กลิ่นอายของโอโซนสังเคราะห์และคราบน้ำมันเครื่องจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องควบคุมแคบๆ ของยาน *โอเรียนท์-7* เสียงคำรามต่ำทึบของเครื่องยนต์ไอออนที่กำลังเดินเบา สะท้อนผ่านแผ่นกระดูกสันหลังของเอเลียส วอล์คเกอร์ ให้ความรู้สึกคุ้นเคยราวกับมันเป็นอวัยวะชิ้นที่สามสิบสองในร่างกายของเขา
นิ้วเรียวยาวที่เปื้อนคราบจารบีสีดำกำลังเคาะลงบนแผงควบคุมโฮโลแกรมอย่างรวดเร็ว แสงสีฟ้าสะท้อนสาดส่องลงบนใบหน้าคมคายที่มีร่องรอยความเหนื่อยล้า ดวงตาคู่คมสีสนิมกวาดมองตัวเลขสถิติที่วิ่งพล่านบนหน้าจอด้วยความหงุดหงิด
"ระบบระบายความร้อนตัวที่สามเริ่มออกอาการอีกแล้วสินะ..." เอเลียสพึมพำกับตัวเอง เสียงทุ้มต่ำเจือความเหนื่อยหน่าย
สำหรับเขา สุญญากาศนอกหน้าต่างกระจกนิรภัยไม่ได้มีความน่ากลัวอะไรเลย มันคือบ้าน คือพื้นที่อิสระที่ไม่มีกฎเกณฑ์ของสหพันธ์ดาราจักรเข้ามายุ่มย่าม แต่สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดคือเครื่องจักรเก่าๆ ที่พยายามจะพังทลายลงทุกครั้งที่เขาต้องการสมาธิ
ในความเงียบสงัดของห้วงอวกาศลึก เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงก็กรีดแทรกขึ้นมาทันที
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
หน้าจอหลักกะพริบเป็นสีแดงฉาน บ่งบอกถึงการตรวจพบวัตถุแปลกปลอมในรัศมีห้าพันกิโลเมตร เอเลียสขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้ตื่นตระหนก ความตายเป็นสิ่งที่เขาเคยชินมาตั้งแต่เหตุการณ์วาร์ปไดรฟ์เมื่อสิบปีก่อนแล้ว การเจอสิ่งไม่คาดคิดในเขตอวกาศร้างจึงเป็นเพียงเรื่องน่ารำคาญใจมากกว่าความน่ากลัว
"เศษซากยานอวกาศเหรอ? หรือพวกนักล่าของเก่า?" เขาเอื้อมมือไปปรับโฟกัสของสแกนเนอร์ภาคพื้น ภาพสามมิติของวัตถุขนาดมหึมาค่อยๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้า มันคือสถานีอวกาศทรงกระบอกรุ่นเก่าแก่ที่ถูกทิ้งร้าง สถาปัตยกรรมภายนอกบิดเบี้ยวราวกับถูกแรงโน้มถ่วงมหาศาลบดขยี้ โครงสร้างเหล็กกล้าสีดำสนิทกลืนกลายไปกับความมืดมิดของจักรวาล ราวกับอสุรกายที่นอนจำศีลรอเหยื่อ
ก่อนที่เอเลียสจะได้วิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม เสียงทุ้มเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งอารมณ์ขันใดๆ ก็ดังขึ้นจากระบบสื่อสารสำรองที่ถูกเปิดทิ้งไว้
"คุณกำลังนำยานพุ่งเข้าสู่เขตหวงห้ามระดับสี่, Mr. Walker"
เอเลียสไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร วาเลน ไซเฟอร์ ผู้ควบคุมกฎเขตสุญญากาศจากสำนักงานกลาง ผู้ชายที่ดูเหมือนถูกสร้างขึ้นมาจากอัลกอริทึมและกฎระเบียบ มากกว่าเนื้อหนังมังสา
เอเลียสพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรง ก่อนจะกดปุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่จงใจยั่วโมโห
"สวัสดีตอนดึกครับ ท่านผู้ควบคุม... ดูท่าทางงานในสำนักงานคงจะน่าเบื่อมากสินะครับ ถึงได้มีเวลาว่างมานั่งส่องเรดาร์ตามก้นผมแบบนี้"
ผ่านหน้าจอโฮโลแกรมขนาดเล็ก ภาพของวาเลนปรากฏขึ้นในชุดเกราะโลหะเข้ารูปสีเงินยวง ใบหน้าหล่อเหลาแต่ไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีเทาเข้มมองตรงมายังเขาผ่านเลนส์กล้องด้วยความเรียบเฉย ไร้ซึ่งความระคายเคืองต่อคำเสียดสีนั้น
"ผมไม่ได้ว่างงาน เอเลียส" วาเลนตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว "แต่ระบบตรวจการณ์อัตโนมัติแจ้งเตือนว่ายานของคุณกำลังเข้าใกล้ 'สถานีลูซิเฟอร์-9' สถานีวิจัยลับที่ถูกสั่งปิดตายเมื่อสี่สิบปีก่อน... และตามกฎมาตราที่ 82 ของสภาดาราจักร การเข้าใกล้รัศมีของสถานีนั้นมีโทษจำคุกในอาณานิคมสุญญากาศ"
"กฎ... กฎอีกแล้วเหรอครับ วาเลน?" เอเลียสหัวנסในลำคอ รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปาก "คุณนี่ช่างท่องจำบทเรียนได้เก่งเสียจริง ไม่ลองใช้สมองส่วนอื่นคิดดูบ้างหรือครับว่า ทำไมสถานีที่ถูกสั่งปิดตายไปแล้ว ถึงเพิ่งจะปล่อยสัญญาณชีพจรออร์บิทัลออกมาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว?"
วาเลนชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเทาเข้มหรี่ลงเล็กน้อย ประมวลผลคำพูดของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว "สัญญาณชีพจร? เป็นไปไม่ได้ สถานีนั้นไม่มีพลังงานเหลือมานานแล้ว เครื่องปฏิกรณ์ถูกถอดออกตั้งแต่คำสั่งกวาดล้างครั้งใหญ่"
"นั่นแหละครับที่ผมอยากรู้" เอเลียสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อช็อปวิศวกรขยับเข้าใกล้แผงควบคุมหลัก เขากดคำสั่งสแกนเจาะลึกผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปยังแกนกลางของสถานีร้าง "มันมีพลังงานสำรองบางอย่าง... หรือใครบางคนกำลังพยายามเปิดมันจากข้างใน"
บรรยากาศในห้องควบคุมเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องยนต์และเสียงการทำงานของเรดาร์ที่กำลังประมวลผลข้อมูล โลหะสีเทาของสถานีลูซิเฟอร์-9 บนจอภาพขยายใหญ่ขึ้นเผยให้เห็นรอยเชื่อมต่อที่ถูกเปิดออกด้วยความร้อนสูง—ไม่ใช่การผุกร่อนตามกาลเวลาอย่างแน่นอน
วาเลนเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย "ส่งพิกัดและข้อมูลดิบทั้งหมดมาให้ผมเดี๋ยวนี้ เอเลียส... อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามเด็ดขาด รอจนกว่ากองเรือตรวจการณ์จะไปถึง"
"รอเหรอครับ?" เอเลียสหัวเราะเบาๆ แววตาสนุกสนานเจือความดื้อรั้นฉายชัด "กว่าพวกคุณจะเต่าคลานมาถึงที่นี่ สถานีนั้นคงย้ายตัวเองไปโผล่ที่ปลายอีกด้านของกาแล็กซี่แล้วล่ะครับ... อีกอย่าง ผมเกลียดการรอคอย พอๆ กับที่ผมเกลียดคำสั่งของคุณนั่นแหละ"
"เอเลียส! นั่นไม่ใช่คำขอร้อง..."
ก่อนที่วาเลนจะได้พูดจบประโยค หน้าจอหลักทั้งหมดก็เกิดอาการกระพริบอย่างรุนแรง ตัวเลขข้อมูลที่วิ่งอยู่บนจอพากย์เปลี่ยนเป็นอักษรภาษาโบราณที่เอเลียสไม่เคยเห็นมาก่อน ระบบนำทางของยาน *โอเรียนท์-7* ดับวูบลงในพริบตา ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องควบคุม มีเพียงแสงสีแดงจากหลอดไฟฉุกเฉินที่สาดส่องลงบนใบหน้าของทั้งสองผ่านหน้าจอสื่อสาร
"เกิดอะไรขึ้น..." วาเลนขมวดคิ้วแน่น เมื่อภาพการสื่อสารเริ่มมีคลื่นรบกวนหนาแน่น
เอเลียสไม่ได้ตอบ เขาจ้องมองออกไปนอกกระจกยาน สตั๊นไปชั่วขณะ
สถานีลูซิเฟอร์-9 ที่ควรจะอยู่นิ่งสนิทในความเวิ้งว้าง บัดนี้กลับขยับตัว... โครงสร้างเหล็กกล้าขนาดมหึมาหมุนวนเข้าหากันราวกับดอกไม้เหล็กที่กำลังบานรับแสงอาทิตย์ และในวินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบแหบพร่า ฟังไม่เป็นภาษา ก็ดังแทรกเข้ามาผ่านคลื่นความถี่ฉุกเฉินของยานโดยตรง
*“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... วอล์คเกอร์”*
ดวงตาของเอเลียสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความทรงจำในวัยเด็กที่ถูกฝังกลบไว้ด้วยกองเพลิงและเศษเหล็กจากการทดลองวาร์ปไดรฟ์เมื่ออดีตผุดวาบขึ้นมาในหัวใจอย่างฉับพลัน ขณะที่เสียงแจ้งเตือนระบบป้องกันภัยของยานดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมกัน
*“คำเตือน: ตรวจพบรหัสผ่านชีวมิติของบิดาคุณ กำลังถูกใช้ปลดล็อกประตูนิรภัยหลักของสถานี”*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในความเวิ้งว้างนี้ด้วยกันนะครับ — เนบิวลาสตาร์
สถาปนิกดาราจักรกับคำสาปแห่งความเงียบงัน•ตอนที่ 1
สัญญาณเตือนในความมืด
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกดาราจักรกับคำสาปแห่งความเงียบงัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
