เงาอาถรรพ์จารึกโศกนาฏกรรมวังหลัง•ตอนที่ 1

กลิ่นธูปจากมิติที่บิดเบี้ยว

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
รอยคราบเลือดแห้งกรังบนแผ่นป้ายบรรพชนตระกูลหลี่ ไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับภาระหนี้สินอันมหาศาลและสายตาดูแคลนของผู้คนรอบข้างที่คอยทิ่มแทงในยามที่สกุลหลี่ตกอับถึงขีดสุด หลี่เฟยใช้ปลายนิ้วเรียวบางลูบไล้ไปตามลวดลายสลักบนกล่องไม้จันทน์เก่าคร่ำคร่า ปลายเล็บของนางจิกเข้าหากันเบาๆ เพื่อเรียกสติ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงกว้างที่ถูกทิ้งร้าง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของเจ้าหนี้ผู้ทรงอิทธิพลยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ดุจเสียงฆ้องประหารที่นับถอยหลังลมหายใจของนาง "คุณหนู... บัญชีรายจ่ายประจำเดือนนี้เหลือเพียงน้อยนิดแล้วเจ้าค่ะ หากท่านอ๋องมู่เหรินส่งคนมาทòiทวงเรื่องสัญญาหมั้นหมายที่ค้างคา เราเกรงว่าจะไม่มีแม้แต่เงินจัดเตรียมเครื่องเรือนต้อนรับ..." สาวใช้คนสนิทเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ดวงตาแดงก่ำด้วยความหวาดกลัว หลี่เฟยไม่ตอบคำ นางเพียงแต่ปรายหางตามองออกไปนอกหน้าต่างบานไม้แกะสลักที่ผุพัง ทัศนียภาพของเรือนไทยโบราณผสมผสานกับสถาปัตยกรรมวังหลังในดินแดนบูรพา สร้างความรู้สึกแปลกแยกและบิดเบี้ยวในมิติเวลา กลิ่นอายความอัปยศอดสูของตระกูลขุนนางตกอับอบอวลปะปนกับกลิ่นอับชื้นของฝนที่กำลังจะมาถึง นางเหยียดยิ้มเยาะให้กับชะตากรรม ในสายตาของคนทั่วไป หลี่เฟยเป็นเพียงสตรีอ่อนแอผู้ไร้หนทาง แต่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า สตรีผู้นี้มีความลับดำมืดที่ซ่อนเร้นอยู่—สัมผัสที่หกอันแหลมคม ที่มักดึงดูดวิญญาณเร่ร่อนและเสียงร่ำไห้จากภพภูมิอื่นให้เข้ามาหาเสมอ พลันนั้น ลมพายุหมุนลูกเล็กๆ ก็พัดกรรโชกเข้ามาในห้องโถงปิดตาย ทั้งที่หน้าต่างทุกบานลงกลอนไว้อย่างแน่นหนา เปลวเทียนไหววูบวาบจนเกือบดับลง กลิ่นหอมประหลาดของธูปโบราณผสมผสานกับกลิ่นอายสาบสางพัดโชยเข้าเตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นของเครื่องหอมในราชสำนัก แต่มันคือกลิ่นของธูปหน้าศพจากดินแดนสยาม หลี่เฟยชะงักกึก หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกแต่นางยังคงควบคุมสีหน้าให้เยือกเย็นได้อย่างแนบเนียน สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับมุมอับแสงใต้โต๊ะบูชาบรรพชน ที่นั่น... มีบางสิ่งเปล่งประกายแสงสีนวลตาออกมา นางก้าวเท้าเข้าไปช้าๆ ราวกับถูกสะกดจิต เสียงฝีเท้าก้องสะท้อนกังวานในความเงียบ เมื่อย่อกายลงและเอื้อมมือออกไปสัมผัส สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือ "สร้อยข้อมือทองคำฝังพลอยสีนิล" ลวดลายวิจิตรบรรจงแบบโบราณที่สตรีจีนไม่มีวันครอบครอง มันคือเครื่องประดับของสตรีชาวสยามผู้ล่วงลับ ทันทีที่ปลายนิ้วของหลี่เฟยสัมผัสถูกความเย็นยะเยือกของเนื้อโลหะ โลกทั้งใบก็พลันหมุนคว่ำคะมำหัน ภาพหลอนอันซับซ้อนหลั่งไหลเข้าสู่ห้วงความคิดดุจกระแสน้ำเชี่ยว เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมานของหญิงสาวดังสะท้อนก้องในหัว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งรุนแรงขึ้นจนแทบสำลัก ร่างของแม่หญิงนวล วิญญาณอาฆาตแห่งเรือนไทย ปรากฏขึ้นรางๆ เบื้องหน้า กลิ่นอายความโกรธแค้นและความคับแค้นใจแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วห้องโถง ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยเลือด จ้องมองหลี่เฟยด้วยความเวทนาและร้องขอความช่วยเหลือในคราเดียวกัน *“ช่วยข้า... ช่วยข้าชำระมลทินด้วยเถิด...”* เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นข้างใบหู เย็นเยียบจนขนลุกชัน หลี่เฟยสูดหายใจเข้าลึก3 เพื่อตั้งสติ นางไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว แม้จะรู้ว่าการนำพาวิญญาณนี้เข้ามาในชีวิต เท่ากับการเอาคอไปพาดไว้บนเขียงประหาร ท่ามกลางเกมการเมืองอันดุเดือดในวังหลังที่ท่านอ๋องมู่เหรินกำลังเดินหมากเพื่อชิงบัลลังก์ วิญญาณนางรำมรณะตนนี้อาจเป็นทั้งอาวุธร้ายและหายนะที่พร้อมจะกลืนกินชีวิตนางได้ทุกเมื่อ ในขณะที่หลี่เฟยกำลังพยายามตั้งสติสะกดกลั้นความหวาดกลัวอยู่นั้น เสียงเคาะประตูหน้าเรือนอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนประกาศกร้าวจากขันทีหลวงที่นำราชโองการด่วนจากตำหนักอ๋องมาถึง "มีพระราชโองการจากท่านอ๋องมู่เหริน! สั่งให้คุณหลี่หลี่เฟยเข้าเฝ้าเป็นการด่วนในค่ำคืนนี้ ห้ามขัดขืนเป็นอันขาด!" ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาถรรพ์จารึกโศกนาฏกรรมวังหลัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%