ้านเราแล้วนะ เรย์ นายยังใจเย็นพอที่จะมานั่งเกลาโค้ดส่วนเรนเดอร์แสงเงานี่อยู่อีกหรือไง"
วาเลนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขากลั้วหัวเราะแห้งๆ ทว่าดวงตากลับกวาดมองไปรอบห้องโถงหินอัคนีเก่าแก่ที่มีรอยร้าวโยงใยราวกับใยแมงมุม มือเรียวบางของเธอสับสวิตช์พลังงานสำรองของดันเจี้ยนชั้นใต้ดินอย่างรวดเร็ว แสงไฟสีฟ้าครามจากอุปกรณ์เวทมนตร์ผสมไซเบอร์เนติกส์กะพริบไหวเป็นจังหวะ เพื่ออำพรางคลื่นสัญญาณชีพจรของพวกเขาจากการตรวจจับภายนอก
เรย์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากจอโฮโลแกรม เขายังคงปัดนิ้วเพื่อปรับแต่งค่าพารามิเตอร์ของโครงสร้างสถาปัตยกรรมดิจิทัลในมืออย่างประณีต ราวกับว่ามหันตภัยที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาด้วยความเร็วสูงนั้นเป็นเพียงลมพัดผ่าน
"ความเร็วนั่นคำนวณจากอัลกอริทึมการลาดตระเวนมาตรฐานของระบบ ศาสตราจารย์" เรย์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น "แต่สิ่งที่เรากำลังยืนอยู่ตอนนี้คือ 'เขตแดนรกร้าง' ที่ถูกลบออกจากสารบบของอาเซอร์ร็อธเมื่อสามปีก่อน ต่อให้สภาผู้ดูแลสูงสุดจะมีสิทธิ์เข้าถึงฐานข้อมูลระดับรากเหง้า แต่การจะเจาะทะลวงชั้นหินบะซอลต์และโครงข่ายความทรงจำที่ทับถมกันนับพันชั้นเข้ามาได้ พวกเขาจำเป็นต้องใช้เวลาถอดรหัสอย่างน้อยสิบสองนาที"
"สิบสองนาทีที่ว่านั่น… นายรวมเวลาที่ฉันแอบฝังโทรจันไว้ในเกต웨ย์ของพวกเขาไปแล้วด้วยหรือเปล่าล่ะ?" วาเลนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากแย้มยิ้มหยันอย่างเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะเดินเข้ามาทิ้งน้ำหนักพิงกับโต๊ะศิลาใกล้ๆ สัมผัสความเย็นเยียบของหินที่ทะลุผ่านเนื้อผ้าอวาตาร์ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสะดุ้งสะเทือนเท่ากับตัวเลขบนหน้าจอที่กำลังวิ่งพล่าน
"ผมเผื่อไว้ให้อีกสองนาที สำหรับกรณีที่คุณเกิดมือซนไปลบไฟล์ระบบของพวกเขาเล่นระหว่างทาง" เรย์เหลือบสายตาขึ้นมองคู่หูสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะปิดหน้าต่างโค้ดทั้งหมดลงด้วยท่าทางเด็ดขาด "ได้เวลาเคลื่อนย้ายแล้วครับ ดันเจี้ยนชั้นที่สิบเอ็ดนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เราใช้เป็นที่หลบภัย แต่เป็นจุดเริ่มต้นต่างหาก"
สิ้นคำพูดนั้น เรย์ก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสื้อคลุมยาวสีเทาเข้มสะบัดตามแรงเคลื่อนไหว เผยให้เห็นตราสัญลักษณ์รูปเฟืองซ้อนทับกับวงกตที่ปักอยู่ตรงปกเสื้อ—เครื่องหมายของผู้สร้างโลกที่ถูกลืมเลือน
ทั้งสองก้าวเดินลึกเข้าไปในความมืดเบื้องหน้า ทางเดินแคบๆ ที่ลาดต่ำลงไปใต้พื้นพิภพแห่งนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของสนิมเหล็กและละอองฝุ่นโบราณ แสงสว่างเพียงอย่างเดียวคือคบเพลิงเวทมนตร์ที่เรย์จุดขึ้นด้วยการดีดนิ้ว เปลวไฟสีครามทอแสงวับแวมตกกระทบผนังถ้ำที่เต็มไปด้วยอักษรเรืองแสงจางๆ ซึ่งเป็นภาษาโปรแกรมยุคบุกเบิกของโลกเสมือนจริง
การเดินทางเข้าสู่เขตดันเจี้ยนลึกใต้ดินในครั้งนี้ไม่ใช่การหลบหนีอย่างไร้จุดหมาย แต่เป็นกลยุทธ์ที่เรย์วางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างแยบยล พื้นที่บริเวณนี้ถูกเรียกว่า "หุบเหวแห่งรอยต่อ" (The Rift Valley) ซึ่งเป็นบั๊กขนาดมหึมาที่ระบบพยายามกลบฝังไว้ใต้พรมมานานนับทศวรรษ ทุกย่างก้าวที่พวกเขาเหยียบลงไปจึงเต็มไปด้วยความเสี่ยงที่ข้อมูลอาจเกิดการวิบัติและลบตัวตนของพวกเขาออกจากเซิร์ฟเวอร์ได้ตลอดเวลา
"นายแน่ใจนะว่าข้างล่างนั่นจะมีสิ่งที่เรียกว่า 'กุญแจ' อยู่จริง?" วาเลนถามขึ้นทำลายความเงียบ เสียงฝีเท้าของทั้งคู่สะท้อนก้องไปตามผนังหินทึบ "ข้อมูลที่ฉันดึงมาจากห้องทำงานลับของหัวหน้าสภาผู้ดูแลบอกแค่ว่า มันคือจุดที่เซิร์ฟเวอร์หลักเคยบันทึก 'ต้นแบบ' ของมนุษย์จำลองรุ่นแรกเอาไว้… ฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์เกรดบีมากกว่าจะเป็นความจริงเสียอีก"
"โลกใบนี้ก็คือนิยายวิทยาศาสตร์ราคาแพงที่ถูกเขียนขึ้นด้วยเศษซากความทรงจำของมนุษย์ไม่ใช่หรือครับ?" เรย์เอ่ยเสียงนุ่ม ขณะกวาดสายตามองแผนที่โฮโลแกรมสามมิติที่ฉายขึ้นจากปลายนิ้ว "สิ่งที่สภาผู้ดูแลกลัวที่สุดไม่ใช่การที่พวกเราล่วงรู้ความลับ แต่เป็นการที่มนุษย์ในโลกจริงเริ่มตระหนักว่า… สิ่งที่พวกเขากำลังควบคุมอยู่นี้ ไม่ใช่แค่เกม แต่เป็นจิตสำนึกที่มีลมหายใจจริงๆ"
ทันใดนั้น ฝีเท้าของเรย์ก็ชะงักกุนต์ลงอย่างกะทันหัน วาเลนที่เดินตามหลังมาเกือบจะชนเข้ากับแผ่นหลังของเขา เธอขมวดคิ้วมุ่นเตรียมจะเอ่ยปากถาม แต่เรย์กลับยกมือขึ้นเป็นสัญญาณห้าม
เบื้องหน้าของพวกเขาคือโถงกว้างขนาดมหึมาที่ถูกกัดเซาะด้วยกระแสพลังงานควอนตัมสีม่วงเข้ม ตรงใจกลางโถงนั้น มีแท่นหินสีดำสนิทตั้งตระหง่านอยู่ บนแท่นมีลูกแก้วโปร่งใสขนาดเท่าศีรษะมนุษย์ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ภายในลูกแก้วนั้นมีกลุ่มแสงระยิบระยับนับล้านดวงเคลื่อนไหววนเวียนกันราวกับกาแล็กซีขนาดย่อส่วน
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเรย์กระตุกวูบไม่ใช่ความงดงามของมัน… หากแต่เป็นรอยร้าวที่ปรากฏขึ้นบนผิวของลูกแก้ว
"นั่น… มันไม่ใช่โค้ดธรรมชาติ" วาเลนพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาที่สุดเท่าที่เธอเคยเปล่งออกมา ความมั่นใจทั้งหมดหายวับไปกับตา เมื่อเธอสังเกตเห็นลวดลายอักษรสีแดงฉานที่กำลังแผ่ขยายตัวราวกับรอยแผลเป็นบนผิวลูกแก้ว
รอยร้าวเหล่านั้นกำลังประกอบเข้าหากันจนกลายเป็นสัญลักษณ์รูปดวงตาที่มีรูปทรงเรขาคณิตซับซ้อน—สัญลักษณ์ประจำตัวของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า "ผู้ชำระล้าง" (The Purifiers)
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจอวาตาร์ เขารู้ดีว่าความเงียบสงบตลอดสามปีที่ผ่านมาเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอเวลาให้เหยื่อเดินมาติดกับดักด้วยความสมัครใจ
"เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อหากุญแจ, วาเลน…" เรย์กระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยแต่ยังคงความเยือกเย็นเอาไว้ได้อย่างน่าประหลาด ขณะที่ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังเงาดำมหึมาที่ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากความมืดหลังแท่นหินศิลา
"เพราะดูเหมือนว่า… เจ้าของบ้านตัวจริงเขารอพวกเราอยู่ก่อนแล้วครับ"
สิ้นเสียงของเรย์ แสงไฟสีครามทั่วทั้งโถงดันเจี้ยนก็พลันดับวูบลงพร้อมกัน ทิ้งให้ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่ง ทว่าในความมืดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับเหล็กกล้ากำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบสีแดงฉานนับร้อยดวงที่สว่างวาบขึ้นพร้อมกันในอากาศอย่างไร้เสียงเตือนล่วงหน้า—
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบการปลุกการทำงานของ "สถาปนิกเงา" (The Shadow Architect) - ยูนิตบอสลับลำดับที่ 001 ดำเนินการล็อกเป้าหมายผู้บุกรุก… เริ่มต้นกระบวนการลบข้อมูลถาวรใน 3… 2… 1…]*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับเราในความมืดมิดนี้นะครับ
อัลกอริทึมแห่งความทรงจำ กับสถาปนิกโลกเสมือนผู้อยู่หลังฉาก•ตอนที่ 11
แผนที่ที่ไม่มีในสารบบ
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งความทรงจำ กับสถาปนิกโลกเสมือนผู้อยู่หลังฉาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!